"หมอยง" ชี้การฉีดวัคซีนชนิด mRNA ในเด็กอายุ 12-17 ปี เสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ย้ำวัคซีนให้เด็กจะต้องมีความปลอดภัยสูงมาก
วันที่ 10 ก.ย. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เรื่อง "การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก" โดยระบุข้อความว่า ทุกคนควรได้รับวัคซีน แต่ปัญหาโรคโควิด-19 มีความรุนแรงในผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ขณะที่เด็กถึงแม้จะเป็นโควิด จะมีอาการน้อย โอกาสเป็นปอดบวมน้อยมาก และยิ่งน้อยมากๆ ที่จะเสียชีวิตจากโควิด-19
การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก วัคซีนจะต้องมีความปลอดภัยสูงมาก จึงจะคุ้มค่า เพราะตัวเด็กเองโดยเฉพาะวัยเรียนเป็นแล้วไม่รุนแรง นอกจากจะนำเชื้อมาสู่ผู้เฒ่าที่บ้าน หรือทำให้เกิดการระบาดได้โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่มีคนอยู่ร่วมกันมากๆ
ฉะนั้นการให้ mRNA วัคซีนในเด็กอายุ 12-17 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ถ้าคำนึงถึงผลได้ผลเสียในระยะเวลา 120 วัน เด็กอายุ 12-17 ปี ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 mRNA 1 ล้านคน จะป้องกันการเสียชีวิตในเด็กชายได้ 2 คน และถ้าเป็น เด็กหญิง 1 คน ถ้าฉีดวัคซีน mRNA เข็มที่ 2 มีโอกาสเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กชาย 12-17 ปี จำนวน 59-69 คน เด็กหญิง 8-10 คน
ใน 1 ล้านคน ที่ฉีดวัคซีนในประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรจะได้รับวัคซีนก่อนให้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค และอัตราการเสียชีวิตก่อน แล้วถ้าวัคซีนมีมากเพียงพอ ทุกคนก็ควรได้รับวัคซีนรวมทั้งเด็กด้วย ความเสี่ยงและประโยชนที่ได้ จะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง.
...
ขอบคุณเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan