สาวไฮโซโคราช ร้องโดนเพจหลอกดูดวง ให้โอนเงินมาแก้ดวงจากนั้นจะโอนคืน สุดท้ายเหยื่อ 50-60 รายทั่วประเทศหลงเชื่อ เสียหายล้านบาท คาดทำเป็นขบวนการ


วันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่งใน จ.นครราชสีมา จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “บัว นาคา” ที่หลอกดูดวงให้แก้ดวง ที่เชื่อว่าเป็นการหลอกลวงต้มตุ๋นทำเป็นขบวนการหลอกเหยื่อโอนเงินรายละ 1-3 หมื่นบาท บางรายถึงหลักแสนบาท ผู้หลงเป็นเหยื่อมีมากกว่า 50 ราย

โดยนางโสภา ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เหยื่อที่ถูกหลอกว่ามีกรรมต้องแก้กรรม แก้เคราะห์ ให้โอนเงินอ้างว่าแล้วจะได้คืน แต่รอแล้วรออีก ทวงถามทุกวันเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่มีวี่แววจะได้คืน ขณะที่มีความเดือดร้อนจึงเข้าแจ้งความกับร้อยเวร สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นางโสภา ได้ออกมาเปิดว่า ตนเองเริ่มโดนหลอกมาตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นมา เขาโทรมาบอกว่า ชีวิตของตนเจอกับปัญหา ติดขัดเรื่องอะไร ขอให้โอนเงินมาเดี๋ยวให้ปู่ (นาคา) จะตรวจดวงให้ โอนมาแล้ว 3 วันเขาจะโอนคืน

...

รอบแรกโอนไปให้ 10,000 บาท รอบที่สองเขาบอกว่ารู้จุดแล้วแต่ต้องโอนไปเพิ่มอีก 10,000 บาท จนวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 เจอปัญหาเรื่องลูกเขาให้ตนโอนอีก 30,000 บาท และมีการพูดคุยตะล่อมเรื่อยๆ ในตอนแรกตนก็ไม่มีอะไร จนกระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม เขานัดโอนคืนเวลา 18.00 น. จึงรอตั้งแต่ 19.00 - 21.00 น. ก็ยังไม่มียอดเงินเข้ามา ตนจึงโทรไปขอร้องและอ้อนวอนขอให้โอนคืนเพราะไปหยิบยืมเงินคนอื่นมา

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกรุณาติดตามเรื่องนี้โดยเร็ว เนื่องจากมีประชาชนหลายคนที่อาจจะคิดสั้น มีน้องคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม สูญเงินไปกว่า 100,000 กว่าบาท น้องเขามีความคิดไม่อยากอยู่ ตนรู้สึกสงสารน้องและยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย แม้แต่คนที่ท้องอยู่ก็โดนแบบนี้เหมือนกันเงินยังเหลือ 6,000 บาทที่ยังไม่ยอมโอนกลับมาให้เขา

นางโสภา กล่าวอีกว่า ตอนที่เขาโอนเงินเข้าบัญชีเรา โดยให้คนอื่นดำเนินการ 7 คน รวม 8 ยอด รวม 215,888 บาท ยอดเงินของตนได้คืนครบ นอกจากนี้ยังมียอดม้าซึ่งตนยังไม่ได้คืน ซึ่งยอดม้าตามตัวเจอแค่คนเดียว ตอนนี้กำลังช่วยตามเงินตัวนี้ให้อยู่ นอกจากนี้ตนยังรู้มาว่า เขาถูกจับเมื่อปี 64 เนื่องจากหลอกลวงลักษณะเดียวกัน

นางโสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และยังมีบัญชีม้าที่ไปแจ้งเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 ซึ่งขณะที่ตนอยู่โรงพักก็ได้ถ่ายรูป และส่งไปให้เขาดูว่า เรามาแจ้งความแล้ว เขาก็ขอว่าอย่าเพิ่งแจ้งความ และได้พูดคุยต่อรองกันโดยให้เขาโอนคืนมา 10,000 บาท จากนั้นได้มีการโอนเข้ามาให้ 5,000 บาท แต่ตนยังไม่ได้ดูว่าใครโอนมา

ที่ผ่านมาตนเองพยายามทวงเงินคืนมาโดยตลอด จนสุดท้ายจึงโพสต์ว่า อย่าหลอกลวง อย่าโกหก ทำให้เขาทักมาให้ลบโพสต์และได้พูดคุยกัน ตนจึงให้เขาโอนคืนมา โดยเขาขอโอนให้ครั้งละ 3,000 บาทจนครบ 10,000 บาทตนจึงลบโพสต์ ส่วนการจะถอนแจ้งความ เรื่องนี้ขอคิดดูก่อน เพราะที่ผ่านมาเราต้องมาอดหลับอดนอน และไม่สบายใจจากการตามเงินคืน และความเสียหายกับทุกคนน่าจะหลายล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ผู้เสียหายออกมาต่อสู้เรียกร้อง ไม่ต้องอาย สุดท้ายมันคือเงินของเรา แล้วเขาเป็นใครก็ไม่รู้ที่มาหลอกเรา โดยการเอาความเชื่อมาหลอก คาดว่ากลุ่มคนพวกนี้น่าจะทำเป็นขบวนการ และอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ออกมาปราบปรามคนคนนี้ และดำเนินการให้ถึงที่สุด.