มุมแมวเยี่ยว

ข่าว

    มุมแมวเยี่ยว

    กิเลน ประลองเชิง

      24 ก.ค. 2564 05:02 น.

      คนแก่วัดรุ่นผมคุ้นกับคำสอน “กายนี้แตกดับง่ายเหมือนฟองน้ำ” ภาวนาคาถาพระอินทร์ บทสุดท้าย เตสัง วูปสโม สุโข ที่แปลว่า ความตายเป็นสุข จนขึ้นใจ

      แต่ก็เผลอ “วูบ” ใจหายไปกับข่าวการตายของคนรู้จักในทุกๆครั้ง

      ข่าวตายของเพื่อนทำให้ผมนึกถึงข้อเขียนในชวนม่วนชื่น2 ของพระอาจารย์พรหม เรื่องประโยชน์สามประการของตาย ตอนที่เครื่องบินระเบิด เดินไปหยิบหนังสือจากหิ้งมาเปิดอ่านอีกครั้ง

      พระอาจารย์พรหมเล่าว่า “อาตมาเดินทาง (ไปเทศน์) ต่างประเทศบ่อยมาก” ในช่วงที่มีข่าว ผู้ก่อการร้าย ใช้ระเบิดฆ่าตัวตายในเครื่องบิน เพื่อนหลายคนก็เป็นห่วง

      ส่งคำเตือนมาว่าให้ลดๆเที่ยวการเดินทางลงเสียบ้าง

      เพื่อทำให้เพื่อนๆสบายใจ พระอาจารย์พรหมคิดหัวข้อบรรยาย ถึงประโยชน์สามประการของตาย ตอนที่เครื่องบินระเบิดที่ระดับ 30,000 ฟุต ดังต่อไปนี้

      ประโยชน์ข้อแรก พระอาจารย์พูดถึงการจัดงานเผาศพให้ญาติสนิทสักคน สมมติเป็นคุณย่า ทุกคนรู้ดีเป็นเรื่องยากลำบากมากแค่ไหน

      เริ่มแต่การเลือกขนาดของโลงศพ ตามด้วยการแจ้งข่าวให้บรรดาเพื่อนๆและญาติสนิททุกคนได้ทราบลางาน เพื่อจัดการพิธีการต่างๆและงานเลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงานหลังเสร็จพิธี

      ในกรณีที่เป็นการตายบนเครื่องบิน...ถือว่า เป็นการฌาปนกิจสำเร็จรูป ทุกอย่างถูกจัดการไปโดยเรียบร้อย ไม่ต้องจ้างคนดำเนินงาน

      ไม่ต้องหาโลงศพ ไม่ต้องขอลามางานศพ

      หรือแม้แต่เมื่อหลังเผาศพแล้วก็ไม่ต้องเอาเถ้ากระดูกไปโปรยที่ปากแม่น้ำ

      ประโยชน์ข้อที่สองคือความคุ้มค่า หลายคนพูดกันว่าค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้สมฐานะของร่างที่ไร้วิญญาณ สำหรับคนเป็นลูก เป็นหลานนั้นแพงมากๆ

      งานศพเป็นงานเดียว ที่ไม่สามารถจัดแบบลดแลกแจกแถม

      ไม่เพียงแต่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายกับงานศพ ลูกๆหลานๆ ยังจะได้รับเงินประกันก้อนโต จากสายการบิน และยังมีประโยชน์ที่จะตามมา จากผลประโยชน์อีกหลายประการ ที่เกิดจากการเสียชีวิตของคุณย่า

      ประโยชน์ข้อที่สาม ข้อสุดท้ายคือ คุณย่าจะได้ภพหน้าที่ดีกว่าเดิม

      พระอาจารย์พรหมย้ำ อย่าลืมทีเดียว การตายในเครื่องบิน ที่กำลังบินสูงระดับ 30,000 ฟุต นั้น เป็นระดับสูงที่ใกล้สวรรค์มาก

      คุณย่าจะเดินทางไปสวรรค์ได้โดยง่าย

      สรุปประโยชน์สามประการ ที่ได้จากการตายในเครื่องบินระเบิดแล้ว พระอาจารย์พรหมก็บอกเพื่อนๆว่า นี่คือเหตุผลที่

      ท่านไม่กลัวการเดินทางโดยเครื่องบินเลย

      จบเรื่องวิธีคิดบวกแบบพระอาจารย์พรหม ผมมีอีกเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเอง ปกติก็วิ่งเหยาะๆออกเหงื่อทุกวัน ในพื้นที่กว้างขวางของโรงพิมพ์มีมุมหนึ่งเป็นซุ้มต้นไม้ ได้กลิ่นเยี่ยวแมวโชยมา ผมก็มักเลี่ยงห่าง

      วันนั้น ไม่กี่วันมานี่เอง มีเพื่อนเดินตามคุยถึงจุดแมวเยี่ยว ผมก็บอกให้เดินหนี เพื่อนไม่หนี เขาหัวเราะบอกว่านี่แสดงว่า จมูกพี่ยังได้กลิ่น พี่ยังไม่ติดโควิด–19

      ในช่วงวิกฤติสุดๆของสถานการณ์โควิด-19 เรามีแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ และประชาชนจิตอาสามากมาย ช่วยกันระดมหว่านกล้า ในเนื้อนาบุญ ผมมองพวกเขาเหล่านี้เหมือนเทวดานางฟ้า

      พยายามหาประโยชน์จากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ให้ได้ เราก็น่าจะมีชีวิตที่เป็นสุขกว่าอีกหลายๆคน.

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พระอาจารย์พรหมชวนม่วนชื่น2คำสอนธรรมะวิธีคิดบวกกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 09:45 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์