- ฝุ่น PM 2.5 กลับมาแล้ว ช่วงไหน เดือนไหน พีกสุด อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- แนวทางลดฝุ่นกรุงเทพฯ สาเหตุหลักมาจากควันรถเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ช่องทางตรวจสอบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมแนะการเลือกใส่หน้ากากป้องกันตัวเอง
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญหน้ากับปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในภาคเหนือ ประมาณช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นปีหน้า
ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่า ฝุ่น PM 2.5 ในปีนี้จะต้องเตรียมรับมืออย่างไร เนื่องจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือคนไทยจะต้องรับศึกหลายด้านพร้อมกัน
ฤดูหนาวปีนี้ "ฝุ่น PM 2.5" พีกสุดช่วงไหน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขฝุ่น PM 2.5
โดยจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 คาดว่าในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม 2564 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะๆ โดยจะมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง
จากนั้นถึงเดือนมกราคม 2565 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่เสริมลงมา โดยจะมีกำลังแรงเป็นระยะๆ ส่วนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ลักษณะอากาศอากาศจะแปรปรวน เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง
...
ดังนั้น ในตอนที่ความกดอากาศสูงแผ่ลงมาปกคลุมมีกำลังอ่อน หรือเริ่มถอยกลับ จะส่งผลให้ลมอ่อน สภาพอากาศนิ่ง การกระจายตัวของฝุ่นละอองไม่ดี และมีโอกาสสะสมในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในช่วงเวลาดังกล่าว
คาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันนี้ถึงปลายเดือนตุลาคม 2564 สถานการณ์โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากเพดานการลอยตัวอากาศและความเร็วลมมีแนวโน้มสูงขึ้น และจะมีลมตะวันออกเฉียงเหนือช่วยทำให้การระบายในพื้นที่ดีขึ้น
แนวทางรับมือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ทส. ได้มีการเตรียมความพร้อมการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง โดยได้ยกร่างแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ปี 2565 ประกอบด้วย แนวทางการดำเนินงานที่ต้องเร่งรัดและเน้นย้ำการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านวิชาการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศ ในการประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการร่างแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี 2565 ภายใต้แนวคิด "1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ" ซึ่งจะนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป
สำหรับแนวคิด "1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ" คือ "1 สื่อสาร" การสร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า
"5 ป้องกัน" คือ การจัดทำแผนแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองบรรจุในแผนของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด (ปภ.) การชิงเก็บ ลดเผา โดยใช้แอปพลิเคชันลงทะเบียนบริหารจัดการเชื้อเพลิง การเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครและจิตอาสาระดับตำบล การสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกเพื่อลดปัญหา PM 2.5 และสุดท้าย
"3 เผชิญเหตุ" คือการเพิ่มความเข้มการตรวจจับรถควันดำและการควบคุมไฟป่า การสนับสนุนให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการ หรืออาสาสมัครสนับสนุนการดับไฟป่า และการกำหนดตัวชี้วัดร่วมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และขยายหมู่บ้านคู่ขนานชายแดนภายใต้กรอบคณะกรรมการชายแดน
ตัวการร้าย "ฝุ่นกรุงเทพฯ" เกินครึ่งมาจากยานพาหนะ
สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มักพบมีแนวโน้มสูงขึ้นและเกินมาตรฐานเป็นครั้งคราวในช่วงปลายปี ซึ่งสาเหตุหลักมาจากยานพาหนะกว่า 50% โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล
นอกจากมาตรการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ศกพ. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนมีส่วนร่วมในการลดมลพิษภายใต้โครงการ "คลินิกรถ ลดฝุ่น PM 2.5" ซึ่งปีนี้เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยเป็นความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โดยมีเป้าหมายให้รถยนต์ใช้งานที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป มารับบริการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามศูนย์บริการรถยนต์แต่ละยี่ห้อในราคาลดพิเศษ โดยบริษัทรถยนต์เข้าร่วม 11 บริษัท ประกอบด้วย
- บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์
- บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)
- บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
- บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย)
- บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย
- บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด
- บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย)
- บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย)
จากการทดสอบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในห้องปฏิบัติการทดสอบมลพิษจากยานพาหนะ พบว่า การบำรุงรักษาแบบ Preventive Maintenance จะช่วยลดการระบายควันดำลงได้เฉลี่ย 25%
นอกจากนี้ ศกพ. ยังได้ขอความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำ 2 แห่ง ให้จำหน่ายในช่วงวิกฤติ PM 2.5 ในราคาปกติ คือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันบางจากในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างเดือนธันวาคม 2564-กุมภาพันธ์ 2565 โดยได้มีการดำเนินการมาแล้วในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ปลายปี 2562
จากการทดสอบการใช้น้ำมันดีเซลที่มีคุณลักษณะเทียบเท่า EURO 5 หรือมีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm จะสามารถลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 ได้ประมาณ 24% เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลที่มีคุณลักษณะเทียบเท่า EURO 4 หรือมีกำมะถันไม่เกิน 50 ppm โดยรถยนต์เก่าจะสามารถเติมน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำได้โดยจะไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์
ช่องทางตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์
ในปัจจุบันประชาชนสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศได้หลายช่องทาง ดังนี้
www.air4thai.com และแอปพลิเคชัน AIR4THAI ที่จะแจ้งเตือน และรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
https://www.iqair.com เว็บไซต์รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ซึ่งสามารถเลือกได้ดูเฉพาะพื้นที่ได้ เช่น 10 อันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก, 10 อันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในประเทศไทย
แฟนเพจ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งจะรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศของประเทศไทยเป็นแบบช่วงเวลา
เลือกหน้ากากแบบไหนดี? โควิดยังไม่หาย ซ้ำฝุ่น PM 2.5 กลับมาอีกรอบ
อย่างที่รู้กันว่าในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 แม้ในปัจจุบันจะมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตราเซเนกา รวมไปถึง ไฟเซอร์ แต่การใส่หน้ากากอนามัยของคนไทยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องเจอกับผู้คน ประกอบกับในช่วงนี้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้กลับมาอีกครั้ง ทำให้การเลือกใส่หน้ากากเพื่อป้องกันตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
- หน้ากาก N95
หน้ากาก N95 ถือว่าเป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันฝุ่น PM 2.5 และโควิด-19 เนื่องจากมีความสามารถในการกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 3 ไมครอน ได้อย่างน้อย 95% ขึ้นไป ประกอบกับลักษณะของหน้ากากมีรูปทรงที่ครอบกระชับใบหน้า จึงเหมาะกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อ
ข้อเสีย : หาซื้อได้ค่อนข้างยาก มีราคาแพง ใส่ทำกิจกรรมหนักๆ เช่น วิ่งออกกำลังกายแล้วหายใจลำบาก
- หน้ากากอนามัยทางการแพทย์
หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เป็นหน้ากากอนามัยที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ผลิตจากพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นพลาสติกช่วยป้องกันละอองน้ำลายที่ไอจามออกมา และในบางรุ่นยังสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้อีกด้วย
ข้อดี : สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ราคาไม่แพง สามารถใช้แล้วทิ้งได้
- หน้ากากแบบประยุกต์
อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์แนะนำว่า การใส่หน้ากากแบบประยุกต์ คือ ใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ไว้ด้านใน แล้วใช้หน้ากากผ้าใยสังเคราะห์ ที่เป็นลักษณะ 3 มิติเข้ากับใบหน้า สวมทับอีกชั้น กดให้หน้ากากแนบกับหน้าไว้
สังเกตว่าเวลาหายใจจะลำบากขึ้นกว่าการใส่หน้ากากอนามัยการแพทย์ธรรมดา เวลาหายใจเข้าจะรู้สึกได้ถึงการดูดของหน้ากากเข้ามาแนบกับใบหน้า ซึ่งถือว่าใช้ได้แล้ว
ข้อดี : สามารถถอดหน้ากากด้านในทิ้งได้ โดยที่ยังเก็บหน้ากากด้านนอกเอาไว้ หรือซักได้ด้วย