ไลฟ์สไตล์
100 year

วชิระโควิดแอทโฮม ระบบรักษาอยู่บ้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
23 ก.ค. 2564 05:05 น.
SHARE

ประเทศไทยมาถึงจุด “ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล” ต้องนอนรอเตียงอยู่บ้านเป็นสัปดาห์จนบางคนทนไม่ไหวเสียชีวิต เป็นภาพสะเทือนใจจาก “โควิด–19 ระบาด” ที่มีผู้ติดเชื้อ 8–9 พันคนต่อวัน

ไม่จบเท่านี้ “ผู้ป่วยนอนรออยู่บ้าน” มักอาศัยอยู่รวมกับคนอื่นแล้ว “ไม่อาจแยกกักตัวได้ถูกวิธี” ส่งผลให้ “ติดต่อคนในครอบครัว” กระจายออกมาในชุมชนเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เหตุนี้ “ประชาชน” ต่างพากันหอบหิ้วสัมภาระมารอคิวตรวจเชื้อโควิดตามจุดตรวจโควิดฟรีของ กทม. จนเป็นอีกภาพสะเทือนใจ

ข่าวแนะนำ

เมื่อไม่นานมานี้ “โรงพยาบาลวชิรพยาบาล” ได้เปิดช่องทางการรักษาจากที่บ้านโดยไม่ต้องมาโรงพยาบาลเข้ามาเสริม “แก้วิกฤติขาดแคลนเตียงและแยกกักตัวผู้ป่วยระดับสีเขียว” ถูกวิธี มีแพทย์ พยาบาลดูแลรักษาแบบโทรเวชกรรม หรือระบบแพทย์ทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน “วชิระโควิดแอทโฮม” ตลอด 24 ชม.

รศ.พญ.สว่างจิต สุรอมรกูล ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล บอกว่า การระบาดโควิดกระทบต่อ “ผู้ป่วยพบแพทย์ตามนัด” กังวลติดเชื้อระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล ทำให้พัฒนาแอปพลิเคชัน “Vajira@Home ไกลเหมือนใกล้” รูปแบบบริการจากโรงพยาบาลสู่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาพบแพทย์ขึ้นมานี้

อันเป็นนวัตกรรมในระบบ “โทรเวชกรรม (Telemedicine)” ในการรักษาแพทย์ทางไกลแบบวิดีโอคอลพูดคุยกันเห็นหน้า ตรวจซักอาการ ความผิดปกติร่างกาย เก็บบันทึกข้อมูลการรักษาในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งยังสามารถรับยาทางไปรษณีย์ที่บ้านได้ด้วย เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลเสี่ยงติดเชื้อโรคในช่วงนี้

ตอกย้ำ...“ฟังก์ชัน Vajira@Home” แจ้งเตือนการนัดหมาย คิวหน้าห้องตรวจ ทั้งยังเปิดประวัติสุขภาพผลการวินิจฉัย การรักษา ยาที่ได้รับ เพื่อนำกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านที่มีระบบแจ้งเตือนการกินยา ติดตามการ
จัดส่งยาทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยถึงที่บ้าน หรือรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านเสมือนเดินทางมาโรงพยาบาลด้วยซ้ำ

ตลอดจนสามารถแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินพร้อมระบุตำแหน่ง GPS เพื่อเรียกบริการรถพยาบาลให้ไปถึงตำแหน่งที่หมายอย่างรวดเร็วถูกต้อง พร้อมระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์

กระทั่ง “โควิด–19 ระบาดหนัก” มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง ไม่สามารถรับการรักษาในโรงพยาบาลหลักได้ ทั้งโรงพยาบาลสนามก็เต็มไม่อาจรับได้
เช่นกัน เหตุปัญหานี้จึงต้องแก้ไขเร่งด่วน “รพ.วชิระ” จึงพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโควิดแบบนอนอยู่บ้านผ่าน “ไลน์ออฟฟิเชียล VjrCovid@Home หรือวชิระโควิดแอทโฮม”

ด้วยการต่อยอดจากแอปพลิเคชัน Vajira@Home ข้อดีคือเขียนโปรมแกรมง่ายเสร็จใน 2 วัน พัฒนาโดยนักเรียนสวนกุหลาบ เพื่อสนับสนุนรองรับสภาวะ “ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล” สอดคล้อง “นโยบายรัฐบาล” ในแนวคิด Home Isolation เป็นอีกทางเลือกให้ผู้ป่วยที่พร้อมดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน

ทว่าขั้นตอน “รับบริการวชิระโควิดแอทโฮม” ต้องเป็นกรณีเตียงผู้ป่วยเต็มต้องรอคิวเท่านั้นด้วย “การผ่านการตรวจหาเชื้อโควิดจาก รพ.วชิระ” ในแต่ละวันเปิดรับตรวจคัดกรอง 100 คนต่อวัน ทั้งลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยในโดยอัตโนมัติพร้อมแจก “คิวอาร์โค้ดวชิระโควิดแอทโฮม” แล้วกลับบ้านรอผลตรวจ 1 วัน

เมื่อผลยืนยันติดเชื้อโควิด “ทีมแพทย์ พยาบาล โฮมไอโซเลชัน” โทรศัพท์ซักประวัติเบื้องต้นที่ต้องอาการติดเชื้อไม่รุนแรง อายุไม่เกิน 60 ปี สุขภาพแข็งแรง ไม่อ้วน ไม่มีโรคประจำตัว และอาศัยคนเดียว หรือมีห้องแยกอยู่คนเดียวได้ พร้อมแจ้งให้ “สแกนคิวอาร์โค้ด” เข้าสู่การรับบริการดูแลตามระบบวชิระโควิดแอทโฮมนี้

นับแต่นี้ก็เข้าสู่กระบวนการรักษาโควิด มีทีมพยาบาลเดินทางไปที่บ้าน มอบปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจน ยาฟ้าทะลายโจร ยาฟาวิ-
พิราเวียร์ ส่งอาหารถึงบ้าน 3 มื้อทุกวัน เพื่อกักตัวอยู่แต่บ้าน

ส่วน “ฟังก์ชันไลน์ออฟฟิเชียลวชิระโควิดแอทโฮม” ทำหน้าที่แนะนำการปฏิบัติตัว ติดตาม ประเมินดูแลอาการด้วยตนเอง ทั้งวัดอุณหภูมิ วัดระดับออกซิเจน ที่มีระบบแจ้งเตือนตามเวลาแล้วลงในไลน์วันละ 2 ครั้ง ทั้งยังมี “แพทย์โทร.วิดีโอคอลรูปแบบรักษาทางไกล” ไม่ให้คนไข้รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนถูกทิ้งอยู่บ้านลำพัง

เพราะมี “แพทย์ พยาบาล” คอยดูแล 24 ชั่วโมง หากว่า “ผู้ป่วยเครียด” ก็มีจิตแพทย์วิดีโอคอลให้คำปรึกษาประเมินอาการด้วย กรณี “อาการหนักขึ้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง” จะมีพยาบาลโทร.วิดีโอคอลตรวจอาการให้คำแนะนำประเมินอาการเป็นระยะ “คนไข้” จะโทร.วิดีโอคอลได้ด้วยเสมือนนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยซ้ำ

เพราะเชื่อว่า “ผู้ป่วยกักตัวอยู่บ้าน” ส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มเสียงต่ำ อายุน้อย แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว สามารถดูแลรักษาตัวเองที่บ้านด้วยการพักผ่อนเพียงพอ กินยาตามอาการอย่างเข้าใจถูกต้องเหมาะสมก็จะหายเองได้ เพราะตอนนี้ “ผู้ป่วยโควิด” เยอะมากจริงๆ หากยังดูแลตัวเองได้ก็อยากให้ทำส่วนนี้ก่อน

หากว่า “อาการหนักเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีส้ม” ในระดับต้องให้ออกซิเจนแล้วจะมีรถพยาบาลเข้าไปที่บ้านประเมินอาการ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปรักษาดูแลต่อไป ดังนั้น ขั้นตอนนี้เป็นการจัดระดับความรุนแรงอาการป่วย เพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงที่สุด

ในเรื่อง “ทีมดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านระบบวชิระโควิดแอทโฮม” มีการระดมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามาทำหน้าที่ดูแลอาการป่วยผ่านระบบออนคอล 24 ชม. ทั้งประเมินอาการตามระดับกลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีส้ม โดยเฉพาะ “หน่วยเยี่ยมบ้าน และบริการสังคม” ทำหน้าที่หลักสำคัญ

กรณีฉุกเฉิน “ผู้ป่วยเข้าระดับสีส้ม” สามารถเข้าไปถึงบ้านโดยเร็วจากประสบการณ์ความชำนาญการดูแลคนไข้ที่บ้านประจำอยู่แล้ว

ย้ำว่าจริงๆแล้ว...“รูปแบบการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านระบบวชิระโควิดแอทโฮม” ถูกถอดแบบมาจากการดูแล “ผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาล” ปัจจุบันนี้ที่มีหลักการคล้ายกัน “ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว” อยู่ห้องพักฟื้นต้องวัดไข้ วัดค่าออกซิเจนด้วยตัวเอง รายงานผลผ่านวิดีโอคอลให้ จนท.พยาบาล
ประจำเคาน์เตอร์ทราบ

เพียงว่า “ยืดรูปแบบรักษาแบบระยะไกล” ออกไปเท่านั้น ยกเว้น “คนไข้หนัก” ส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวหรืออายุมากต้องอยู่ในห้องความดันลบ “ไวรัสลงปอด” ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลใกล้ชิด

ประเด็น...“ค่าใช้จ่าย” เรื่องนี้ “สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ดูแลตามสิทธิของคนไทยอยู่แล้ว...โรงพยาบาลจะเบิกจ่ายเอง เรียกว่า “คนไข้ไม่ต้องควักเงินสักบาท” เพื่อให้ดูแลตัวเองอยู่บ้านเท่านั้นก็พอ

ย้ำว่า “คนไข้ไม่ต้องกังวลใดๆ” เพราะมีแพทย์ พยาบาล ดูแลผ่านวชิระโควิดแอทโฮม 24 ชม. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้ดูแลตัวเองอยู่ในบ้านกักตัวพักผ่อนมากๆ กินยาตามคำแนะนำ และทำใจให้สบายๆ

ปัจจัย “สภาวะเครียด” มักเป็นเหตุ “ภูมิคุ้มกันลดต่ำ” ทำให้ไวรัสจู่โจมง่ายให้ “อาการแย่ลง” ขออย่าได้คิดมาก “คนไข้” มีหน้าที่กักตัวอยู่ที่บ้านป้องกันการระบาดช่วยเหลือสังคมให้อยู่รอดไปด้วยกันก็พอแล้ว

คาดว่า “ผู้บริการผ่านวชิระโควิดแอทโฮม” จะมีคนสนใจเยอะ เบื้องต้น “รพ.วชิระ” จัดเตรียม “แพทย์ พยาบาล 2 ชุดต่อวัน” ช่วยเหลือผู้ป่วยยามวิกฤติผ่านการสื่อสารโทรคมนาคมนี้ที่ดูแลได้ทั่วถึงแน่นอน

ปัญหามีอยู่ว่า “ผู้บริการ” เพิ่มขึ้นนี้ที่อาจกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ มีผลต่อระบบจัดส่งอาหารให้ผู้ป่วยตรงตามเวลาครบ 3 มื้อ จึงกำลังพิจารณาหาคนกลางทำหน้าที่นี้แทนอยู่

ตอนนี้เปรียบเสมือน “สงครามเชื้อโรค” ดังนั้น สิ่งที่ “แพทย์ พยาบาล” ต้องการมากที่สุด “ประชาชนช่วยลดความเสี่ยงรับเชื้อ” ต้องยึดหลัก “การ์ดอย่าตก” โดยเฉพาะ “การฉีดวัคซีน” ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดขอให้ทุกคนฉีดป้องกันตัวเองไว้ก่อนดีที่สุด เพราะอย่างน้อยยังมี “เสื้อเกราะป้องกัน”
ได้อยู่บ้างก็ยังดี

ไม่ว่าเสื้อเกราะหนา...เกราะบางก็ตามแต่ “ลดอาการป่วย และเสียชีวิต” หากติดเชื้อ “อาการไม่หนัก” ก็เข้าบริการวชิระโควิดแอทโฮมรักษาตัวอยู่ที่บ้านได้อย่างปลอดภัยแน่ๆ เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การใช้ “เทคโนโลยีระบบแพทย์ทางไกล” ดูแลผู้ป่วยกักตัวอยู่บ้าน ผ่านวิดีโอคอล “วินิจฉัย รักษาให้ปลอดภัย” เป็นอีกทางเลือกให้ “คนไข้” รู้สึกอุ่นใจไม่ถูกทอดทิ้งโดดเดี่ยวอีกต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ผู้ป่วยโควิดรอเตียงที่บ้านรักษาตัวที่บ้านสกู๊ปหน้า 1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 01:09 น.