เรื่องที่นายจ้างต้องรู้ : กองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมทบอย่างไร?

ข่าว

เรื่องที่นายจ้างต้องรู้ : กองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมทบอย่างไร?

ข่าวประชาสัมพันธ์

1 ก.ค. 2565 15:43 น.

บันทึก

เคยสงสัยกันไหมว่า กองทุนเงินทดแทนจัดเก็บเงินสมทบอย่างไร ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกองทุนเงินทดแทนกันก่อน กองทุนเงินทดแทน คือ กองทุนที่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย ถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยไม่คำนึงถึงวัน เวลา และสถานที่ แต่จะดูสาเหตุที่ทำให้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

ทั้งนี้ กองทุนเงินทดแทน จะเรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างเป็น “รายปี” โดยในปีแรกนายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้าง 1 คน สำหรับปีต่อๆ ไป จ่ายภายในเดือนมกราคมของทุกปี เงินสมทบที่เรียกเก็บต้นปี จะคิดมาจากการจำนวนค่าจ้างที่ประมาณการไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจไม่เท่ากับค่าจ้างจริงที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากในระหว่างปีนายจ้างอาจมีการเพิ่มหรือลดจำนวนลูกจ้าง ปรับอัตราค่าจ้าง เป็นต้น ดังนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นายจ้างจะต้องแจ้งจำนวนค่าจ้างรวมทั้งปี ของปีที่ผ่านมาไปยังสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเงินสมทบที่เก็บไว้เมื่อต้นปี หากจำนวนค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมาสูงกว่าค้าจ้างที่ประมาณไว้ เป็นเหตุให้เงินสมทบที่เก็บไว้เมื่อปีที่ผ่านมาน้อยกว่า ก็จะเรียกเก็บเพิ่มภายใน 31 มีนาคม หากจำนวนเงินค่าจ้างรวมทั้งปีต่ำกว่าเดิมทำให้เงินสมทบที่เรียกเก็บสูงกว่าความเป็นจริง เมื่อตรวจบัญชีนายจ้างแล้ว หากค่าจ้างต่ำกว่าที่ประเมินไว้จะได้รับเงินสมทบส่วนที่จ่ายเกินคืน

สำหรับการคำนวณอัตราการจ่ายเงินสมทบที่นายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน โดยจะประเมินจากจำนวนเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างทั้งปีรวมกัน (คนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี) คูณกับอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการระหว่างอัตราร้อยละ 0.2-1.0 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของธุรกิจหรือกิจการ ตามรหัสประเภทกิจการของนายจ้าง โดยยื่นแบบกท. 26 ก ก่อนสิ้นเดือนมกราคม กท. 20 ก ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และกท. 25 ค ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม

นอกจากนี้ ถ้านายจ้างให้ความสำคัญกับการจัดสถานประกอบการให้มีความปลอดภัยแก่ลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบตามอัตราหลัก 4 ปีติดต่อกันแล้วจะมีการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสีย เพื่อลดหรือต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินสมทบหลักที่นายจ้างต้องจ่ายในครั้งแรกที่ขึ้นทะเบียนโดยจะเริ่มจ่ายตามอัตราประสบการณ์ ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป

โดยมีเอกสารสำหรับการยื่นขึ้นทะเบียนของนายจ้าง มีดังนี้

1.แบบขึ้นทะเบียน (สปส. 1-01) ใช้ชุดเดียวกับการขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม
2.สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาในทะเบียนพาณิชย์
3.สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.20) หรือสำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.4)
4.แผนที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือโรงงานของนายจ้าง
5.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการและผู้รับมอบอำนาจ
6.หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

รู้แบบนี้แล้ว นายจ้างหรือบริษัทควรมีแผนงานนี้ในปฏิทินประจำปีของบริษัท หรือหากมีข้อสงสัยสามารถ

สอบถาม หรือติดตามข่าวสารสำนักงานประกันสังคมผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้ที่

อ่านเพิ่มเติม...

ApplicationMy Thairath

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2565 เวลา 12:40 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์