• สำรวจราคาเฉลี่ย "ชุดนักเรียน" ต้อนรับเปิดเทอม 2565
  • "กระทรวงศึกษาธิการ" ย้ำให้สถานศึกษาทุกสังกัด เฝ้าระวังการเปิดเรียน On-site ด้วยหลักการ "ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน"
  • เด็กๆ หลายคน อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวจากเรียน Online มาเป็น On-site

จากการสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส "โควิด-19" ส่งผลกระทบต่อคนหลากหลายอาชีพ ไม่เว้นแม้กระทั่ง นักเรียน ที่ต้องปรับตัวเรียนแบบ Online มานานเป็นปี ส่งผลให้หลายครอบครัว จะต้องปรับตัวกับการเรียนออนไลน์ ทั้งเรื่องของอุปกรณ์การเรียน และการสนับสนุนการเรียนของบุตรหลาน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า การเรียนในระบบออนไลน์ ทำให้เด็กหลายคนหลุดออกจากระบบการศึกษา

กระทั่งโควิดอยู่ในช่วงขาลง และรัฐบาลเตรียมพร้อมที่จะประกาศให้ "โควิด" เป็นโรคประจำถิ่น ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาให้นักเรียนกลับมาเข้าระบบ On-site หรือ การกลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง คู่ขนานไปกับการประชาสัมพันธ์ให้เด็กๆ ตั้งแต่อายุ 5 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดด้วยความสมัครใจ

ต่อมา กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศเตรียมเปิดเรียนเทอมที่ 1 ปีการศึกษา 2565 แบบ On-site พร้อมกันทุกแห่งในวันที่ 17 พ.ค. 2565 ด้วยการสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียน, ครู, ผู้ปกครอง ที่ลูกหลานของเราจะได้รับผ่านระบบการศึกษาของไทยทุกรูปแบบ และสร้างความไว้วางใจกลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง

...

ขณะที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกสังกัดเตรียมความพร้อม ตามแนวทางการเฝ้าระวังสำหรับการเปิดเรียน On-site ด้วยหลักการ "ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน" ซึ่งทุกสถานศึกษาต้องทำการประเมินตนเองในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ประเมินความเสี่ยงตนเองเป็นประจำ มีการตรวจคัดกรอง เฝ้าระวังอย่างเหมาะสม

การฉีดวัคซีนให้กับ ครู, บุคลากร, ผู้ปกครอง และเด็กอายุ 5-18 ปี ได้รับวัคซีนโควิด-19 ตามเกณฑ์ ให้มีการเร่งรัดจัดฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียนทุกคนที่มีความประสงค์จะเข้ารับการฉีดอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยศึกษาธิการจังหวัดประสานกับสาธารณสุขจังหวัดในการเร่งฉีดวัคซีน โดยเฉพาะน้องๆ ที่มีอายุระหว่าง 5-11 ปี ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ และความจำเป็นในการฉีดวัคซีนให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ

แต่เมื่อกลับมาเปิดสอนแบบ On-site เด็กๆ ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิตจากการ "เรียนออนไลน์" ที่สามารถยืดหยุ่นได้ เนื่องจากไม่ต้องเดินทาง กลับกันในการเปิดภาคเรียน เด็กๆ ต้องตื่นเช้าเพื่อไปโรงเรียน และเข้าระบบการเรียนการสอนที่เป็นเวลามากขึ้น ทำให้เด็กหลายคน อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะกังวลในเรื่องของความปลอดภัยเมื่อลูกต้องไปโรงเรียน จึงควรเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนออกจากบ้าน โดยสวมหน้ากากอนามัย แนะให้ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ เตรียมอุปกรณ์การเรียนและของใช้ส่วนตัวเพื่อจะได้ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

ด้าน นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยว่า ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ ทั้งสุขภาพกายและสังคม พ่อแม่จึงต้องเตรียมความพร้อมและให้ลูกไปโรงเรียนอย่างตระหนักแต่ไม่ตระหนก โดยสวมหน้ากากอนามัยให้ถูกต้องก่อนออกจากบ้าน เว้นระยะห่างจากเพื่อนซึ่งธรรมชาติของเด็กเวลาเล่นกันอาจมีการสัมผัสใกล้ชิดกัน

หากลูกหลานมีอาการไข้, ไอ, น้ำมูก ควรหยุดเรียนทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคเพิ่มขึ้น และลดการแพร่กระจายเชื้อ ทางโรงเรียนต้องเคร่งครัดมาตรการสาธารณสุขเพื่อลดความเสี่ยงโควิดในโรงเรียน เน้นย้ำให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัย และการรักษาระยะห่าง คัดกรองวัดไข้ ก่อนเข้าโรงเรียน ลดการแออัด และความสะอาดในโรงเรียน การล้างมือหลังสัมผัสปุ่มสัมผัส ลูกบิดประตู และรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ จะช่วยให้เด็กไปโรงเรียนอย่างมีความสุข

แต่การไปโรงเรียน อาจไม่ใช่เรื่องหนักใจแค่สำหรับนักเรียนเท่านั้น เพราะก่อนหน้าที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน ทำให้หลายโรงเรียนอนุโลมให้นักเรียนใส่ชุดอะไรก็ได้ ที่สุภาพ ในการเรียนผ่านหน้าจอ ซึ่งการกลับมาเปิดเทอมแบบ On-site ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านต้องหาซื้อเครื่องแบบนักเรียนใหม่ เกือบทั้งหมด จึงกลายเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น ต้อนรับการเปิดเทอมด้วยเช่นกัน

เมื่อสำรวจร้านขายชุดนักเรียน "น้อมจิตต์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์" พบว่ามีผู้ปกครองเดินทางพาบุตร มาเลือกซื้อ "ชุดนักเรียนใหม่" กันเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ สูงขึ้น อวบขึ้น ทำให้ชุดเก่าที่มีนั้นไม่สามารถใส่ได้อีกต่อไป

จากการสอบถาม นางมาลัย นุตตโยธิน ผู้จัดการร้านน้อมจิตต์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เผยว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. ที่มีการประกาศให้นักเรียนกลับไปเรียนแบบ On-site นั้น ทำให้ลูกค้าแห่มาซื้อชุดนักเรียนกันจนแน่นร้านทุกวัน ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน เพราะช่วงโควิดที่ผ่านมา ต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้านมานานเกือบ 2 ปี

สำหรับราคาชุดนักเรียน ช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด ขณะที่ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะเลือกซื้อชุดให้เด็กประถม เพียงคนละ 2 ชุด เนื่องจากส่วนใหญ่รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าซื้อเยอะ เพราะกลัวเด็กจะกลับไปเรียนได้ไม่นาน ก็ต้องกลับมาเรียนที่บ้านอีก แต่ถ้าเป็นเด็กระดับมัธยมต้น จะเลือกซื้อเยอะหน่อยประมาณ 3 ชุด เพราะส่วนใหญ่ อยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนกันหมด

สำรวจราคาเฉลี่ย "ชุดนักเรียน" ต้อนรับเปิดเทอม 2565

  • (ชุดนักเรียนอนุบาล)

เสื้อ : ราคาตั้งแต่ 155-210 บาท

กระโปรง : ราคาตั้งแต่ 170-215 บาท

กางเกง : ราคาตั้งแต่ 175-230 บาท

  • (ชุดนักเรียนชาย) ระดับประถม, มัธยมต้น, มัธยมปลาย

เสื้อ : ราคาตั้งแต่ 195-325 บาท

กางเกง : ราคาตั้งแต่ 215-480 บาท

  • (ชุดนักเรียนหญิง) ระดับประถม, มัธยมต้น, มัธยมปลาย

เสื้อ : ราคาตั้งแต่ 195-315 บาท

กระโปรง : ราคาตั้งแต่ 230-465 บาท

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก ร้านชุดนักเรียนน้อมจิตต์ โดยราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบเสื้อผ้าและขนาดไซส์.

ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ

กราฟิก : Sathit chuephanngam