หาคำตอบเรื่อง "ผี" สิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น คำอธิบายจากแพทย์สถาบันประสาท

ข่าว

    หาคำตอบเรื่อง "ผี" สิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น คำอธิบายจากแพทย์สถาบันประสาท

    ไทยรัฐออนไลน์

    21 ก.ย. 2564 07:00 น.

    • อาการที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่อง (ผี) ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด
    • สมองของคนเราทำหน้าที่สลับซับซ้อนมาก เมื่อสมองส่วนใดทำงานผิดปกติ แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้น จะเกิดการแปลผลแบบผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพผิดปกติไปจากเดิม
    • แพทย์แจงกรณีผู้ป่วยยืนยันว่าเห็นผีจริงๆ แต่เมื่อตรวจร่างกายแล้วอาการปกติดี ไม่พบความผิดปกติของสมอง เนื่องจากอาการทางระบบประสาท สามารถเกิดขึ้นแบบชั่วคราวได้

    "ความเชื่อ" นับเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งเรื่อง "ผี" ที่ถูกเล่าขานกันปากต่อปาก บ้างว่าเห็นเองกับตา ได้ยินมากับหู หรือโดนหลอกจะๆ จนกลายเป็นเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยและให้ความสนใจ

    จากความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ สิ่งลี้ลับ ไสยศาสตร์ ที่คนทั่วไปเชื่อว่าไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้นั้น แต่เมื่อกาลเวลาหมุนเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่เทคโนโลยีมากมายเข้ามามีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น กระทั่งพบว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ผีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น การเห็นผี ได้ยินเสียง ได้กลิ่น มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบประสาท และโรคทางจิตเวช ซึ่งสามารถหาสาเหตุและอธิบายได้

    นพ.ชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา เผยว่า สมองของคนเรานั้นทำหน้าที่สลับซับซ้อนมาก โดยสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็น จะอยู่ด้านหลัง สมองส่วนที่ทำหน้าที่ได้ยินจะอยู่ที่ขมับ และสมองส่วนรับกลิ่นจะเหนือโพรงจมูกลึกเข้าไป เมื่อสมองส่วนใดก็ตามทำงานผิดปกติ แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้นอยู่จริง สมองก็เกิดการแปลผลแบบผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเสมือนได้เห็นภาพหรือมองเห็นภาพผิดปกติ เสมือนได้รับกลิ่นแปลก เสมือนได้ยินเสียง โดยเรียกรวมว่ากลุ่มอาการประสาทหลอน (Hallucination)

    สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ (ผี) ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด มีดังนี้

    • อาการเห็นผิด (Ilusion) คือการเห็นสิ่งที่มีอยู่จริง แต่สมองแปลผลผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นสายยางเป็นงู หรือ เห็นสุนัขเป็นเสือ โดยเป็นการมองเห็นวัตถุสิ่งของที่มีอยู่จริง แต่ภาพที่ผู้ป่วยเห็นนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
    • อาการหลงผิด (Delusion) คือจะเห็นจากกรณีตัวอย่าง ข่าวเหตุฆาตกรรมในครอบครัว ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่างถูกผีสั่งให้ทำ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางจิตเวช
    • อาการอุปทานหมู่ (Mass Hysteria) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตสังคม ซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ในกรณีที่กลุ่มบุคคลนั้นมีความคิดความเชื่อว่าตนเจ็บป่วยเป็นโรคเดียวกันหรือเผชิญปัญหาเดียวกัน จึงแสดงอาการออกมาแบบเดียวกัน เช่น หลายคนออกอาการเหมือนผีเข้า หลายคนส่งเสียงกรีดร้องโดยไม่มีเหตุผล บางรายเห็นภาพหลอน แสดงกิริยาก้าวร้าวออกมา เป็นต้น
    • อาการโรคลมชัก ผู้ป่วยอาจจะมีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัว เกร็ง กระตุกบางส่วน หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงช่วงสั้นๆ เคี้ยวปาก ขย้ำมือ สวดมนต์ กรีดร้อง แลบลิ้น เลียริมฝีปาก ตาเหลือก ได้กลิ่นแปลกๆ เช่น กลิ่นธูป กลิ่นศพ เป็นต้น อาจจะเป็นอาการของโรคลมชักที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น จนทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการผีเข้าได้
    • อาการขนลุก ซึ่งปกติเป็นการทำงานระบบประสาทอัตโนมัติ คนทั่วไปจะมีอาการเวลาอากาศเย็น เวลาปวดท้องเข้าห้องน้ำ หรือเวลากลัวจริงๆ แต่ก็มีโรคทางระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการขนลุกเป็นพักๆ โดยไม่มีเหตุได้ เช่น อาการขนลุกจากโรคลมชัก, อาการขนลุกจากสมองอักเสบเนื่องจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ เป็นต้น

    ขณะที่ แนวทางการตรวจวินิจฉัย จะพิจารณาจากการทำงานของสมองส่วนต่างๆ ตามอาการทางประสาทสัมผัสของคนไข้ ซึ่งสามารถมีได้มากกว่าหนึ่งอาการ ยกตัวอย่างเช่น เห็นภาพพร้อมกับได้ยินเสียง หรือได้กลิ่นร่วมด้วย ก็เป็นไปได้ว่าสมองทำงานผิดปกติมากกว่าหนึ่งส่วน เมื่อวินิจฉัยจนได้คำตอบว่าสมองส่วนใดที่ผิดปกติ ก็จะเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป

    ส่วนอีกอาการ ที่คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับการถูกผีเข้า คือ "ภาวะสมองอักเสบ" เนื่องจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น สมองอักเสบจากแอนติบอดี NMDA มักเริ่มจากอาการไข้ จากนั้นคือบุคลิกภาพเริ่มแปลกไปจากเดิม บางคนก้าวร้าว กรีดร้อง ตาเหลือก จนในที่สุดมีอาการซึมแน่นิ่งไป ซึ่งอาการที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ญาติหรือผู้พบเห็นคิดว่าผู้ป่วยถูกผีเข้า แต่ในทางการแพทย์มีโรคชนิดนี้อยู่จริง และสามารถให้การตรวจรักษาได้

    ทั้งนี้ การรักษาจะรักษาด้วยวิธีการภูมิคุ้มกันบำบัด ให้ยากดภูมิคุ้มกัน ร่วมกับฟอกน้ำเหลืองเพื่อนำเอาภูมิคุ้มกันที่มีความผิดปกติออกไป โดยลักษณะของเครื่องฟอกน้ำเหลืองจะเหมือนกับเครื่องฟอกไต หรือบางคนมีอาการที่คล้ายๆ กัน อาจจะเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน หากแพทย์ตรวจพบความผิดปกติที่หลอดเลือดสมอง ก็ให้การตรวจรักษาด้วยกระบวนการใส่สายสวนหลอดเลือด หรือ หากตรวจพบมีก้อนเนื้องอก ก็สามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัด

    ในบางราย ไปพบแพทย์แล้วยืนยันว่าเห็นผีมาจริงๆ แต่เมื่อตรวจร่างกายแล้วอาการปกติดี ไม่พบความผิดปกติของสมองนั้น เนื่องจากอาการทางระบบประสาทสามารถเกิดขึ้นแบบชั่วคราวได้ และเมื่ออาการหยุดไปผู้ป่วยก็จะเหมือนคนปกติ แพทย์จึงจำเป็นต้องซักประวัติเพื่อหาสาเหตุ และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

    อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากคำอธิบายจากโรคทางระบบประสาทและสมองแล้ว อาการแปลกๆ เหล่านี้ทั้งหมด บางอย่างที่เป็นกลุ่มอาการทางจิตเวช ยังสามารถอธิบายจากโรคทางจิตเวชได้เช่นกัน ซึ่งยังมีกลุ่มโรคที่หลากหลาย ซึ่งในบางครั้งอาจจะแยกจากกันได้ยาก แพทย์เฉพาะทางด้านโรคสมองและระบบประสาท จึงอาจจะต้องประสานงานเพื่อร่วมในการรักษาด้วย

    สุดท้ายสิ่งที่แพทย์มักจะแนะนำแก่ผู้ป่วยหรือคนรอบข้างคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและมีความผิดปกติ สามารถหาสาเหตุและสามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ หากผู้ป่วยละทิ้งการเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่ ยิ่งทิ้งระยะเวลาไปนาน โอกาสในการรักษาให้หายเป็นปกติก็จะลดลงไปเรื่อยๆ แต่หากมีความกังวลว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ ก็สามารถขออนุญาตจากแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้พระ หมอผี ได้ร่วมคลายความทุกข์ความกังวลให้กับผู้ป่วยและญาติไปพร้อมๆ กันได้.

    ผู้เขียน : กนกวรรณ นุตตโยธิน

    กราฟิก : Chonticha Pinijrob

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผีspecial contentสถาบันประสาทวิทยาชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ผีเข้าหาคำตอบเรื่องผีเรื่องผี

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 16:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์