ขับเคลื่อนนวัตกรรมโซเชียลเทเลเมดิซีน หวังใช้ดิจิทัลยกระดับแก้ปัญหาเชิงรุก

ข่าว

    ขับเคลื่อนนวัตกรรมโซเชียลเทเลเมดิซีน หวังใช้ดิจิทัลยกระดับแก้ปัญหาเชิงรุก

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ก.ค. 2564 11:44 น.

    ภาคีเครือข่ายร่วมกับ สสส. และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ขับเคลื่อนนวัตกรรมโซเชียลเทเลเมดิซีน หวังใช้ดิจิทัลยกระดับนักสังคมสงเคราะห์แก้ปัญหาเชิงรุก รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ มธ. ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือสสส. และภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนนวัตกรรมโซเชียลเทเลเมดิซีน เพื่อใช้งานดิจิทัลยกระดับนักสังคมสงเคราะห์แก้ปัญหาเชิงรุก รวมทั้งรับมือกับปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติโควิด-19 เยียวยาจิตใจ ช่วยเหลือผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิทั่วถึง และยังร่วมขับเคลื่อนกลไกภาครัฐเอกชนอย่างเป็นระบบ

    แพทย์หญิงขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์และรูปแบบการดูแลทางสังคมเสริมพลังชุมชนในการเฝ้าระวัง ดูแลจัดการทางสังคมสำหรับผู้ป่วย รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด–19 ตั้งแต่เริ่มการระบาดระลอกแรก โดยร่วมกับทีมนักสังคมสงเคราะห์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม รวมทั้งหมด 11 ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนทำงานในระดับชุมชน ขณะที่ช่วงการระบาดระลอกที่ 2 และ 3 ภาคีเครือข่ายยังพัฒนางานต่อเนื่อง ล่าสุด พัฒนาโซเชียลเทเลเมดิซีน หรือ Social Telemedicine เพื่อเป็นแฟลตฟอร์มดูแลทางสังคมเชื่อมโยงกับระบบของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ช่วยให้การรับส่งต่อ การบำบัดฟื้นฟูทางสังคมและการติดตามผลด้านการดูแลทางสังคมในชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ทั้งนี้ สสส. และภาคีเครือข่ายทำงานเชิงรุกพัฒนาศักยภาพนักสังคมสงเคราะห์และชุมชนให้สามารถวางแผนป้องกันรับมือการระบาด หรือ สถานการณ์วิกฤติต่างๆ ได้ นอกจากนี้ มีการขยายเครือข่ายการดูแลทางสังคมไปยังวิชาชีพอื่นๆ เช่น พยาบาลชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เภสัชกรชุมชน และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสิ่งสำคัญในการทำงานคือ ใจที่จะช่วยเหลือกัน ทำให้เกิดเครือข่ายใหญ่ขึ้นได้ อนาคต สสส. พร้อมจะเชื่อมประสานกลไกของทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนการทำงานอย่างเป็นระบบ

    ด้านนางระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการนี้ กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการฯ พบปัญหาผู้ป่วยถูกบูลลี่ การเลือกปฏิบัติ ถูกสังคมรังเกียจ ถูกตำหนิจากคนรอบข้าง ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายจึงเตรียมบุคลากร พัฒนานักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา โดยระดมจากทุกภาคส่วนทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เปิดการอบรม 4 หลักสูตร ประกอบด้วย 1. หลักสูตรให้คำปรึกษาเบื้องต้น 2. หลักสูตรทักษะเสริมพลังอำนาจ 3. หลักสูตรเทคนิคการใช้คำปรึกษาการปรับความคิดเปลี่ยนพฤติกรรม และ 4. หลักสูตรการดูแลเด็ก เพื่อพัฒนานักสังคมสงเคราะห์ให้มีทักษะ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลเทเลเมดิซีน เพื่อติดตามผู้ป่วย เป็นเครื่องมือแบบประเมินที่จะลดขั้นตอนการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ และง่ายต่อการวางแผนดูแลมากขึ้น

    สำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลเทเลเมดิซีน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่ร่วมกันกับทุกคนในสังคม ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของรัฐได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสุขภาพกับประชาชนไม่ให้ผู้ป่วยถูกทิ้งหากเกิดวิกฤติขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น นักสังคมสงเคราะห์ ต้องพัฒนาศักยภาพปรับตัวกับการใช้ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะพัฒนาและนำมาใช้ในการทำงานสังคมสงเคราะห์มากขึ้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เทเลเมดิซีนโซเชียลเทเลเมดิซีนนักสังคมสงเคราะห์ดิจิทัลดิจิทัลทางการแพทย์นวัตกรรมทางการแพทย์ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 08:25 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์