ตำรวจ บก.ปปป.ลุยสอบปากคำ ผอ.พศจ.นครศรีธรรมราช คณะกรรมการวัด และนายก อบต.กะเปียดหาข้อมูลประวัติอดีตพระกาโตะ การบริหารจัดการทรัพย์สินในวัด และการเบิกเงินวัดปิดข่าวมั่วสีกา รวมทั้งการส่งเงินคืนเพื่อมัดเอาผิดอดีตพระฉาว ผบก.ปปป.ย้ำความผิดสำเร็จฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และ พ.ร.บ.สงฆ์ แต่หากไม่มีการแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาส มีความผิดฐานสนับสนุน ส่วนพระดอนยังกบดานเงียบ ผบช.ก. ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ประสานเสียงระดมกำลังตามล่าตัวตามหมายจับ “วิษณุ” ชี้กฎหมายเอาผิดอาญาพระและสีกา กรณีพระเสพเมถุนเคยมี แต่ยกเลิกไปแล้ว จะเอามาใช้ใหม่ก็ไม่ขัดข้อง เป็นหน้าที่สำนักพุทธฯ
ตำรวจ บก.ปปป. เดินหน้าลุยสอบปากคำเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเอาผิดอดีตพระกาโตะ หรือนายพงศกร หรือแรมโบ้ จันทร์แก้ว อายุ 23 ปี อดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง จ.นคร ศรีธรรมราช ถอนเงินบัญชีวัดเพ็ญญาติ 6 แสนบาท มอบให้พระครูวินัยธรสุวิจักษณ์ ปญฺญาวโร หรือ พระดอน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวังตะวันออก อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อนำเงินไปจ่าย “สีกาใบตอง” เคลียร์เสพเมถุน และจ่ายให้ “สื่อ” เพื่อปิดข่าวฉาว หลัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ระบุการกระทำของอดีตพระฉาวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 อยู่ในอำนาจของ บก.ปปป. สอบสวนดำเนินคดี ส่วนพระดอนปิดกุฏิหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังถูกแฉเป็นคนกลางวิ่งเต้นปิดข่าว ซึ่งตำรวจเร่งตามจับกุมในคดีจ่ายเช็คเด้งก่อนคดีหมดอายุความ
ความคืบหน้าการดำเนินคดีอดีตพระกาโตะ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่สำนักงานพระพุทธ ศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป. พ.ต.ท.กรณ์ จัตตุลาภา รอง ผกก.5 บก.ปปป พ.ต.ท.สมเกียรติ พิมพกันต์ รอง ผกก.5 บก.ปปป. พร้อมกำลังเข้าสอบปากคำนางพัทยา ทองเสภี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช (ผอ.พศจ.นครศรีธรรมราช) ที่ห้องประชุมชั้น 2 เพื่อตรวจสอบเรื่องราวประวัติของอดีตพระกาโตะและเส้นทางการเงินของอดีตพระกาโตะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นตำรวจนัดสอบปากคำเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เจ้าคณะจังหวัดไม่ว่าง
พ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป. พร้อมกำลัง และนางพัทยา ทองเสภี ผอ.พศจ.นครศรีธรรมราช เดินทางไปที่วัดเพ็ญญาติ เพื่อดูพื้นที่และสอบถามพระในวัดที่เหลืออยู่ 3 รูป ก่อนเชิญนายบำรุง ยอดมณี นายก อบต.กะเปียด นายโชคดี นุมาศ นายสันติ จงราช คณะกรรมการวัด ที่มีอำนาจเซ็นเบิกเงินบัญชีวัดร่วมกับอดีตพระกาโตะ และร่วมเป็นพยานในวันที่อดีตพระกาโตะนำเงิน 6 แสนบาทมาคืนให้กับวัดไปให้ปากคำที่ห้องประชุม อบต.กะเปียด โดยการสอบปากคำเน้นเรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาอดีตพระกาโตะ การบริหารงานและจัดการทรัพย์สินในวัด รวมถึงเหตุการณ์ที่อดีตพระฉาวไปเบิกเงินจากวัดเพื่อปิดข่าวมั่วสีกา และการส่งมอบเงินคืน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษจึงแล้วเสร็จ โดย พ.ต.อ.สมศักดิ์ไม่ขอให้รายละเอียดโดยกล่าวว่าได้รายงานผลการสอบปากคำ ทั้งหมดให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.ทราบแล้ว หากต้องการทราบอะไรให้สอบถามผู้บังคับบัญชา
ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นางไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และพระธวัฒน์พล จกฺกวโร หรือ “พระย้อย” อายุ 35 ปี เข้าให้ปากคำ พ.ต.ท.ถาวร จันทระพงษ์ สว.(สอบสวน) ในคดีที่นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช แจ้งความดำเนินคดีอดีตพระกาโตะในข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีที่แฉกลางรายการโหนกระแสว่าได้จ่ายเงิน 3 แสนบาท ให้นักข่าวเพื่อปิดข่าวอดีตพระกาโตะมั่วสีกาใบตอง โดยนายไพฑูรย์ยืนยันว่ามีการเสนอเคลียร์จริงแต่ไม่รับ เพราะต้องการเปิดโปงพฤติกรรมเพื่อให้อดีตพระฉาว “สึก” ขณะที่พระย้อย ให้การว่าได้สอบถามอดีตพระกาโตะในระหว่างออกรายการโหนกระแส ซึ่งอดีตพระกาโตะรับว่าจ่ายเงินจริง แต่จ่ายผ่านพระครูวินัยธรสุวิจักษ์ หรือพระดอน
พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอยู่ ระหว่างเร่งสอบปากคำสื่อมวลชนหลายคนที่เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตพระกาโตะในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ให้สัมภาษณ์จ่ายเงิน 3 แสน ให้นักข่าวท้องถิ่น จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งสอบผู้เกี่ยวข้องทุกคน จากนั้นจะออกหมายเรียกนายพงศกร จันทร์แก้ว หรืออดีตพระกาโตะ มาสอบปากคำต่อไป ส่วนการติดตามจับกุมพระครูวินัยธรสุวิจักษ์ หรือพระดอน ในคดีเช็ค 2 หมายจับ ขณะนี้ยังไม่พบตัว
ขณะที่ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.กก.สส.ภ.จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจ นปพ.เร่งติดตามจับกุมพระดอนแล้ว คาดกบดานในพื้นที่ จ.ตรัง จ.กระบี่ และพัทลุงบ้านเกิด แต่ยังไร้วี่แวว คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 วัน จะจับกุมตัวได้อย่างแน่นอน
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. กล่าวถึงกรณี พระครูวินัยธรสุวิจักษณ์ ปญฺญาวโร หรือพระดอน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวังตะวันออก ที่เป็นตัวกลางรับเงินไปจ่ายให้สีกาตอง-สื่อ ว่า มอบหมายให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. จัดกำลังออกติดตามตัวแล้วหลังพบว่ามีหมายจับคดีค้างเก่าติดตัว พร้อมยืนยันไม่ได้จับกุมพระดอนตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีอดีตพระกาโตะถอนเงินวัดเพื่อปิดข่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน กก.5 บก.ปปป. สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช กรรมการวัด ไวยาวัจกร และพระลูกวัดเพ็ญญาติ เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดต่างๆ รวมถึงกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินของวัด คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 วันนี้ ว่ามีใครบ้างที่เข้าข่ายความผิด ซึ่งการเบิกเงินวัดไปใช้ส่วนตัวเป็นความผิดสำเร็จแล้ว เป็นการกระทำความผิดของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สงฆ์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 คือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ กรณีที่มีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาส แต่ถ้าไม่มีหนังสือแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสก็จะเข้าข่ายสนับสนุนให้กระทำความผิด นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบว่ามีใครให้การสนับสนุนอดีตพระกาโตะนำเงินดังกล่าวออกมาหรือไม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพระเสพเมถุนจนเป็นข่าวฉาวว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เรียกเข้าหารือเมื่อวันที่ 5 พ.ค. นายกฯไม่ได้ฝากอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตนบังเอิญเจอ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ได้ถาม ผอ.สำนักพุทธฯว่านายศรีสุวรรณ จรรยา กำลังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอยู่ ผอ.สำนักพุทธฯรับว่าจะไปศึกษา เรื่องนี้ดู ในอดีตปี 2500 เราเคยมีกฎหมายที่ระบุว่าพระที่ทำปาราชิกโดยเสพเมถุนกับผู้หญิงไม่ว่าหญิงผู้นั้นจะสมัครใจหรือไม่ ถือว่ามีความผิด และผู้หญิงก็มีความผิด แต่ต่อมาเห็นว่าควรยกเลิก ปัจจุบันกฎหมายนี้ไม่มีแล้ว ต้องไปดูเหตุผลที่ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ ถ้าจะเอามาใช้อีกก็ไม่ขัดข้อง เป็นหน้าที่ของสำนักพุทธฯ และอาจต้องมีกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา และนักกฎหมายร่วมกันพิจารณาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมสงสัยว่าสำนักงานพระพุทธ ศาสนาฯดูเหมือนจะไม่มีปฏิกิริยาต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นายวิษณุกล่าวว่า เขาทำอยู่มีการติดต่อประสานกับเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสอบอยู่ เมื่อยอมรับก็เท่ากับว่าปาราชิกโดยเสพเมถุน และเมื่อต้องปาราชิกก็เหมือนตาลยอดด้วนอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส คือไม่สามารถบวชได้อีกตลอดชีวิต และนี่คือเหตุผลว่าทำไมปี 2500 จึงมีการยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ เพราะถือว่ารับโทษทางวินัยของพระสงฆ์ไปแล้ว สำนักพุทธฯกำลังประสานดำเนินการอยู่เพื่อให้เกิดหลักฐานรองรับไว้ในทะเบียนว่าปาราชิก ไม่เช่นนั้นเวลาจะบวชอีกพระอื่นหรือวัดอื่นอาจไม่รู้
เมื่อถามว่าตอนนี้ความเสื่อมในพระพุทธศาสนามันเกิดขึ้นแล้ว ทางสำนักพุทธฯจะสามารถเรียกศรัทธาจากประชาชนมาได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เราต้องช่วยกันทั้งประเทศ โดยสำนักพุทธฯอาจมีบทบาทมากหน่อย ขอให้เขารวบรวมข้อมูลความชัดเจน ให้ได้สักหน่อยก่อนแล้วค่อยออกโรงมาชี้แจง เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องนี้แต่ยังมีกรณีของพระผู้ใหญ่จังหวัดอื่นๆอีก รองนายกฯกล่าวว่า อย่าพูดว่าพระผู้ใหญ่เลย พระผู้น้อยก็มีเยอะแยะไป ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องของเงินทอนวัดยังคงมีอยู่อีกหรือไม่ นายวิษณุย้อนถามว่า “คุณไม่รู้หรือ” เมื่อถามว่ากรณีเงินทอนวัดมีอีกหรือ นายวิษณุ กล่าวว่า รอดูอีกสักพักแล้วกัน เมื่อถามว่ารอดูใคร นายวิษณุกล่าวว่า ก็รอดูแล้วกัน เมื่อถามว่าเป็นพระในกรุงเทพฯหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ รอดูอีกหน่อย รอดูแล้วกัน


