ไลฟ์สไตล์
100 year

ไยสาวไทย ต้องอุ้มท้องเสี่ยงเชื้อ เมื่อต่างชาติอนุมัติฉีดวัคซีนโควิดหญิงตั้งครรภ์

ไทยรัฐออนไลน์
7 พ.ค. 2564 08:00 น.
SHARE
  • จากข้อมูลของ ศบค. พบว่า ก่อนหน้านี้ มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว เกือบ 80 คน ซึ่งพบเสียชีวิต 1 ราย พร้อมกับลูกในครรภ์วัย 25 สัปดาห์

  • แม้หญิงตั้งครรภ์ จะเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง แต่ประเทศไทยเอง ยังไม่มีวัคซีนที่ยืนยันความปลอดภัย สามารถฉีดในหญิงตั้งครรภ์ได้

  • สาวไทย ตั้งครรภ์ 8 เดือน กับประสบการณ์การฉีดวัคซีน "โมเดอร์นา" ขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน ภูมิคุ้มกันส่งต่อสู่ลูก

เป็นที่รู้กันดีว่า ขณะนี้รัฐบาล เปิดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ลงทะเบียน "หมอพร้อม" เพื่อจองคิวการเข้ารับวัคซีนโควิด แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และ ซิโนแวค (Sinovac) สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11.7 ล้านคน และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน และโรคอ้วน จำนวน 4.3 ล้านคน

ที่ผ่านมา เราพบว่า ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยมีปัจจัยเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันก่อนหน้า และในการระบาดระลอกใหม่ เดือนเมษายน 2564 อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยง ก็คือความใกล้ชิดกับคนในครอบครัว เพื่อนฝูง

แต่หากติดตามการรายงานของ ศบค. จะพบว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตตั้งแต่การระบาดระลอกใหม่นี้ มีหญิงตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์ รวมอยู่ด้วย โดยตามรายงานพบว่าเดินทางไปสถานที่แออัด อยู่ระหว่างการสอบสวนหาปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิต นั่นหมายความว่า หญิงรายดังกล่าว เสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง หลังจากป่วยโรคโควิด-19

 

  • หญิงอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ เสี่ยง!


นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยข้อมูลการสำรวจของกรมอนามัย (ข้อมูลเมื่อ 28 เม.ย.64) พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด จำนวน 77 ราย ไม่มีอาการ 43 ราย มีอาการปอดอักเสบ แต่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.5 ติดเชื้อในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ซึ่งข้อมูลการใช้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์พบยังมีไม่มาก แต่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงที่โรคจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป

และที่เสี่ยงมากขึ้นไปอีก ในรายที่อายุครรภ์ 32 สัปดาห์เป็นต้นไป และในรายที่เป็นกลุ่มครรภ์เสี่ยงสูงหรือมีโรคร่วม ได้แก่ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไทรอยด์ หอบหืด ปอดเรื้อรัง ไต และภูมิต้านทานผิดปกติ ซึ่งยังควรต้องไปฝากครรภ์ตามแพทย์นัดทุกครั้ง

ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เข้าแถวเตรียมรับวัคซีน ซิโนแวค และแอสตราเซเนกา แต่หญิงตั้งครรภ์ในไทยยังต้องป้องกันตัวเอง และลูกน้อยในครรภ์ พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้ประชุมหารือร่วมกับ รศ.นายแพทย์ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และอนุกรรมการมารดาและทารกปริกำเนิด ภายใต้คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น มีคำแนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับวัคซีน และควรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน รวมทั้งความเสี่ยงที่จะติดโรคโควิด-19 และความรุนแรงของโรคก่อนตัดสินใจ

ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่ควรได้รับวัคซีนก่อนนั้น มีหลักการพิจารณาเช่นเดียวกับกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดโรค รวมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงเมื่อติดเชื้อ


วัคซีนชี้ "วัคซีน" ป้องกันหญิงท้อง จากโควิดได้

สำหรับช่วงเวลาที่แนะนำให้ฉีดวัคซีนคือ ช่วงหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไป และแนะนำให้ฉีดวัคซีน “ซิโนแวค” ก่อน เนื่องจากผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว ในขณะที่ “แอสตราเซเนกา” เป็น viral vector vaccine มีโอกาสเกิดอาการไข้หลังฉีดได้มาก และมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหญิงที่อายุน้อยกว่า 30 ปี แต่พบน้อยมาก โดยสำหรับหญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร สามารถรับการฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ขณะที่ในต่างประเทศอย่างสหราชอาณาจักร มีรายงานว่า คณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (JCVI) ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์ทุกคน สามารถรับวัคซีนโควิด-19 ได้แล้ว โดยเลือกฉีดของบริษัท "ไฟเซอร์" หรือ "โมเดอร์นา" เนื่องจากมีข้อมูลจากสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่า หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 90,000 คนได้รับการฉีดวัคซีนแล้วโดยไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ในสหรัฐฯ เอง มีการศึกษาจากสถาบันการแพทย์นอร์ทเวสเทิร์น เมดิซิน ด้วยการวิเคราะห์เลือดของหญิงตั้งครรภ์ 27 คน ที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน พบว่า มีการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง หลังการฉีดวัคซีน และวัคซีนก็สามารถป้องกันหญิงตั้งครรภ์เหล่านี้จากโรคโควิด-19 ได้ และหากได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ก่อนคลอด ก็จะมีโอกาสส่งผ่านแอนติบอดีไปยังทารกแรกเกิดเพิ่มขึ้นด้วย


สาวไทยตั้งครรภ์ กับการฉีดวัคซีน โมเดอร์นา

จากการพูดคุยกับ นภาทิพย์ กองหมายสุข หรือ แนน สาวไทย ซึ่งตั้งครรภ์ 8 เดือน ขณะนี้ทำงานอยู่ที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เล่าให้เราฟังว่า สำหรับเรารู้ข้อมูลมาก่อนหน้าว่า ผู้ที่ตั้งครรภ์ จะไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ จึงต้องหันกลับมาดูแลตัวเอง จากนั้นก็ไม่ค่อยได้ติดตามข้อมูลเท่าไรนัก

กระทั่งถึงกำหนดที่จะต้องไปตรวจครรภ์กับแพทย์ ซึ่งตอนนี้เราตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน แพทย์แนะนำให้เราฉีดวัคซีนโควิดของ “โมเดอร์นา” พร้อมอธิบายให้เราฟังว่า หากเราได้รับวัคซีนแล้วจะมีข้อดีอย่างไร จะช่วยให้เรามีภูมิต้านทานต่อโรคโควิด-19 นอกจากนั้น หากลูกคลอดออกมา ก็จะทำให้ลูกมีภูมิคุ้มกันจากโควิด-19 ด้วย

หลังจากที่ฟัง เราก็ถามย้ำเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบ จากนั้นก็ไม่ลังเลที่จะฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่ฉีดแพทย์จะเลือกให้เป็นโมเดอร์นา โดยฉีดจำนวน 2 เข็ม เข็มแรกที่ฉีด เราไม่มีอาการใดๆ มาก แค่ปวดแขนนิดหน่อย ประมาณ 2 วัน แต่การฉีดในเข็มที่สอง มีอาการข้างเคียงเล็กน้อย คือ มีไข้ประมาณ 1 วัน ซึ่งแพทย์ก็บอกเราว่า ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเป็นอาการที่พบได้ เนื่องจากการฉีดวัคซีน ก็คือ การฉีดไวรัสเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้สร้างภูมิ แต่เมื่อออกไปข้างนอก ก็ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ เพราะหลังจากฉีด 20 วัน ถึงจะมีภูมิคุ้มกันเต็มที่

แม้จะมีข้อมูลออกมาว่า หญิงตั้งครรภ์คือ กลุ่มเสี่ยง ที่ควรได้รับวัคซีน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าว่า หญิงตั้งครรภ์ ในประเทศไทย จะได้รับวัคซีนเมื่อใด และจะได้รับวัคซีนของเจ้าไหน ซึ่ง ณ ขณะนี้ในประเทศไทย มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพียง 3 เจ้า คือ ซิโนแวค, แอสตราเซเนกา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน



ผู้เขียน : ไอลดา ธนะไพรินทร์
กราฟฟิก : Jutaphun Sooksamphun

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิดspecial contentหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงโมเดอร์นาสหรัฐฯผลข้างเคียงภูมิคุ้มกันpremium contentข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 16:36 น.