• แพทย์เชี่ยวชาญ เผยปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค "มะเร็งต่อมลูกหมาก"
  • ระยะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
  • แนวทางการรักษา "มะเร็งต่อมลูกหมาก" มีหลายวิธี แต่ต้องดูความเหมาะสมกับระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย

เมื่อฝันร้ายจากการล้มป่วยมาเยือน หลายคนอาจต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน หรือเตรียมใจมาก่อน โดยเฉพาะโรคที่ชื่อว่า "มะเร็ง" บ่อยครั้งในการรักษาโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเจ็บปวดรุนแรง อาจทำให้ท้อจนเลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกาลเวลา

เมื่อพูดถึงมะเร็งแล้ว เกิดได้กับอวัยวะหลายส่วนในร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ "มะเร็งต่อมลูกหมาก" ซึ่งพบได้ในเพศชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยจากข้อมูลหนังสือ Cancer in Thailand ปี 2010-2012 มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมะเร็งอันดับท่ี 4 ของมะเร็งเพศชายทั้งหมด คิดเป็น 7.1 ต่อประชากร 100,000 คน ของมะเร็งเพศชายท้ังหมด และมีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

นพ.ธเนศ ไทยดำรงค์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ งานศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ในปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากอายุไขเฉลี่ยของคนไทยเริ่มสูงขึ้น ดังนั้นคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยจึงมีความสำคัญ เช่นเดียวกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และในอดีตมะเร็งต่อมลูกหมากมักพบในระยะลุกลามแล้ว

กระทั่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนามากขึ้น ทำให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากจากการตรวจเลือด (ค่า PSA) และตรวจร่างกาย ทำให้สามารถคัดกรองได้ในระยะเริ่มแรกเพิ่มมากขึ้น อุบัติการณ์การตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามลดลง ส่งผลให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที และมีอัตรารอดชีวิตที่สูงกว่าระยะลุกลาม

...

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

1. อายุ อุบัติการณ์ เพิ่มขึ้นตามอายุ

2. เชื้อชาติ African American มีความเสี่ยงสูงกว่าเชื้อชาติอื่น

3. ประวัติครอบครัว และพันธุกรรม พบมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยหากบิดาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก บุตรชายมีความเสี่ยงในการตรวจพบมะเร็งถึง 2 เท่า และหากพี่ชายหรือน้องชายป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นถึง 3 เท่า เป็นต้น

สำหรับอาการของผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น หากเป็นระยะแรกมักไม่มีอาการแสดง แต่หากมีการแสดงอาการ เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด, ปัสสาวะไม่ออก ไปจนถึงอาการปวดกระดูก ซึ่งมักพบในระยะเริ่มมีการลุกลามของมะเร็งแล้ว ดังนั้นการตรวจร่างกาย และตรวจ PSA จะช่วยตรวจคัดกรองมะเร็งระยะแรกในกลุ่มเสี่ยงได้

ระยะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. ระยะเริ่มแรก มะเร็งยังคงอยู่ในต่อมลูกหมาก

2. ระยะลุกลาม มะเร็งเริ่มลุกลามออกจากต่อมลูกหมาก มายังอวัยวะข้างเคียง และต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน

3. ระยะแพร่กระจาย มีการแพร่กระจายไปยังกระดูก หรืออวัยวะในช่องท้อง

ส่วนแนวทางการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี แต่การเลือกวิธีไหนต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย ซึ่งอาจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งหรือร่วมกัน ดังนี้

1. การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน

2. การรักษาด้วยการฉายแสง หรือฝังแร่

3. การรักษาโดยการผ่าตัด

  • ผ่าตัดเปิด

  • ผ่าตัดผ่านกล้อง

  • ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

4. การให้เคมีบำบัด

5. การรักษาแบบประคับประคอง

แต่เมื่อพูดถึง "การผ่าตัด" หลายคนอาจจะกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจ็บปวดหลังผ่าตัด บาดแผลที่มีขนาดใหญ่ การพักฟื้นในโรงพยาบาล และการฟื้นตัวหลังการผ่าตัด ที่ต้องใช้เวลากว่าจะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วย 1 คน อาจส่งผลกระทบในหลายส่วน ไม่เพียงแค่ตัวผู้ป่วยเอง อาจส่งผลกับญาติที่ต้องสละเวลามาช่วยดูแลจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้นตัวอีกด้วย

ในปัจจุบันการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากมีหลายวิธี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมาสู่วิธีผ่าตัดแผลขนาดเล็กบาดเจ็บน้อย (Minimal invasive surgery) โดยวิธีผ่าตัดแบบเปิดช่องท้องเป็นจุดกำเนิดในยุคแรกของการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยผู้ป่วยจะมีแผลหน้าท้องขนาดใหญ่และเนื่องจากต่อมลูกหมากเองก็อยู่ในส่วนลึกสุดของอุ้งเชิงกราน ทำให้การเข้าไปผ่าตัดมีความยากลำบาก มีการเสียเลือดค่อนข้างมาก

โดยในปี ค.ศ.1947 วิธีผ่าตัดเปิดช่องท้องก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีมาตรฐานในขณะนั้น และถูกนำเปรียบเทียบกับวิธีใหม่ๆ อยู่เสมอ เมื่อเวลาผ่านไปเราเข้าใจกายวิภาค รวมถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับต่อมลูกหมากและอวัยวะข้างเคียงเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีความก้าวหน้าในการพัฒนาเครื่องมือผ่าตัด และเทคนิคการผ่าตัด

กระทั่งเข้าสู่ยุคการผ่าตัดผ่านกล้องในมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นยุคทองของการผ่าตัดแบบแผลเล็กบาดเจ็บน้อย และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมา ปัจจุบันพบว่าผลของการรักษาของเทคนิคผ่าตัดผ่านกล้องให้ผลการรักษาของด้านมะเร็งต่อมลูกหมากได้เทียบเท่าวิธีผ่าตัดเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิม แต่เหนือกว่าในเรื่องการฟื้นตัวหลังผ่าตัด การบาดเจ็บอวัยวะข้างเคียง ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดลดลง และระยะการนอนโรงพยาบาลลดลง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

แต่เนื่องจากการผ่าตัดทางกล้องใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก ก็จะมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เนื่องจากเครื่องมือไม่สามารถโค้งงอได้ แต่ต้องผ่าตัดบริเวณที่แคบและลึก ดังนั้นการผ่าตัดจึงต้องอาศัยประสบการณ์จากศัลยแพทย์ค่อนข้างสูงในการผ่าตัดเพื่อลดการบาดเจ็บอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้มีผู้ป่วยบางส่วนที่หลังผ่าตัดกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีปัสสาวะเล็ดไปจนถึงปัสสาวะไหลซึมตลอดเวลา จนอาจต้องใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ได้

จนในปี ค.ศ.2000 ได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือแขนกลขนาดเล็ก เคลื่อนไหวได้ 7 ทิศทาง คล้ายมือมนุษย์ หรือศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดสามารถเข้าไปในบริเวณที่แคบได้ดี อีกทั้งกล้องที่มีกำลังขยายสูง ระบบภาพ 3 มิติ ทำให้เกิดความแม่นยำในการผ่าตัดเพิ่มมากขึ้น ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียงและลดการเสียเลือดได้ โดยส่วนนี้มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวและการกลับบ้านได้เร็วขึ้นหลังผ่าตัด ซึ่งในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา มีการใช้เครื่องมือนี้อย่างแพร่หลายและเป็นที่นิยมอย่างมาก มีการศึกษามากมายกว่า 3,800 งานวิจัย

ปัจจุบันมีการพัฒนาอุปกรณ์มาแล้วหลายรุ่น รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่ดี โดยศัลยแพทย์พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากต้องอาศัยความสมดุลของ 3 ปัจจัย คือ

1. ผลการรักษาด้านมะเร็งวิทยา

2. การฟื้นตัวของการทำงานของร่างกาย และระบบทางเดินปัสสาวะ

3. ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

โดยทั้ง 3 สิ่งคล้ายวงล้อที่หมุนเข้ากันด้วยความสมดุล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้สูงวัย อีกทั้งปัจจุบันอุบัติการณ์จากการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากพบว่าผู้ป่วยมีอายุลดลงอยู่ระหว่าง 50-60 ปี ซึ่งยังมีสุขภาพที่แข็งแรง มีศักยภาพในการทำงานอยู่ และยังมีความต้องการเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคสังคมผู้สูงวัย โดยความสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมปัสสาวะได้หลังการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ ลดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำหรับผู้ใหญ่มีความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมากในการเข้าสังคม เนื่องจากผู้ป่วยที่คุมปัสสาวะไม่ได้ กลัวการปัสสาวะเล็ดราด หรือกลัวกลิ่นปัสสาวะอับชื้น จึงไม่อยากออกไปข้างนอก

ดังนั้นนอกจากผลการรักษาจากงานวิจัยต่างๆ พบว่า การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์จะมีผลในการรักษามะเร็งตามระยะของโรคเทียบเท่าวิธีมาตรฐานการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง แต่การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ให้ผลการรักษาที่เหนือกว่าในเรื่องขนาดแผล ความเจ็บปวดที่น้อยกว่า ฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่า ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่น้อยกว่า อีกทั้งประเด็นเรื่องคุณภาพชีวิตหลังการผ่าตัดในการควบคุมการปัสสาวะได้หลังการผ่าตัด การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ ให้ผลการรักษาที่เหนือกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศไทยมีหุ่นยนต์ผ่าตัด 7 เครื่อง โดยรุ่นใหม่ล่าสุดได้เริ่มปฏิบัติการให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแต่ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา ให้บริการผ่าตัดผู้ป่วยแล้วกว่า 100 ราย นับเป็นหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเครื่องแรกและทันสมัยที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี โรงพยาบาลราชวิถี ในปี พ.ศ.2564 มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีได้จัดทำโครงการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก



สำหรับผู้ป่วยสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่แผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธ.ค. 2564 เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากยิ่งขึ้น.

ผู้เขียน : กนกวรรณ นุตตโยธิน

กราฟิก : Theerapong Chaiyatep