ส่งตรวจ "ไส้กรอกฟุตลอง" ต้นเหตุเด็กเชียงใหม่ "ภาวะเมทฮีโมโกลบิน" ถูกหามส่ง รพ. พบสั่งออนไลน์จากตลาดมหาชัย คาดใส่สารไนไตรท์เกินขนาด สสจ.ส่งข้อมูล อย. ตรวจสอบแหล่งผลิตแล้ว

จากกรณีเพจศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ระบุสัปดาห์ที่ผ่านมาพบมีเด็กป่วยด้วยภาวะเมทฮีโมโกลบิน (Methemoglobin) จำนวน 6 ราย ใน 5 จังหวัด คือ เชียงใหม่ 2 ราย, เพชรบุรี 1 ราย, สระบุรี 1 ราย, ตรัง 1 ราย และกาญจนบุรี 1 ราย ทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน มึนศีรษะ อ่อนเพลีย หายใจเร็ว ปาก ลิ้น นิ้วมือ หรือ อื่นๆ มีสีเขียว โดยทั้งหกรายมีประวัติกินไส้กรอกซึ่งไม่มียี่ห้อ ไม่มี อย. ไม่มีฉลากระบุที่มาหรือผู้ผลิต

วันที่ 29 มกราคม 2565 นางนฤมล ขันตีกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เด็กทั้งสองคนที่พบเกิดอาการดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่เด็กอายุ 5 และ 7 ปี มีอาการเวียนศีรษะและหายใจเร็ว เด็กทั้งสองเป็นครอบครัวเดียวกันและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งทีมแพทย์ได้ให้การรักษาพร้อมกับขอคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ก่อนที่จะนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

...

จากการซักถามประวัติทราบว่าทั้งสองมีประวัติรับประทานไส้กรอกฟุตลองรสไก่รมควัน ไม่มียี่ห้อและไม่มีเครื่องหมาย อย. คาดว่าจะมีส่วนผสมของสารไนไตรท์ในปริมาณมาก ทำให้ "ภาวะเมทฮีโมโกลบิน" (Methemoglobin) ซึ่งสารไนไตรท์ที่มากเกินไปจะไปทำให้เม็ดเลือดแดงจับออกซิเจนได้น้อยลง จนเกิดภาวะขาดอากาศจนหายใจไม่ออกและตัวเขียวม่วง หากรุนแรงมีโอกาสเสียชีวิต

สำหรับสารไนไตรท์ เป็นวัตถุเจือปนในอาหารที่ใส่เป็นวัตถุกันเสียและทำให้อาหารมีสีสันไม่จืดชืด ซึ่งสารชนิดนี้กฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อหนึ่งกิโลกรัม และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าไส้กรอกที่เด็กรับประทานไปจนเกิดอาการมีสารชนิดนี้มากเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

นางนฤมล กล่าวว่า จากการสอบถามทราบว่าไส้กรอกที่เด็กทั้งสองรับประทาน ไม่มียี่ห้อ ไม่มี อย. และ ไม่ระบุแหล่งผลิต แต่ทราบว่าผู้ปกครองได้สั่งซื้อทางออนไลน์ มีต้นทางจากตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งตัวอย่างไส้กรอกดังกล่าวได้ถูกเก็บส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ภาคเหนือเพื่อดูว่ามีปริมาณมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ขณะเดียวกันทาง สสจ.ได้รวบรวมข้อมูลส่งไปให้กับทาง อย. เพื่อตรวจหาแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์นี้แล้ว หากพบแหล่งผลิตหรือคนขาย เบื้องต้นจะมีความผิดฐานจำหน่ายสินค้าไม่มี อย. มีโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และหากผลตรวจออกมาพบว่าปริมาณสารไนไตรท์เกินกำหนดก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร เพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง



สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ในวันนี้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ หน่วยเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร เขตสุขภาพที่ 1 ศูนย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกองสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจไส้กรอกที่ไม่มียี่ห้อ และ ไม่มี อย. ไม่มีฉลากระบุที่มา ที่ตลาดเมืองใหม่ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นไม่พบสินค้าที่ผิดกฎหมาย และได้ให้คำแนะนำไปกับผู้ค้า หากเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์จะต้องมีฉลากระบุที่อยู่แหล่งผลิต มีเลข อย. และ วันหมดอายุ ที่ชัดเจน

ส่วนผู้บริโภคได้แจ้งเตือนให้ระมัดระวังและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไส้กรอกที่มี อย. พร้อมแนะนำวิธีดูง่าย ๆ คือ 1.สีของไส้กรอกต้องเป็นสีตามธรรมชาติ ไม่แดงจนเกินไป 2.บรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีการระบุชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร (เลขอย.) วันที่หมดอายุ รวมถึงสถานที่ผลิตที่ชัดเจน 3.ไส้กรอกเป็นอาหารที่ต้องอยู่ในความเย็น ดังนั้นเมื่อเลือกซื้ออาหารต้องอยู่ในตู้แช่หรือน้ำแข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิ และหากมีอาการผิดปกติ เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารใดๆ ควรรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยด่วน