ร้านแจงปมดราม่า สเต๊กดิบ ขอโทษพร้อมรับผิดชอบ วอนฟังความสองด้าน ล่าสุดลูกค้าได้เงินคืนตามยอดออเดอร์ 681 บาทแล้ว
จากกรณีโลกออนไลน์ มีการแชร์ภาพและข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง สั่งอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ผ่านบริการเดลิเวอรี แต่ปรากฏว่าแทบทุกเมนูสเต๊กที่สั่ง ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ดิบจนรับประทานไม่ได้ และเมื่อแจ้งทางร้าน กลับไม่ยอมคืนเงิน พร้อมบอกให้เจอกันที่ชั้นศาล จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์
ต่อมาทางเฟซบุ๊กเพจ "M Steakhouse" ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ตัวผมเองเพิ่มไปฉีดวัคซีนมาวันนี้ (23 เม.ย.) จึงเพิ่งได้ทราบเรื่องไวรัลที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนีหายไปแต่อย่างใด ร้านวันนี้ถึงปิดครับ (ใบฉีดวัคซีนรูปที่ 1) เบื้องต้นผมได้ตรวจสอบข้อความ และเนื้อข่าวจากสื่อข่าวต่างๆ แล้ว ผมขออนุญาตชี้แจงตรงนี้นะครับ
เหตุที่เกิดขึ้นเป็นออเดอร์วันที่ 22/4/2022 เวลา 20.46 ครับ จากช่องทางเดลิเวอรี โดยลูกค้าสั่งอาหารทั้งหมด 6 กล่องครับ ออเดอร์ทั้งหมด ยอดรวม 681 บาท ผมได้รับการติดต่อจากลูกค้าผ่านโทรศัพท์ เมื่อเวลา 21.52 ครับ ในวันเดียวกัน เพื่อต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับอาหาร ผมจึงให้เขาแอดไลน์ และเขาได้ส่งภาพสินค้ามาในเวลา 21.54
โดยเบื้องต้น ผมยินดีจ่ายค่าเสียหายของอาหารทั้งหมดที่ลูกค้าอยากเคลม รวม 213 บาทครับ (คืนเงินทั้งเมนู ไม่ได้คืนเฉพาะตัวสเต๊ก) ต่อมาลูกค้าก็ยังไม่พอใจ และต้องการเงินของออเดอร์อื่นๆ เพิ่มอีก ซึ่งเบื้องต้นในเจตนาของผม ผมยินดีจะจ่ายครับหากลูกค้าไม่พอใจ
เหตุการณ์ภาพที่เกิดขึ้น ในรูปที่ผมพูดเรื่องศาลนั้น เนื่องจากตอนนั้นกำลังทำการเคลียร์ยอดการซื้อขายกับทางแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอยู่ว่าจะรีฟันด์ (คืนเงิน) ออเดอร์นี้ให้แก่ลูกค้า เพราะเบื้องต้นยอดเงินการซื้อ ทางร้านนั้นยังไม่ได้รับ เพราะเงินยังอยู่ที่บริษัท ทางร้านจึงคิดว่าจะแจ้งแพลตฟอร์มให้คืนเงินลูกค้าไป ซึ่งใช้เวลาพอสมควร
...
แต่ลูกค้าไม่ได้หยุดการต่อว่า ทั้งๆ ที่ผมได้กระทำการยอมรับผิดแล้ว (ตั้งแต่เริ่มเปิดสนทนา) ผมจึงบอกลูกค้าว่าหากใดๆ ลูกค้าไม่พอใจสามารถรีวิวสินค้าได้เลย และในความคิดขณะนั้น ถ้าหากลูกค้าทำสิ่งใดเกินกว่าเหตุนั้น (ซึ่งหมายถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้) ผมคิดว่าเรื่องต่างๆ คงต้องจบกันที่ศาล ผมจึงแสดงออกไปแบบนั้น ด้วยความไม่พอใจว่า ทำไมถึงต้องโมโหมากขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ผมก็พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ทั้งหมด ต่อจากภาพนั้น ผมก็ยังคงคุยและขอโทษลูกค้าอีกหลายครั้ง ทั้งยังเสนอเงินคืนแก่ลูกค้าอีกด้วย สุดท้ายลูกค้าบอกกับผมเองว่า ไม่ต้องการรับการคืนเงินคืน ผมจึงได้จบการสนทนาและบล็อกลูกค้าไป เพราะไม่ต้องการให้การสนทนาเกิดความรุนแรงไปมากกว่านี้
สุดท้ายเจตนาของผมคือ ผมได้พยายามกล่าวขอโทษลูกค้าแล้ว และเสนอความรับผิดชอบต่อคุณลูกค้าแล้ว ด้วยความที่ผมไม่คิดจะปฏิเสธการรับผิดชอบเลย แต่กลับยังถูกต่อว่าไม่หยุด จึงรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผมรู้สึกไม่ดี เลยได้แสดงออกไปแบบนั้น ซึ่งผมก็ขอโทษ แต่ถ้าหากทุกท่านได้อ่านข้อความจนครบถ้วนแล้ว จะเข้าใจว่าผมได้ขอโทษไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่กลับขอโทษถึง 2-3 ครั้ง รวมถึงได้ทำการเสนอการเคลมเงินต่างๆกับลูกค้าหลายครั้ง แต่สุดท้ายลูกค้าก็ได้ทำการปฏิเสธ โดยที่ผมไม่อยากมีการตอบโต้ใดๆ กลับลูกค้าอีก จึงเลือกที่จะบล็อกไปเพื่อยุติเรื่องราว
ในตอนแรกนั้นผมเห็นข้อความที่ลูกค้าโพสต์ในเฟซบุ๊กของเจ้าตัวเองแล้ว ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนั่นคือสิทธิที่ลูกค้าทำได้ และส่วนตัวเป็นคนไม่อยากต่อความกับใคร แต่สุดท้ายเกิดไวรัลนี้เกิดขึ้น จึงออกมาชี้แจงเนื้อหาข้อมูลจริงๆ ต่อสังคมให้เข้าใจว่าในแชตนั้น ไม่ได้มีเท่าที่ลูกค้าท่านนั้นโพสต์ไปเท่านั้น
สิ่งใดผมทำผิดผมกล้ารับ และขอโทษนะครับ หากคุณลูกค้ามาบอกกับผมว่าต้องการเคลมค่าอาหารที่ไม่พอใจคืน ตอนนี้ผมก็พร้อมยินดีจ่ายนะครับ แต่สิ่งไหนที่ไม่เป็นความจริงรบกวนฟังความสองด้านนะครับ
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (25 เม.ย.) ทางลูกค้าได้อัปเดตข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ทางร้านได้ให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ติดต่อกลับมา และขอรับผิดชอบโอนคืนตามยอดออเดอร์ยอด 681 บาทแล้ว แต่ยังไม่มีการติดต่อมาส่วนตัวแต่อย่างใด.
ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก Noppharat Aef , เฟซบุ๊ก M Steakhouse