หมอธีระวัฒน์ เผยลักษณะอาการที่แตกต่างระหว่าง "ฝีดาษลิง" และ "เริม" ชี้ตุ่มที่ผิวหนังคล้ายกันมาก แยกยากสุดคือ "อีสุกอีใส"
วันที่ 28 พฤษภาคม 2565 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงลักษณะอาการที่แตกต่างระหว่าง "โรคฝีดาษลิง" และ "เริม" ว่า ลักษณะผื่น ตุ่มที่ผิวหนังจากการเกิดโรคบางครั้งแยกยาก ที่แยกยากสุดคืออีสุกอีใส
อีกทั้งบางประเทศในแอฟริกา มีการศึกษาพบว่า คนในพื้นที่มีการติดเชื้อซ้ำสองตัวพร้อมกันคือทั้งอีสุกอีใสและฝีดาษลิงพบประมาณ 12.5% ดังนั้นอีสุกอีใสแยกยาก มิหนำซ้ำอาจจะเกิดพร้อมกับฝีดาษลิงได้
สำหรับประเทศไทยโอกาสที่จะเป็นอีสุกอีใสอาจจะน้อย เพราะเด็กได้รับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแล้ว แต่ผู้สูงอายุที่เคยเป็นอีสุกอีใสตั้งแต่เด็ก ขณะนี้เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง ภาวะอีสุกอีใสก็จะออกมาจนกลายเป็นงูสวัด หากออกมาแล้วปะทุบางตำแหน่ง บางที่อาจจะทำให้ดูยาก และอาจเกิดความกังวลว่าเป็นฝีดาษลิง โดยเฉพาะงูสวัดที่แพร่ไปทั้งตัว ซึ่งเกิดได้ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ก็จะอาจจะทำให้สับสนว่าเป็นฝีดาษลิง ไปด้วย
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเริมอยู่ในตระกูลเดียวกับงูสวัด และอีสุกอีใส ลักษณะของเริมส่วนมากจะกระจุกอยู่เฉพาะที่ที่บริเวณริมฝีปาก อยู่ภายในปากบริเวณกระพุ้งแก้ม รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศลงไปถึงก้น ดังนั้นจึงอาจจะเป็นที่กังวล เพราะจากสถานการณ์ฝีดาษลิงที่มีรายงานพบว่า คนที่ติดฝีดาษลิงบางรายไปมีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งบังเอิญตุ่มหนองยังไม่ได้โผล่บริเวณอวัยวะภายนอกที่หน้า ลำตัว แขนขา แต่เกิดที่อวัยวะเพศ จึงไม่รู้ตัวและไปมีเพศสัมพันธ์กัน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดการติดเชื้อและแพร่ได้
...
ดังนั้นเริมก็มักชอบขึ้นที่อวัยวะเพศจึงเป็นที่กังวลว่าจะเป็นฝีดาษลิงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าจริงๆ เป็นฝีดาษลิงหรือเริม อย่างไรก็ตามการสงสัยไว้ก่อนเพื่อกันพลาด เป็นสิ่งที่ดี
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังตรวจวิเคราะห์ประสิทธิภาพวัคซีนฝีดาษที่แช่แข็งกว่า 40 ปีหากจะนำมาใช้ว่า วัคซีนฝีดาษที่เคยใช้ในสมัยโบราณ โอกาสที่จะนำมาใช้ใหม่อาจจะมีข้อจำกัด อาจจะมีผลข้างเคียง ซึ่งอาจจะใช้ไม่ได้ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อย่างไรก็ตาม หากมีการระบาดเกิดขึ้นจริงทั้งโลกหรือทั้งประเทศ ตรงนั้นก็อาจจะเป็นทางเลือกทางหนึ่ง แต่ก็ต้องเสี่ยงค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันหากจะไปใช้วัคซีนไข้ทรพิษกันฝีดาษลิงที่สหรัฐอเมริกาหรือในอังกฤษมีการใช้บางกลุ่ม ก็อาจจะต้องแย่งชิงกับประเทศอื่นหากมีการระบาดเกิดขึ้นจริง