คนขับรถสองแถวกร่าง ถือมีดข่มขู่เพื่อนร่วมอาชีพ มอบตัวกับตำรวจ สภ.บางแก้ว อ้างโมโหโดนแย่งผู้โดยสาร ยอมรับเคยติดคุกมาก่อนจริง
จากกรณีแฟนเพจ ที่นี่บางพลี ได้เผยคลิปวิดีโอคนขับรถสองแถวสีแดงรายหนึ่งได้ถืออาวุธลงมาข่มขู่คนขับรถสองแถวอีกคัน โดยบอกว่า จะติดคุกอีกรอบ เนื่องจากไม่พอใจเรื่องการรับผู้โดยสาร
ล่าสุด วันที่ 21 ธันวาคม 2564 มีรายงานว่า นายสันต์ อายุ 44 ปี คนขับรถสองแถวสาธารณะ สาย 1197-47 วิ่งระหว่าง บางพลี หัวตะเข้ ซึ่งเป็นเจ้าของคลิปจากกล้องหน้ารถ คันเกิดเหตุ เดินทางนำหลักฐานจากภาพกล้องหน้ารถ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.ท.ประติมากร สมสมัย รองสว. (สอบสวน) สภ.บางแก้ว พร้อมให้ข้อมูลกับทางฝ่ายสืบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อขอให้ติดตามตัวคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากหวั่นเรื่องความปลอดภัย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงหกโมงเช้าของวันที่ 18 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา
นายสันต์ เล่าว่า ขณะที่ตนเองขับรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติบนถนนสายกิ่งแก้ว มุ่งหน้าตลาดหัวตะเข้ จนขับมาถึงจุดกลับรถชื่นศิริ จังหวะที่ตนเองขับรถออกเลนขวาซึ่งขณะนั้นตนเองหันมองกระจกหลังไม่เห็นรถตามมาด้านหลัง หลังจากแซงขวาเสร็จตนเองก็เข้าซ้ายรับผู้โดยสารตามป้ายปกติ มีจังหวะที่รถสองแถวสีแดงคู่กรณีจอดรอผู้โดยสารป้ายหน้า ตนเองก็จะไปจอดอีกป้าย โดยที่ยืนยันไม่ได้ขับปาดหน้าคู่กรณีแต่อย่างใด
จนกระทั่งขับจะสุดทางถนนกิ่งแก้ว ขณะนั้นผู้โดยสารลงจากรถหมดแล้ว เหตุการณ์ก็ปรากฏตามคลิปที่เผยแพร่ออกไป ตนเองยืนยันไม่ได้ขับจี้ท้ายหรือปาดหน้าคู่กรณีแต่อย่างใด
ด้านฝ่ายสืบสวน สภ.บางแก้ว หลังจากตรวจสอบกล้องหน้ารถและทราบหมายเลขทะเบียนจึงประสานผู้ดูแลวินรถสองแถวสีแดง ซึ่งวิ่งระหว่างห้างโฮมโปรบางพลี กิ่งแก้ว ตลาดหัวตะเข้ ให้เชิญคนขับรถคันนี้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบปากคำ
...
ต่อมา นายยุทธนา อายุ 44 ปี คนขับรถสองแถวคู่กรณีที่ปรากฏในคลิป ขับรถสองแถวสายที่ 129-45 วิ่งระหว่างบางพลี ลาดกระบัง ได้เดินทางมาพบ พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว พร้อมท่อนแป๊ปที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งอาวุธที่นายยุทธนา นำมาแสดงตัวนั้นไม่ใช่มีดตามภาพในคลิปแต่อย่างใด ตรวจพบว่าเพิ่งจะนำเอาผ้าเทปสีดำและสติกเกอร์มาพันทับไว้ให้ดูเหมือนเป็นอาวุธที่ใช้ข่มขู่คู่กรณี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ เนื่องจากปรากฏภาพหลักฐานชัดเจนว่าเป็นอาวุธมีด แต่นายยุทธนาก็ยังยืนยันว่าเป็นท่อนเหล็ก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปค้นบ้านพักเพื่อหามีดของกลางและหากพบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นจะดำเนินการทุกข้อกล่าวหา ทำให้นายยุทธนา จำนนด้วยหลักฐานและเกรงว่าจะถูกตั้งข้อหาเพิ่ม จึงยอมรับว่าสิ่งที่ก่อเหตุเอามาข่มขู่คู่กรณีเป็นอาวุธมีดจริงโดยจะยอมพาตำรวจไปเอาของกลางมาประกอบสำนวนคดี
จากการสอบสวน นายยุทธนา ให้การอ้างว่าตนเองมีบุตรสาวอายุ 5 ขวบ และเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว จึงต้องเอาบุตรสาวขึ้นรถสองแถวมาด้วยทุกครั้ง ซึ่งขับรถมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว วันเกิดเหตุตนเองถูกคู่กรณีขับปาดหน้าและแย่งผู้โดยสารจนตนเองไม่มีผู้โดยสารขึ้นรถแต่อย่างใด พอตนเองจะขับแซงก็ไม่ยอมให้แซง พอแซงได้ก็ถูกดันจี้ท้ายขึ้นมา มีบางจังหวะที่ถูกคู่กรณีปาดหน้าใส่จนตนเองต้องเบรกกะทันหันทำให้ลูกสาวที่นั่งหน้ารถกระเด็นตกที่พักเท้า ตนเองจึงเกิดความโมโหและตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวตามคลิป ส่วนคำพูดที่ว่าจะติดคุกอีกครั้งเพราะคู่กรณีนั้น ยอมรับตนเองเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ติดไม่กี่วันและประกันตัวออกมา จนมาเกิดเหตุอีกในครั้งนี้
ด้าน พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าวได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งไปติดตามตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ ซึ่งจากการสอบปากคำฝ่ายผู้ต้องหาให้การอ้างว่าถูกขับรถปาดหน้าและแย่งรับผู้โดยสารกัน ซึ่งสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งการให้จราจรไปจัดทำประวัติของคนขับรถสองแถวทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งจะประสานทางขนส่งให้เข้ามาดำเนินการ ส่วนข้อหา
หลังการสอบสวน เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา โดยกล่าวหาว่า พกพาอาวุธไปในเมืองทางชุมชนสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ข้อหา ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว นอกจากนั้นจะตรวจสอบอีกครั้งว่ามีการขับรถประมาทหวาดเสียวขณะเกิดเหตุด้วยหรือไม่หากพบว่าเข้าข่ายก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มอีกด้วย.