ภายใต้การ ประกาศยกระดับ ใช้ “มาตรการล็อกดาวน์ และเคอร์ฟิว” เข้ามาควบคุมพื้นที่สีแดงเข้ม ตัดตอนการเเพร่ระบาดโควิด–19 ที่ยังคงมียอดตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทะลุหมื่น ตายทะลุร้อย แถมไม่เห็นทีท่าคลี่คลายจบลงในเร็ววันนี้

สถานการณ์นี้ “ผู้คนต่างตื่นกลัวติดเชื้อโควิด” กลายเป็นวิตกจริตระแวงคนรอบข้างลุกลามเป็นความเครียด ทำให้ระบบเลือดลมร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก นอนไม่หลับ ยิ่งปล่อยไว้นานเสี่ยงก่อโรคร้ายแรงได้

ท่ามกลางโควิดระบาดอยู่นี้ก็มีกระแส “สมุนไพรไทย” ถูกหยิบยกพูดกันใน “สรรพคุณยับยั้งไวรัส” โดยเฉพาะการนำ “ฟ้าทะลายโจรเป็นยายับยั้งโควิดได้ผลเป็นอย่างดี” ดังนั้นแล้ว “ทีมสกู๊ปหน้า 1” ขอหยิบตัวช่วย บรรเทาอาการดับความเครียดแบบง่ายๆด้วยมือคุณจากสมุนไพรครัวเรือนที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป

ตามคำแนะนำเกร็ดความรู้สุขภาพพร้อมเคล็ดลับการดูแลตัวเองจาก ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หน.ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ใช้ “ศาสตร์การแพทย์แผนไทย” ในตำรับยาสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความเครียดวิตกกังวลได้ผลมาแล้วในผู้ป่วยนักต่อนัก

...

ด้วย “การใช้พืชผักสมุนไพรปรุงเป็นอาหาร และกลิ่นสมุนไพรจากธรรมชาติ” เข้ามาช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ลดอาการตึงเครียดในสถานการณ์ โรคระบาดโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ “ภญ.ดร.ผกากรอง” บอกว่า อย่างแรกต้องบอกก่อน “ความเครียด” มีลักษณะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักใหญ่

กลุ่มแรก...“ผู้เครียดร่วมกับโรค” เช่น คนไข้มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง...ผู้รับผลกระทบสภาพจิตใจ อันมีต้นทุนความเครียดเดิมที่ต้องรักษาด้วยยาแพทย์แผนปัจจุบัน มี “การปรับยา” ให้เหมาะสมกับอาการอยู่เสมอถ้าคนไข้กลุ่มนี้มี “ความเครียดเพิ่มอีก” ต้องเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะด้าน เพราะคนไข้มักใช้ยาคลายเครียดอยู่เดิมแล้ว เมื่อต้องกินยาสมุนไพรเพิ่มอีก “ยามักเข้าตีกัน” เป็นโทษหนักยิ่งขึ้นได้

กลุ่มที่สอง...“กลุ่มความเครียดใหม่” มักมีปัญหาถาโถมรุมเร้าในสภาวะโรคระบาดนี้ก่อเกิดความเครียดขึ้นใหม่แบบนี้ สามารถใช้ “สมุนไพรไทย” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หาซื้อง่าย ราคาถูก ในท้องตลาดทั่วไป

อย่างเช่น “น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว” ที่มีผลการวิจัยพบว่า “น้ำมันรำข้าว” มีสาร N-acetylserotonin อันเป็นสารตั้งต้นสร้าง “สารเมลาโทนิน” ที่เป็นฮอร์โมนควบคุมระบบการหลับ มักจะหลั่งออกมาในตอนกลางคืนเสมือนเป็น “นาฬิกาปลุกคอยแจ้งเตือนถึงเวลานอน” จากสารพบตามธรรมชาตินี้

สารตัวนี้เป็นการเสริมกลไกการทำงานให้ร่างกายได้ดีขึ้นในการช่วย “แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ” ทั้งยังออกฤทธิ์ช่วยให้ “ร่างกายผ่อนคลายความเครียดความกังวล” สามารถบริโภคได้ทั้งรูปแบบอาหาร เช่น รับประทานข้าวกล้องงอกและการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวก็ได้

แต่การกินรูปแบบอาหารมักมีปริมาณ N–acetylserotonin น้อยกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในแง่ “ช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับ และผ่อนคลายความเครียด” ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ได้ผลดีกว่า...

ปัญหามีอยู่ว่า “ภาวะทางเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด–19” เช่นนี้ส่งผลต่อ “คนบางส่วนต้องขาดรายได้” ไม่มีกำลังซื้ออาหารเสริม ทั้งยังกำลังเผชิญกับ “ความเครียดวิตกกังวล” อยู่ในขณะนี้ ก็แนะนำให้ใช้ “บัวบกปั่นบดคู่กับกล้วย” อันเป็นสมุนไพรครัวเรือนหาได้ง่ายทั่วไปในการช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลได้ดีนักแล

อย่างที่รู้กันว่า “กล้วย” มีสารทริปโตแฟน (tryptophan) โดยเฉพาะ “กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า” ที่เป็นกรดอะมิโน นำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญการสร้าง “เซเรโทนิน (serotonin)”...สารสื่อประสาทควบคุมอารมณ์แล้วก็จะทำให้ “การนอนหลับดีขึ้น” ดังคนมักพูดเสมอ “กินกล้วยแล้วอารมณ์ดี” เพราะเกิดจากสารทริปโตแฟนนี้

ล่าสุดเดือน ก.พ.นี้ก็มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “การทดลองบัวบก 20 กรัมปั่นควบรวมกับกล้วย 10 กรัม” ทำการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครได้รับประทานกัน พบว่าสามารถกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด นอนหลับสนิทได้ดีขึ้นอย่างมาก

แต่มีข้อจำกัดต้องระวัง “กล้วยมักมีโปแตสเซียมสูง” ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายให้เป็นโรคหัวใจ ไตวาย จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่จะรับประทานเป็นประจำทุกวันได้

ถัดมาประเด็น “การเลือกบัวบกนำมาเป็นยาสมุนไพร” ก็สำคัญไม่แพ้กันที่ควรเลือก “ใบบัวบกขนาดเล็ก” ตามงานวิจัยสารสัมพันธ์ บัวบกนำมาเทียบเคียงกับน้ำหนักแล้ว “ใบขนาดเล็กมีสารสำคัญ Brain–derived Neurotrophic Factor (BDNF)” เสมือนโปรตีนที่เป็นอาหารของเซลล์ประสาทสมองค่อนข้างสูงมาก

ซึ่งสารนี้ทำหน้าที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการแตกแขนงกิ่งก้านสาขาเซลล์ประสาทในสมองใหม่อยู่เสมอ เพราะเป็นกลุ่มไตรเทอร์ปีน (triterpenes) เข้าไปกระตุ้นสาร BDNF ทำให้เซลล์สมองเจริญเติบโตได้ดี

“ประโยชน์บัวบกช่วยการไหลเวียนเลือดในสมองที่ดี ส่งผลให้การทำงานของสมองดีด้วย ทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของ “กาบา (Gaba)” ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบแล้วนอนหลับได้ อันสอดคล้องกับ “นักวิจัยอินเดีย” มีการศึกษาบัวบกสามารถช่วยการนอนหลับดีขึ้นเช่นกัน”

ตอกย้ำตรงจุดนี้ในช่วง “การระบาดโควิด–19” มีคนไข้เข้ามาปรึกษาจาก “สภาวะความเครียดนอนไม่หลับ” ค่อนข้างมาก จึงได้แนะนำให้ “กินบัวบกแบบสด” ด้วยการปั้นน้ำจากใบสดประมาณ 1 กำมือ รับประทานวันละครั้งได้ผลดีหลายคนแล้ว แต่ระวังบัวบกเป็นสมุนไพรยาเย็นมักลดความร้อนในร่างกายต่ำลงได้

ทว่าหากต้องรับประทานแบบต่อเนื่องจำเป็นต้องเพิ่มพริกไทย หรือขมิ้นผสมลงไปนิดหน่อย เพื่อช่วยเพิ่มให้เกิดความอบอุ่นจนเกิดความสมดุลของร่างกายไม่ให้เย็นมากเกินไปก็ได้

จริงๆแล้ว “คุณสมบัติบัวบกพบสารมีประโยชน์มากมาย” ในต่างประเทศมีการศึกษาการออกฤทธิ์บำรุงสมองใน “เด็กสมาธิสั้น...ผู้สูงอายุความจำไม่ดี” ที่สามารถเพิ่มความจำได้ดีขึ้น สิ่งสำคัญเป็นสมุนไพรไทยหาง่ายตามธรรมชาติ ทั้งยังมี “สรรพคุณลดความดัน” แต่อาจไม่ลดปี๊ดป๊าดเหมือนยาแผนปัจจุบันเท่านั้น

ต่อมาสมุนไพรไทยมักนำมาใช้ช่วยลดความเครียดอีกอย่าง “ขมิ้นชัน” เพราะมีสารสำคัญชื่อ “เคอร์คูมิน (curcumin)” ออกฤทธิ์ทำหน้าที่ช่วยไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) เป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดในร่างกาย ขณะนี้ก็มีความพยายามศึกษาในกลุ่มอาสาสมัครเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในช่วงการระบาดโควิด–19 หนักรุนแรงอยู่นี้ “กลุ่มแพทย์ทางเลือกในต่างประเทศ” มีการแนะนำ “คนไข้มีความเครียดนอนไม่หลับ” บริโภคขมิ้นชันด้วยการกินเป็นอาหารวันละ 1–2 ช้อนชาด้วย

ประเด็นมีอยู่ว่าถ้า “ความกังวลนอนไม่หลับรุนแรง” ตอนนี้ก็เริ่มเห็นการใช้ “ตำรับยากัญชา” เข้ามาช่วยทำให้นอนหลับดี เพราะสารสำคัญของ “กัญชา” มีอยู่ 3 กลุ่ม คือ 1.สารเทอร์ปีน (Terpene) จะให้กลิ่นเฉพาะเป็นน้ำมันหอมระเหยสกัดออกฤทธิ์ช่วยเสริมในเรื่องการผ่อนคลายและบรรเทาความเครียด

2.สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ป้องกันโรค รักษาโรค 3.สารแคนนาบินอยด์ คือ “สารซีบีดี (CBD)” ช่วยลดอักเสบ “ทีเอชซี (THC)” มีฤทธิ์ลดปวดช่วยให้นอนหลับ เพราะ “แพทย์แผนไทย” ใช้กัญชารักษาโรคลมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว อารมณ์ ความรู้สึก จึงถูกนำมาใช้รักษา “โรคความรู้สึกนึกคิด ความเครียดกังวล” มากขึ้น

ปัจจุบันก็มีการศึกษาต่อเกี่ยวกับ “การใช้ยากัญชา” นานเกินไปไม่เหมาะสม มักมีผลกระทบ “ด้านลบ” เหตุนี้ต้องควบคุมการรักษาและประสิทธิผลจากการใช้ยาอีกระยะหนึ่งก่อนนี้ แต่ในช่วงนี้เห็น “โรงพยาบาลหลายแห่ง” ใช้ยากับ “คนไข้อาการเครียดนอนไม่หลับ” อยู่บ้างแล้ว เมื่อคนไข้ปรับตัวได้ก็หยุดใช้กัน

ตำรับยาสมุนไพรสุดท้าย “ยาหอมส่วนผสมเกี่ยวกับเกสรดอกไม้” อันเป็นลักษณะสรรพคุณทางเย็น เมื่อคนเครียดแล้วมักสัมผัสความร้อน ทำให้ต้องใช้ยาหอมประเภทนี้เข้าไปแก้ดับความร้อนนี้ได้ผลเช่นกัน

ท้ายสุด “คน” มีความเครียดชั่วครั้งชั่วคราว “สมุนไพรไทย” สามารถช่วยได้ในบางกรณี แต่ถ้า “เครียดจัดกังวลรุนแรง” ต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะมีความปลอดภัยสูงสุด.