"ทนายตั้ม" โพสต์เหตุผลถอนตัว คดีลุงพล บอกความเห็นไม่ตรงกัน เลือกเจ็บตัว หวังได้ใจกลับมา สุดท้ายฝืนต่อไม่ไหว เลยต้องจบแบบ

จากกรณี นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล และนางสาวสภาพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น ผู้ต้องหาในคดีน้องชมพู่ ซึ่งศาลจังหวัดมุกดาหารได้นัดพร้อมคู่ความเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีทาง ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เป็นผู้ดูแลคดีให้ ซึ่งก็จะมี ทนายรัชพล ศรินสาคร เป็นทีมทนาย ที่ดูแลในส่วนของคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ทนายรัชพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ทนายตั้มถอนตัว คดีน้องชมพู่ ความเห็นไม่ตรงกัน" นอกจากนี้ ยังโพสต์ด้วยว่า "อยู่แบบเงียบๆ ดีกว่าเรา #กกกอกวุ่นทุกวัน" 

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับของทีมทนายเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนก็อยากให้ชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมทีมทนายจึงต้องถอนตัวจากคดีนี้ เพื่อความกระจ่าง 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายรัชพล ศิริสาคร
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายรัชพล ศิริสาคร

...



ขณะที่มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ทางภรรยา ของทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความลงในกรุ๊บ ซึ่งระบุว่า เป็นการชี้แจงความจริง เพื่อปกป้องทนายตั้ม ซึ่งในโพสต์มีการย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับเงินจากคดีลุงพล ซึ่งคดีนี้ ทางลุงพล เป็นคนมาขอความช่วยเหลือ การที่เข้ามาช่วย เพื่ออยากช่วยพิสูจน์ความยุติธรรมให้ แต่ทุกครั้งที่เดินทางมาทำคดี ซึ่งไกลมากๆ บางครั้งขึ้นเขา ต้องฝ่ากระแสคนในโซเชียลที่ด่าไปด้วย ไปแต่ละครั้งก็ต้องออกเงินเอง 

พอมีคนไปถามเรื่องเงินกับลุงพล กลับโยนให้มาถามทนายตั้ม ซ้ำบางครั้งก็ตอบกำกวม เป็นชั่วโมงก็พูดออกมาไม่ได้ ทำให้หลายครั้งถูกเข้าใจผิด แค่บอกว่าไม่ได้ให้เงิน เป็นชั่วโมงยังพูดออกมาไม่ได้ ซึ่งคนเราจะคบหากัน ต้องมีความชัดเจน และจริงใจก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าเป็นเราหากมีคนเข้าใจผิด จะรีบออกมาเคลียร์ ปกป้อง เพื่อแสดงความจริงใจ แบบไม่รีรอ ในฐานะหลังบ้านขอออกมาปกป้องสามี เราไม่เคยได้เงินจากคดีลุงพล และตนกล้าพูดความจริงทั้งหมดอย่างเช่นวันนี้ ไม่มีการพูดวน ปล่อยให้คนคิดไปเอง จนเรื่องราวบานปลายขนาดนี้

ล่าสุด ทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความชี้แจง ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ว่า "วันนี้ผมและทีมทนาย ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นทนายคดีลุงพลแล้วนะครับ เนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ไม่ได้มีปัญหาหรือผิดใจอะไรกัน สิ่งนึงที่ผมเงียบมาตลอด และปล่อยให้สังคมพูดกันไปโดยแทบไม่มีใครปกป้องคือ ในการทำคดีนี้ ผมไม่ได้รับเงินเพื่อช่วยทำคดีแต่อย่างใด ทำด้วยใจล้วนๆ แต่มาถึงวันนี้ผมขอใช้เวลาของผมไปทำคดีให้กับคนที่เห็นคุณค่าดีกว่า และขอให้ลุงพลและป้าแต๋นโชคดีครับ"

นอกจากนี้ ยังบอกด้วยว่า "ตลอดปีที่ผ่านมา ที่ถูกสังคมประณามในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรครับ แต่เมื่อเลือกจะเดินไปด้วยกันกับลูกความแล้ว ผมจะไม่สนใจกระแสอะไรทั้งสิ้น แต่การเลือกเจ็บตัว เลือกเสียชื่อ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ทำไปทั้งหมดนี้ ผมก็หวังว่าถูกเห็นคุณค่าและได้ใจกลับมาบ้าง สุดท้ายมันก็ฝืนต่อไม่ไหว เลยต้องจบแบบนี้ ขออภัยใครหลายคนที่ทำให้ผิดหวังด้วยนะครับ"

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ, ทนายรัชพล ศิริสาคร