“โยคีปอ-โยคีโรเบิร์ต” 2 ผู้ต้องหาคดีแตงโม-นิดา พลัดตกเรือเสียชีวิตมาตามนัด รายงานตัวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ปิดปากเงียบไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ ก่อนขึ้นรถหรูกลับไปปฏิบัติธรรม ผบช.ภ.1 แถลงความคืบหน้าการจำลองเหตุการณ์อีกรอบ เชื่อแตงโมตกน้ำขณะเรือแล่น ย้ำยังไม่ปิดคดีและไม่ตั้งข้อหาใครเพิ่ม ประสานนักวิชาการจ่อนำ 3 คนบนเรือเข้าเครื่องจับเท็จ “ลุงนิต” ชายหาปลาในคลิปเข้าพบตำรวจ ยันวัตถุลอยน้ำคือขอนไม้ แจ้งจับ ส.ส.เต้ หมิ่นประมาท “สิระ” คู่ปรับเก่าโผล่แจม ด้าน “เต้ พระราม 7” พาทีมประดาน้ำงมหากระโปรงขาว เจอฝนถล่มภารกิจล่ม “อธิบดีกรมธนารักษ์” เร่งเอาผิดทางแพ่งย้อนหลัง “ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย” รุกที่ราชพัสดุ ส่วนคดีอาญารอหารือกองทัพ
สื่อโซเชียลยังสร้างความสับสนให้สังคมต่อเนื่อง กรณี “แตงโม-ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระ พงษ์” อายุ 37 ปี นักแสดงสาวชื่อดัง พลัดตกสปีดโบ๊ตจมน้ำเสียชีวิตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี กลุ่มเพื่อน 5 คนในเรือยืนยันเกิดจากอุบัติเหตุ สอดคล้องกับพยานแวดล้อมและผลชันสูตรศพที่ตำรวจรวบรวมมา และเตรียมสรุปสำนวนคดีเป็นความประมาทของคนขับเรือ แต่นักสืบโซเชียลไม่ยอมลดละ สร้างกระแสให้เป็นเหตุฆาตกรรม นำคลิปที่อ้างว่าบันทึกเหตุการณ์ได้ออกมาเผยแพร่ ขณะที่ ปอ-ตนุภัทร์ เลิศทวีวิทย์ เจ้าของสปีดโบ๊ต และโรเบิร์ต-ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ คนขับเรือ ที่ปลงผมบวชพราหมณ์เป็น“โยคี” ปฏิบัติธรรมอุทิศบุญกุศลให้ดาราสาวผู้ล่วงลับอยู่ที่ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้เข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนตามเงื่อนไขของการประกันตัว ด้านกรมธนารักษ์เร่งดำเนินการกับธรรมสถานดังกล่าว หลังตรวจสอบแล้วพบบุกรุกที่ราชพัสดุจริง
ผบช.ภ.1 แถลงคืบหน้าคดี
ความเคลื่อนไหวด้านคดี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี แถลงข่าวคืบหน้าคดี แตงโม-ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวพลัดตกสปีดโบ๊ตจมน้ำเสียชีวิต พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวว่า คดีนี้ตามเงื่อนไขประกันที่ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้ตั้งไว้ 2 ผู้ต้องหา คือปอ-ตนุภัทร์ เลิศทวีวิทย์ เจ้าของสปีดโบ๊ต และโรเบิร์ต-ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ คนขับเรือ จะต้องมารายงานตัวที่ สภ.เมืองนนทบุรี ทุกๆ 5 วัน ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องระบุที่พักเป็นหลักแหล่ง ทราบว่าทั้ง 2 คนจะมา รายงานตัวในช่วงบ่ายวันนี้
“แตงโม” ตกน้ำขณะเรือแล่น
พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวต่อว่า เรื่องคดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากพยานไปทั้งหมด 115 ปาก ยังเหลือการสอบปากเจ้าหน้าที่ภาครัฐบางส่วน เช่น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และนิติเวช รวมทั้งจำลองเหตุการณ์ซ้ำ 2 เรื่อง ทั้งการนำสปีดโบ๊ตลำเกิดเหตุออกไปจำลองเหตุการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้ความเร็วเรือ 8 นอต คำนวณจากความเร็วเรือในวันเกิดเหตุ การเอียงของหัวเรือ จำนวนคน ตำแหน่งคนยืนให้ใกล้เคียงกับวันเกิดเหตุ และการทำงานของใบพัด จำลองเรื่องบาดแผลของแตงโม มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมพิสูจน์ การจำลองครั้งล่าสุดนี้ได้ข้อมูลพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ จากการจำลองเหตุการณ์ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าแตงโมพลัดตกน้ำหายไประหว่างเรือกำลังแล่น
ยังไม่แจ้งข้อหาใครเพิ่มเติม
พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวอีกว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการเพื่อมาประกอบสำนวน หลังจากได้ผลมาแล้วจะต้องใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะสรุปสำนวนคดี ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มกับใครหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ไปถึงบุคคลคนนั้น ส่วนกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่นัดจะนำคลิปมามอบให้พนักงานสอบสวนนั้น นายมงคลกิตติ์ได้ติดต่อมาแล้ว พนักงานสอบสวนจะสอบสวนถึงที่มาที่ไปของหลักฐานดังกล่าวว่าได้มาจากไหน อย่างไร หากหลักฐานมีน้ำหนักมากเพียงพอน่าเชื่อถือ จะรวบรวมเข้าไว้ในสำนวนการสอบสวน
เตรียมนำ 3 คนเข้าจับเท็จ
ผบช.ภ.1 กล่าวว่า กรณีที่มีกลุ่มบุคคลไปร้องเรียนคดีแตงโม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษนั้น ตามกฎหมายจะต้องเป็นญาติของผู้ตายเท่านั้น อีกทั้งดีเอสไอมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการรับทำคดีพิเศษ ส่วนกรณีการนำเพื่อนแตงโม 3 คนเข้าเครื่องจับเท็จ เป็นเรื่องที่ทำได้หากสังคมเรียกร้อง การใช้เครื่องจับเท็จไม่ได้เสียหายอะไร ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ ได้ประสานนักวิชาการเรื่องการเตรียมคำถามต่างๆไว้ก่อน แต่หากถึงจุดหนึ่งที่พยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำไปเข้าเครื่องจับเท็จ ส่วนเรื่องผ้ากระโปรงสีขาวของแตงโมที่หายไป ตอนนี้ยังไม่พบ แต่ในการสอบสวน ถือว่ามีพยานหลักฐานอื่นเยอะเพียงพอ และจากการจำลองเหตุการณ์หลายครั้ง ยังไม่มีองค์ประกอบใดที่เชื่อมโยงไปถึงผ้าสีขาวดังกล่าว
2 โยคีเข้ารายงานตัว ตร.
เวลา 13.00 น. โยคีปอ-ตนุภัทร์ เลิศทวีวิทย์ และโยคีโรเบิร์ต-ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ 2 ผู้ต้องหาคดีแตงโมพลัดตกเรือเสียชีวิตที่ไปบวชพราหมณ์ปฏิบัติธรรมอุทิศบุญกุศลให้ดาราสาว เดินทางด้วยรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน ญบ 635 กรุงเทพมหานคร ของวัดท่าไม้ ออกจากธรรมสถานวิโมกสิวาลัย สถานที่ปฏิบัติธรรมสาขาวัดท่าไม้ ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มาที่ สภ.เมืองนนทบุรี เข้ารายงานตัวกับ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี หลังครบกำหนดการประกันตัว ทันทีที่เดินทางมาถึงหน้าโรงพักมีทนายความมารอรับ ในวันนี้ทั้ง 2 คน สวมชุดขาว สีหน้าเรียบเฉยและพากันเดินขึ้นไปบนชั้น 2 โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มารอรายงานข่าวจำนวนมาก หลังใช้เวลารายงานตัวประมาณ 1 ชม. ทั้ง 2 คนได้ลงมาขึ้นรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน 2 ขด 5207 กรุงเทพมหานคร ออกไปจากโรงพัก คาดว่าจะเดินทางกลับไปปฏิบัติธรรมให้ครบกำหนด
ลุงหาปลาให้ปากคำ พงส.
ก่อนหน้านี้ในช่วงสายวันเดียวกัน นายวินิต ตรีปัญญา หรือลุงนิต อายุ 53 ปี ชายหาปลาในคลิป เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี หลังจาก ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ นำคลิปไปแถลงข่าวว่าเป็นคนหาปลาที่พบแตงโมลอยคอว่ายน้ำ แต่ไม่ยอมช่วยเหลือ นายวินิตกล่าวว่าตนลงหาปลาตรงนั้นทุกคืน เมื่อ ส.ส.เต้ ให้สัมภาษณ์แบบนั้น ทำให้สังคมตราหน้าว่าตนเป็นคนไม่ดี หากเป็นแตงโมจริง ตนไม่ปล่อยให้จมน้ำแน่นอน ขอให้ตายใน 7 วัน มันไม่ใช่คน เป็นแค่ขอนไม้ ถ้าเป็นคนต้องช่วยขึ้นมาอยู่แล้ว ที่ไปตรงนั้นเพราะขอนไม้มันลอยมาจะติดตาข่ายดักปลา ต้องพายเรือไปเอาออก ตนเสียความรู้สึกมากที่ ส.ส.เต้ ไปให้สัมภาษณ์ว่า ตนเห็นคนจะจมน้ำแล้วไม่ช่วย ส่วนที่ขอนไม้ลอยทวนน้ำเพราะจุดนั้นเป็นกระแสน้ำวน ตอนนี้กำลังปรึกษาญาติจะดำเนินคดีกับ ส.ส.เต้หรือไม่
แจ้งจับ “เต้” หมิ่นประมาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายวินิต ตรีปัญญา หรือลุงนิต คนหาปลา เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เรื่องที่ ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ กล่าวหาว่าพายเรือไปเจอแตงโมแล้วไม่ยอมช่วย ทำให้โลกโซเชียลเข้ามาต่อว่าเสียๆหายๆจนครอบครัวเดือดร้อน หลังให้ปากคำเสร็จ นายวินิตพาพนักงานสอบสวน เดินทางไปชี้จุดที่พบขอนไม้ลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา และกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองบางกรวยที่ ส.ส.เต้ เอามาเผยแพร่ หลังชี้จุดเสร็จได้เดินทางกลับมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกลับ ส.ส.เต้ ข้อหาผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“เต้-ลุงนิต” เผชิญหน้ากัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่นายวินิต เตรียมเดินทางกลับออกจาก สภ.เมืองนนทบุรี ระหว่างนั้น ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ ได้เดินทางมาถึงโรงพักและขอเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีแตงโม เพื่อนำคลิปที่อ้างว่าดาราสาวพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง และมีชายหาปลาพายเรือไปดูแต่ไม่ช่วยเหลือมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าทั้ง 2 คนได้เดินสวนกันบริเวณทางเดิน นายวินิตได้หยุดยืนจ้องหน้า ส.ส.เต้ แต่ไม่ได้พูดอะไร ผู้สื่อข่าวถาม ส.ส.เต้ ว่ามีอะไรจะบอกลุงนิตหรือไม่เพราะการแถลงข่าวของ ส.ส.เต้ ทำให้เขาเสียหาย นายมงคลกิตติ์หันไปมองหน้าลุงนิตก่อนกล่าวตอบโต้ว่า “ชายคนนี้ไม่ใช่คนหาปลาในคลิปที่ผมเผยแพร่ ดูจากทรงผมก็ไม่ใช่แล้ว ไม่ใช่คนเดียวกันแน่นอน” จากนั้น ส.ส.เต้ รีบเดินหนีไป ขณะที่ลุงนิตได้แต่ส่ายหน้าไม่พูดอะไร ก่อนขอตัวกลับบ้านทันที
ท้า “ลุงนิต” เชิญฟ้องได้เลย
ต่อมา ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังนำคลิปกล้องวงจรปิดจากเทศบาลเมืองบางกรวย บริเวณเขื่อนประตูระบายน้ำคลองบางกรวย อยู่ตรงข้ามท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ช่วงเวลา 21.35-21.57 น. วันที่ 24 ก.พ.65 มามอบให้พนักงานสอบสวนว่า ตนนำคลิปวิดีโอชุดนี้มามอบให้เพื่อนำไปตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวนี้จะมีประโยชน์อะไรต่อคดีบ้าง เพราะในคลิปบอกทั้งภาพ เสียง เวลา แตกต่างจากพยานบุคคลที่อาจเปลี่ยนคำให้การได้ ส่วนวัตถุที่ปรากฏในคลิปจะเป็นอะไรนั้นต้องให้พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุที่ทำให้ตนเชื่อว่าวัตถุดังกล่าวคือแตงโม เป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของตน เพราะเวลามีความใกล้เคียง และวัตถุดังกล่าวทวนน้ำได้ อีกทั้งบริเวณที่ปรากฏวัตถุดังกล่าวเป็นจุดที่พบศพแตงโมด้วย ส่วนเรื่องลุงพายเรือในคลิปไม่ได้ปรักปรำ แต่หากจะฟ้องก็ฟ้องได้เลย
“สิระ” คู่ปรับเก่าเต้โผล่แจม
เวลาไล่เลี่ยกัน นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี และได้พูดคุยกับนายวินิต ตรีปัญญา หรือลุงนิต ก่อนที่ทั้ง 2 คน จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายวินิตกล่าวว่า ยืนยันคืนนั้นตนเป็นคนเดียวกับในคลิปแน่นอน เพราะพายเรือออกไปหาปลาทุกคืน ขณะให้ปากคำพนักงานสอบสวนได้เจอ ส.ส.เต้ แต่เขาบอกว่าตนไม่ใช่คนหาปลาในคลิปก็ช่างเขา มองว่า ส.ส.เต้กำลังแถไปเรื่อยเลยไม่สนใจจะคุยกันต่อ จากนี้ได้ปรึกษานายสิระแล้วว่าจะดำเนินคดี ส.ส.เต้ ด้วยการแจ้งความดำเนินคดีและทำเรื่องฟ้องศาล เพราะทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง กลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนที่ดูข่าวนี้ วันเกิดเหตุถ้าเป็นคนกำลังจมน้ำจริงมีหรือจะไม่ช่วย ต่อให้เป็นหมาขี้เรื้อนตกน้ำยังช่วยเลย สภาพจิตใจตอนนี้รู้สึกแย่ มีคนเข้าใจผิดเข้ามาคอมเมนต์ด่าตนจำนวนมาก ตนมีอาชีพหาปลาเลี้ยงครอบครัว พอเป็นข่าวว่าไม่ช่วยแตงโม ทำให้ไม่กล้าจะออกไปหาปลาเพราะกลัวถูกทำร้าย
ผิด พ.ร.บ.คอมฯ-จริยธรรม
นายสิระกล่าวว่า อยากฝากถึงโลกโซเชียล และประชาชนที่ได้รับข้อมูลทางเดียวว่าควรฟังข้อมูลทั้ง 2 ทาง วันนี้ที่ลุงนิตออกมาพูดความจริงที่เกิดขึ้นว่า สิ่งที่เห็นในคลิปไม่ใช่แตงโมแต่เป็นขอนไม้ ทำให้มีคนเข้าใจผิดลุงนิตเห็นเหตุการณ์แล้วไม่ช่วยเหลือ จนถูกต่อว่าในโลกโชเชียล หลังได้คุยกับลุงนิตแล้ว จะดำเนินการ 2 ทางคือ 1.แจ้งดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน 2.ให้ทนายทำเรื่องฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อพิสูจน์ความจริงคืนความเป็นธรรมให้ลุงนิต พร้อมฟ้องเรียกค่าเสียหาย รวมทั้งตั้งใจจะแจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบ ส.ส.เต้ ว่านำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ และจะยื่นจริยธรรมกับ ป.ป.ช.ตามมาตรา 185 ห้ามแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
งมค้นหากระโปรงสีขาว
เวลา 14.00 น. ที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ นำทีมประดาน้ำของกู้ภัยมังกร จ.ชลบุรี 5 คน พร้อมได้รับการสนับสนุนเรือ 2 ลำ จากทีมกู้ภัยทางน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู ใช้ในการค้นหาหลักฐานในจุดที่แตงโมพลัดตกเรือจมน้ำเสียชีวิต โดยลงค้นหากระโปรงยาวสีขาวของดาราสาวที่คาดว่าจะจมน้ำอยู่ในจุดดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดี ก่อนจะเริ่มภารกิจค้นหา ส.ส.เต้ ได้จุดธูป 9 ดอก พร้อมมาลัย 1 พวง อธิษฐานต่อพระแม่คงคาและเจ้าที่เจ้าทาง เพื่อขอเปิดทางให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งใจไว้
เอฟซียังนำดอกไม้ไว้อาลัย
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า วันนี้จะให้ทีมประดาน้ำลงค้นหากระโปรงยาวสีขาวของแตงโมที่ยังหาไม่เจอตั้งแต่วันเกิดเหตุ คาดว่าน่าจะจมอยู่บริเวณที่พบศพเพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอ อาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ตนไม่ได้คาดหวังอะไรมากแค่อยากหาความจริงในเรื่องนี้ และการที่ตนออกมาเคลื่อนไหว ไม่ได้เป็นการแทรกแซงการทำการของตำรวจ แต่เป็นการมาช่วยหาพยานหลักฐานให้ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันยังคงมีแฟนคลับของแตงโมเดินทางมาที่ท่าเรือนำช่อดอกไม้มาร่วมไว้อาลัยดาราสาวผู้ล่วงลับ แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกือบครบ 1 เดือนแล้ว
ฝนถล่ม-ภารกิจล้มเหลว
ต่อมาเวลา 15.00 น. นายมงคลกิตต์ลงเรือหางยาวนำทีมนักประดาน้ำ 5 คน ลงงมค้นหาจุดแรกริมแนวเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ฝั่งตรงข้ามท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตร ในระดับความลึก 14-15 เมตร ใช้เวลา 20 นาที ก่อนขึ้นจากน้ำเดินทางไปยังจุดที่ 2 ริมแนวเขื่อนท่าน้ำหน้าวัดเขมาภิรตาราม ในระดับความลึก 14 เมตร ใช้เวลา 20 นาที ระหว่างนั้นเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทีมนักประดาน้ำต้องยุติการค้นหาเนื่องจากทัศนวิสัยใต้น้ำเลวร้ายมาก กระแสน้ำพัดไหลแรง ไม่สามารถประคองตัวใต้น้ำได้ ประกอบกับมีกิ่งไม้ ตอไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากอาจเป็นอันตรายได้ จากนั้นพากันกลับมายังท่าน้ำพิบูลสงคราม 1 และแยกย้ายกันเดินทางกลับ
“หนิง-ปณิตา” โผล่ท่าเรือ
เวลา 17.00 น. หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ดาราสาวชื่อดัง เดินทางมาพร้อมชายหญิงอีก 4 คน มาลงเรือสปีดโบ๊ตที่มีคนขับมาจอดเทียบรอที่โป๊ะท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี หนิง-ปณิตา รีบเดินจากลานจอดรถไปลงเรือด้วยอาการเร่งรีบ ผู้สื่อข่าวหลายสำนักพยายามขอสัมภาษณ์ แต่หนิงไม่ได้หยุดพูดคุยแต่อย่างใด จากนั้นคนขับเรือเร่งเครื่องสปีดโบ๊ตออกไปยังฝั่งตรงข้ามริมแนวเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ก่อนลัดเลาะไปตามตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าไปทางพระราม 7 การมาครั้งนี้ของหนิง-ปณิตา ไม่มีใครทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องของแตงโมหรือไม่ หลังใช้เวลาราว 1 ชม. สปีดโบ๊ตได้นำหนิงและคณะกลับมาขึ้นที่ท่าเทียบเรือพิบูลสงคราม 1 เพื่อขึ้นรถยนต์กลับไป
เอาผิดทางแพ่งย้อนหลัง
ส่วนความเคลื่อนไหวการเอาผิดธรรมสถานวิโมกสิวาลัย หรือมูลนิธิชยันโตโพธิธรรมรังษี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี บุกรุกที่ราชพัสดุ นายประภาศคงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ ยืนยันจะพิจารณาเอาผิดกับธรรมสถานวิโมกสิวาลัย เพราะมีความผิดชัดเจนเข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นจะเรียกค่าเสียหายย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มบุกรุกปี 51 จนถึงปัจจุบัน แต่จะเท่าไรต้องขอดูแลรายละเอียดก่อนเป็นเรื่องของทางแพ่ง
คดีอาญาต้องหารือทหาร
นายประภาศกล่าวต่อว่า ส่วนการฟ้องร้องทางอาญาจะต้องหารือร่วมกับกองทัพบก ในฐานะผู้ครอบครองพื้นที่ก่อน เนื่องจากในพื้นที่ใกล้เคียงมีชาวบ้านเข้ามาบุกรุกใช้เป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำกินด้วย หากไปแจ้งความกับธรรมสถานวิโมกสิวาลัยเพียงรายเดียวอาจกลายเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่หากฟ้องทั้งหมดก็ทำให้ชาวบ้านที่เหลือต้องเดือดร้อนด้วย ดังนั้น การทำงานของหน่วยงานรัฐจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ดูผลกระทบรอบด้าน ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หลังจากนี้จะประชุมร่วมเพื่อหาข้อยุติโดยเร็วเพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ
ย้ำติดเงื่อนไขเป็นวัดไม่ได้
นายประภาศกล่าวอีกว่า ความผิดคดีอาญาข้อหาบุกรุก มาตรา 362 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การบุกรุกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 51 ก่อน พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ปี 62 จะบังคับใช้ ได้หารือกับกองพลพัฒนาที่ 1 ยืนยันไม่ได้ปล่อยปละละเลย ก่อนหน้านี้ได้เข้าตรวจสอบและได้รับแจ้งว่ากำลังขอจัดตั้งเป็นวัดเพื่อเข้าใช้พื้นที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯก็บอกว่าแจ้งขอจัดตั้งเป็นวัดจริง แต่จัดตั้งเป็นวัดไม่ได้เพราะติดเงื่อนไขมีวัดอื่นในรัศมี 5 กม. ล่าสุด สำนักงานพระพุทธศาสนาฯเพิ่งแจ้งยกเลิกขอใช้พื้นที่เมื่อ 1-2 วันก่อนหลังเกิดเรื่อง
มูลนิธิฯยังไม่ยื่นเช่าพื้นที่
“ขณะนี้มูลนิธิฯยังไม่ได้ขอเช่าพื้นที่เพื่อตั้งธรรมสถานมาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตามสิทธิ มูลนิธิฯสามารถขอใช้พื้นที่ราชพัสดุได้ แต่จะต้องพิจารณาความเหมาะสม อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตหวงห้ามทางทหาร ต้องให้กองทัพฯในฐานะหน่วยงานครอบครอง พิจารณาร่วมกับกรมธนารักษ์ หากตัดสินแล้วไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ มูลนิธิฯต้องส่งมอบคืนพื้นที่กลับมา แต่หากอนุญาตจะต้องจัดทำสัญญาเช่าตามระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ความผิดเก่าที่เคยบุกรุกยังคงอยู่ ไม่สามารถหักล้างได้” นายประภาศกล่าว


