เกมเลือกท่านผู้นำ

ข่าว

เกมเลือกท่านผู้นำ

กิเลน ประลองเชิง

    1 ก.ย. 2564 05:02 น.

    นิทานไทยหลายเรื่อง ที่เชื่อเรื่องบุญบารมีมากกว่าความรู้ความสามารถ เมื่อหาทายาทสืบบัลลังก์ไม่ได้ ก็ต้องใช้กระบวนการเสี่ยงทาย...ความเชื่อเรื่องนี้ เป็นที่มาของสำนวน “ราชรถมาเกย”

    แต่โดยทั่วๆไป ไม่ว่าในจีน ฝรั่ง แขก เขาก็เลือกคนเก่งกว่าถ้าเก่งพอๆกันก็ต้องรบกัน

    ตามคำพังเพย แพ้เป็นโจร ชนะเป็นเจ้า ผมอ่านพงศาวดารจีนหลายๆเรื่อง ยังสับสนไม่หาย ฝ่ายไหนเจ้า ฝ่ายไหนโจร

    นิทานอินเดียผมเคยเอามาเล่าไปหลายครั้ง ต้นเรื่องมีว่า พระราชาหนักใจ สามลูกชายไม่รักเรียนเขียนอ่านหนังสือ จะเลือกสักคนขึ้นนั่งบัลลังก์ ก็กลัวปกครองบ้านเมืองไม่เป็น

    ธรรมเนียมอินเดีย เจ้าชาย ต้องร่ำเรียนศิลปวิทยา ทั้งบุ๋นทั้งบู๊ อย่างน้อย 12 ปี แต่ก็มีอำมาตย์ฉลาดเสนอสอนด้วยหลักสูตรเร่งรัดหกเดือน เล่านิทานห้าเล่ม เรียกว่าปัญจตันตระ

    สอบผ่านก็เป็นพระราชาได้ทันที

    นิทานในปัญจตันตระสอนเล่ห์เหลี่ยมสารพัดของมนุษย์ เช่น ผู้หญิงที่ว่ามีมายาห้าร้อยเล่มเกวียน เน้นหนักอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน รู้จักมนุษย์รอบๆตัวถี่ถ้วน ก็ถือว่าเอาตัวเอาบัลลังก์ เอาบ้านเมืองรอด

    มาเจอนิทานฝรั่ง ฝรั่งเยอรมัน...จากนิทานกริมม์ (ยาค็อบ และวิลเฮล์ม เขียน อาษา ขอจิตต์เมตต์ แปล สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2564) เรื่อง บรมขี้เกียจทั้งสาม อ่านแล้วจึงรู้ว่า เป็นวิธีเลือกผู้นำ ที่ไม่เหมือนใคร

    เอ้า! คิดเสียว่าเป็นวิธีเลือกผู้นำแบบเยอรมันก็แล้วกัน

    พระราชาในแคว้นหนึ่งมีลูกชายสามคน เขารักและชอบลูกทุกคน เท่าๆกัน ฉะนั้นจึงไม่รู้ว่าจะให้คนไหนนั่งบัลลังก์แทนเขาหลังจากเขาตาย

    ขณะเขาป่วยหนักและแน่ใจว่าจะไม่รอด เขาเรียกลูกมาข้างเตียงพร้อมหน้ากันและพูด

    “ลูกรักทั้งหลาย พ่อตกลงใจแล้ว ลูกคนไหนเป็นคนขี้เกียจ อย่างบรม จะมอบตำแหน่งพระราชาให้”

    “แคว้นนี้จะต้องตกเป็นของข้าพเจ้า” ลูกชายคนหัวปีพูด “เพราะข้าพเจ้าขี้เกียจมากที่สุด

    เวลาข้าพเจ้าล้มตัวนอน ถ้าหากมีอะไรก็แล้วแต่หล่นลงมาที่ตาข้าพเจ้าจนไม่สามารถปิดได้ ข้าพเจ้าก็จะหลับทั้งๆที่ตาลืมอยู่”

    “แคว้นนี้เป็นของข้าพเจ้าแน่ๆ พ่อที่รัก” ลูกชายคนกลางพูด

    “เพราะข้าพเจ้าขี้เกียจขนาด เวลาข้าพเจ้านั่งริมเตาผิงให้เกิดความอบอุ่น ถ้าเผอิญหัวแม่ตีนของข้าพเจ้าแหย่เข้าไปในไฟ ข้าพเจ้าก็จะปล่อยให้มันไหม้ โดยไม่ยอมหดขาให้ลำบาก”

    “พ่อ แคว้นนี้ หนีเป็นของข้าพเจ้าไปไม่พ้น” ลูกชายคนสุดท้องพูด

    “เพราะข้าพเจ้าขี้เกียจไม่มีใครสู้ สมมติว่าข้าพเจ้ากำลังถูกแขวนคอ แต่แล้วมีใครคนหนึ่งแอบวางมีดคมกริบลงในมือของข้าพเจ้า สำหรับใช้ตัดเชือกเพื่อให้หลุดพ้นมาได้

    ข้าพเจ้าจะยอมให้ถูกแขวนคอ ยิ่งกว่าจะยอมลำบากยกมือขึ้นตัดเชือก”

    พระราชาพอใจต่อคำพูดของลูกคนสุดท้องมากกว่าของอีกสองคน จึงพูด

    “เอาล่ะ เป็นอันว่า เจ้าจะได้เป็นพระราชา เพราะเจ้าเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อย่างที่สุด”

    นิทานเยอรมัน ไม่ใช่นิทานอีสป จึงไม่มีคำ “สอนว่า” ต่อท้าย เห็นจะต้องเดากันเอาเองว่าเป็นแค่เรื่องตลกร้าย...อ่านเอาฮา! เพราะความจริงมีอยู่ว่าคนเยอรมันได้ชื่อขยันกว่าคนประเทศใดๆ

    จะมีบางบ้านเมืองเท่านั้นที่ดูเหมือนจะขยันกว่า...ขนาดรัฐบาล เรียกร้องให้อยู่กับบ้าน ป้องกันโควิด-19 แพร่ ยังมีคนขยันออกมาตั้งป้อมสู้กับตำรวจอยู่ตามท้องถนน

    ทั้งๆที่รู้ว่าตำรวจไทยดุมาก ใช้ถุงดำฆ่าเอาได้ง่ายๆ

    สู้กันจนวินาทีสุดท้ายของเส้นตายเคอร์ฟิว มีคนมากมาย ยอมติดคุกติดตะราง เพราะขยันจนเกินเวลา น่าจะเป็นว่าคนพวกนี้ไม่เคยอ่านนิทานเยอรมันที่ตั้งใจสอนให้ขี้เกียจได้ดี.

    กิเลน ประลองเชิง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผู้นำบุญบารมีนิทานพระราชารัฐบาลกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 10:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์