WHO เอาใจช่วยไทย โดน “สารพัดโรค” รุมเร้า

ข่าว

    WHO เอาใจช่วยไทย โดน “สารพัดโรค” รุมเร้า

    ซูม

      6 ส.ค. 2564 05:03 น.

      เมื่อวานนี้ผมอ่านข่าวในหน้า 7 หรือหน้า “การศึกษา-ศาสนา-สาธารณสุข” ของไทยรัฐแล้วก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งกับบทวิเคราะห์ของท่านที่ปรึกษา WHO ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...จึงขออนุญาตท่านนำมาเผยแพร่ต่อและแสดงความเห็นเพิ่มเติมในวันนี้

      ท่าน ดร.สุวจี กู๊ด ที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมสุขภาพและปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ นั่นเอง...ท่านทำงานอยู่กับ WHO มาหลายปี เข้าใจว่าผู้อ่านที่ติดตามข่าวด้านสาธารณสุขเป็นประจำคงจะคุ้นกับท่านพอสมควร

      ดร.สุวจีได้กล่าวในการเสวนาทางออนไลน์เรื่อง “วัคซีนมาแล้ว...วัคซีนทางสังคมยังจำเป็นอยู่หรือไม่?” เกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เอาไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง

      ท่านเริ่มต้นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดี มีต้นทุนทางสังคมสูง มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ดีงามหลายๆประการ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เรื่องช่วยเหลือกัน และจิตอาสาต่างๆ

      เมื่อเกิดการระบาด ระลอกแรก ผลจากการควบคุมโรคได้อย่างมีศักยภาพ ทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ดำเนินไปด้วยดี และภูมิคุ้มกันทางสังคมก็สูงตามไปด้วย มีนวัตกรรมใหม่ๆในการช่วยเหลือกัน ระหว่างชุมชนเกิดขึ้นมากมาย

      มาถึง ระลอกสอง เมื่อโรคเริ่มแพร่กระจาย มีผลกระทบมากขึ้น เกิดความไม่พอใจในสังคม มีการระบาดของข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนลดทอนความน่าเชื่อถือต่างๆ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต รายได้ทางเศรษฐกิจลดลง พร้อมกับภูมิคุ้มกันทางสังคมที่ค่อยๆอ่อนลงทุกวัน

      ดังนั้น เมื่อมา ระลอกสาม สังคมไทยจึงเกิดอาการเหนื่อยล้า ภูมิคุ้มกันทางสังคมถูกกระแทกกระทั้นจากทั้งการระบาดของโลก และการระบาดของข้อมูลที่เรียกว่า cyberbullying ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าจากการสูญเสีย นำไปสู่ความโกรธความสิ้นหวัง

      แม้วัคซีน (ป้องกันโควิด) จะมาแล้ว แต่ถ้าตอนนี้สังคมไทยกำลังป่วยด้วยความไม่พอใจ ความแตกแยกทางความคิด...ความต้องการวัคซีนทางสังคมจึงยังเป็นสิ่งที่ต้องการ

      จากนั้นท่านก็สรุปตอนท้ายว่า “วันนี้ WHO กำลังมองไทยในฐานะประเทศที่ต้องจับตามอง เพราะมีภาวะวิกฤติเรื่องอื่นๆ ที่เข้ามากระทบต่อการใช้มาตรการควบคุมโรคควบคู่ไปด้วย”

      ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับบทวิเคราะห์ของท่านทั้ง 3 ระลอกครับ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์มาด้วยตนเอง ยังจำบรรยากาศอันหอมหวานในช่วงเวลาที่เราประสบชัยชนะ ระลอกที่ 1 ได้ติดตา

      ท่านนายกรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” เดินสายไปเยี่ยมสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมถึง ไทยรัฐ เราด้วย...มาแสดงถึงความมั่นใจในการที่จะเดินหน้าทางเศรษฐกิจ หลังจากจัดการกับ “โควิด-19” อยู่หมัด

      พวกเรายังเสนอให้ตั้ง ศูนย์บัญชาการด้านเศรษฐกิจ แบบเดียวกับ ศบค. ซึ่งท่านก็รับไปพิจารณาและตั้งขึ้นจริงๆ

      มีแผนมีมาตรการเยียวยาออกมาชุดใหญ่

      แม้เศรษฐกิจจะถอยลงไปหน่อยๆ แต่ก็เริ่มมีแววว่าค่อยๆฟื้นตัวคนไทยเริ่มออกเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ภายในประเทศ

      แต่แล้วพอเกิดระบาดระลอก 2 ระลอก 3 ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็น

      อย่างที่เราเห็นอยู่ขณะนี้...การพ่ายแพ้ยับเยินต่อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่

      นำไปสู่ความเจ็บป่วยอย่างหนักพร้อมๆกันของเศรษฐกิจ...การเมือง และสังคมไทย ณ นาทีปัจจุบัน

      ผมต้องขอขอบคุณล่วงหน้าที่ ดร.สุวจีบอกที่ประชุมเสวนาว่า WHO กำลังจับตามอง ซึ่งก็ตีความว่าคงอยู่ระหว่างศึกษาหาทางออกที่จะให้คำแนะนำช่วยเหลือ...หากค้นพบแล้วอย่าลืมให้คำแนะนำแก่ประเทศไทย, รัฐบาลไทย และพี่น้องประชาชนไทยด้วย จักขอบคุณยิ่ง

      สำหรับรัฐบาลไทยจะหาทางออก หรือ “วัคซีนทางสังคม” เจอหรือไม่? คงต้องรอลุ้น เพราะนาทีนี้ปัญหาที่หนักหนากว่าโรคระบาดกำลังจะเกิดขึ้น...เห็นว่าวันพรุ่งนี้ (7 สิงหาคม) มีคำขู่ฟ่อๆจากม็อบหลายกลุ่มว่าจะถึงขั้นแตกหัก

      นี่แหละที่ท่านที่ปรึกษา WHO ท่านบอกว่าเมืองไทยเรามีปัจจัยหลายอย่างที่นอกเหนือไปจากโควิด-19 และแต่ละปัจจัยก็หนักหนาสาหัสทั้งสิ้น

      สำหรับผมเวลานึกอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก ตามประสาคนไทยแก่ๆหัวโบราณ ก็จะยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน

      ขอพระสยามเทวาธิราช อันทรงพลานุภาพ จงช่วยปกปักรักษาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราให้ผ่านพ้นจาก “โรคร้าย” ทุกๆโรคที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้...เพี้ยง! ขอให้ผ่านไปด้วยดีด้วยเทอญ.

      “ซูม”

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19วัคซีนโควิดWHOซูมเหะหะพาที

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 16:11 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์