Thailand Policy Lab ระบุ "โควิด-19" ทำเยาวชนไทยเครียด แห่ระบายในโลกออนไลน์กว่า 1 แสนข้อความ พร้อมพบปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า จำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
วันที่ 21 พ.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้องปฏิบัติการนโยบาย หรือ Thailand Policy Lab โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ได้จัดงานเสวนา "เปิดหน้าปัญหาสุขภาพจิตคนรุ่นใหม่ โลกไปไกล นโยบายไทยต้องปรับตาม" ขึ้นที่ TK Park เพื่อพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน
รวมทั้งเปิดตัว Data Visualization ครั้งแรกกับแพลตฟอร์มที่รวบรวมความคิดเห็นของเยาวชนต่อเรื่องสุขภาพจิตบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 100,000 ข้อความ และมากกว่า 10 ล้าน engagement (ไลค์ แชร์ คอมเมนต์) เพื่อนำมาซึ่งข้อมูลเชิงลึกในการออกแบบนโยบายด้านสุขภาพจิตเพื่อเยาวชน
ด้าน นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) ระบุว่า หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 มากกว่า 2 ปี แม้ขณะนี้นักเรียนจะสามารถไปโรงเรียนได้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถมีวิถีชีวิตตามปกติได้ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างมาก Thailand Policy Lab จึงได้นำเครื่องมือนวัตกรรมอย่าง Social Listening มากวาดจับความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสุขภาวะทั้ง 4 ด้าน คือ จิต กาย ปัญญา และ สังคม และ นำมาเป็นข้อมูลสร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนไทยต่อไป
ขณะที่ นายพงศ์ปณต ดีคง ผู้ช่วยด้านนวัตกรรมสังคมและนโยบาย Thailand Policy Lab ระบุว่า ระบบ Data Visualization สามารถกวาดจับได้มากกว่า 100,000 ข้อความ และ มีมากกว่า 10 ล้าน Social Media Engagement ซึ่งพบดังนี้
...
- ด้านสุขภาวะทางจิต เยาวชนระบายคำว่า "เครียด" เกือบ 60,000 ข้อความ
- ด้านสุขภาวะทางสังคม เยาวชนระบายคำว่า "เหงา" มากที่สุด มากกว่า 42,000 ข้อความ
- ด้านสุขภาวะด้านร่างกาย เยาวชนระบายคำว่า "นอนไม่หลับ" มากที่สุด มากกว่า 2,700 ข้อความ
- ด้านสุขภาวะด้านปัญญา เยาวชนระบายคำว่า "ไม่มีความรู้" มากที่สุด มากกว่า 550 ข้อความ
ขณะที่บางส่วนระบายว่า วิตกกังวล, เบื่อหน่าย และ อยากฆ่าตัวตาย สาเหตุร่วมกันของปัญหาสุขภาวะทั้ง 4 ด้าน มาจากการเรียนออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยมีผลกระทบทางด้านสติปัญญา 70% ร่างกาย 91% จิตใจ 88% และ สังคม 56%
ส่วน ดร.จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) บอกว่า เยาวชนไทยมีปัญหาสุขภาพจิตมากถึง 1 ใน 7 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เยาวชนไทยมีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า วัยรุ่น 1 ใน 5 รู้สึกเหงาโดดเดี่ยว วัยรุ่น 1 ใน 7 คน เครียดจนนอนไม่หลับ และ วัยรุ่น 1 ใน 7 คน เคยพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า 1 ครั้ง โดยวัยรุ่นหญิงมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าวัยรุ่นชาย และปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะส่งผลไปถึงสุขภาพจิตเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ด้วย จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
นายศุภวุฒิ แพร่แสงเอี่ยม นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ สมาชิกศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาการศึกษามีความเกี่ยวเนื่องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก การเรียนออนไลน์ ทำให้เกิดความเครียดที่ต้องถูกจำกัดอยู่ในห้องและหน้าจอ แม้จะพยายามปรับตัวด้วยการแชต หรือเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนได้ แต่ก็เป็นการเปลี่ยนธรรมชาติของเยาวชนในการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคมไปอย่างน่ากลัว ขณะที่ครูและอาจารย์จำนวนมากยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการสอนออนไลน์มากนัก ซึ่งส่งผลกระทบกับการเรียนรู้ของเยาวชนอย่างมาก.