ไลฟ์สไตล์
100 year

"หมอประสิทธิ์" ห่วงโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีเวลาซักประวัติ

ไทยรัฐออนไลน์
1 เม.ย. 2564 11:35 น.
SHARE

"หมอประสิทธิ์" เตือน 4 เสี่ยงโควิดช่วงสงกรานต์ ห่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีเวลามาซักประวัติ เพราะต้องเร่งรักษาชีวิต ด้าน "ศิริราช" รุกวิจัยภูมิคุ้มกันในบุคลากรทางการแพทย์

วันที่ 1 เม.ย. ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยว่า ขณะนี้ศิริราชร่วมกับกรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างศึกษาวิจัยถึงภูมิคุ้มกันในบุคลากรสาธารณสุขถึงการตอบสนองต่อโรคโควิด-19 มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยศึกษากรณีที่เกิดการติดเชื้อเองโดยตรง และกรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว เปรียบเทียบภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนทั้งซิโนแวคและแอสตราเซเนกา จะมีการติดตามผลระยะยาวเพื่อดูภูมิคุ้มกันในร่างกายว่าวัคซีนชนิดไหนตอบสนองดีกว่ากัน สร้างภูมินานกว่ากัน ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าภูมิหลังฉีควัคซีนจะอยู่ในนานแค่ไหน เพียงแต่รู้ว่าไม่น่าจะนานเป็นปีๆ เพราะจะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อซ้ำหรือไม่ ต้องฉีควัคซีนทุกปีหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้คำตอบ ต้องมีการตรวจวิจัยในห้องปฏิบัติการที่ซ้บซ้อน และมีการส่งตรวจบางอย่างที่ต้องอาศัยห้องปฏิบัติการที่สหรัฐอเมริกาด้วยเพื่อทราบข้อมูลเชิงลึก

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นหากจะทราบว่าฉีดวัคซีนแล้ว 1 เดือนให้หลังจากที่ฉีดครบ 2 โดสแล้ว ภูมิจะขึ้นเท่าไรนั้น ภายใน 1-2 เดือนก็ทราบผลแล้ว แต่ภูมิจะติดตามไปนานเท่าไร เป็นประเด็นที่ต้องใช้เวลาศึกษา ซึ่งขณะนี้ตนได้ติดตามการศึกษาของ Public Health England-PHE หน่วยงานในอังกฤษ ที่มีการติดตามคนไข้โควิด 8 เดือนแล้วยังมีภูมิกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังมีการติดตามไปเรื่อยๆ และดูว่าจะหายไปเมื่อไหร่

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวด้วยว่า ส่วนการตอบสนองของวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ต่อเชื้อกลายพันธุ์นั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าวัคซีนที่มีอยู่ตอบสนองเชื้อที่กลายพันธ์ุมากน้อยแค่ไหน เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เรานำวัคซีนปีที่แล้วมาฉีดปีนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะการกลายพันธ์ุเกิดขึ้นเรื่อยๆ ผลจากการกลายพันธ์ุจะเป็นตัวพัฒนาสร้างวัคซีนมาฉีด ตอนนี้ที่ระบุได้แน่ชัดคือ สายพันธ์ุอังกฤษ B.1.1.7 วัคซีนตอบสนองได้ แต่สายพันธุ์แอฟริกา B.1.351 วัคซีนต่างๆ มีแต่การพูดว่าอาจจะมีผลไม่ดีเท่าที่ควร เพราะยังไม่มีการศึกษา ซึ่งบริษัทวัคซีนที่ผลิตปีต่อไปจะต้องศึกษาวิจัย เพื่อให้ครอบคลุมสายพันธ์ุใหม่ๆ เหมือนไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องครอบคลุมสายพันธ์ุใหม่ๆ ที่มีการกลายพันธ์ุเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนของบริษัทยังทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงเทศกาลสงกรานต์รอบนี้ คือ 1.คนจะเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัดจำนวนมาก เนื่องจากปีที่แล้วไม่ได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว ปีนี้จึงต้องไป คนที่เดินทางไม่มีใครตรวจว่ามีเชื้อโควิดหรือไม่ จึงอาจจะนำเชื้อไปสู่พ่อแม่ผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงได้

2.เนื่องจากรอบนี้มีการขยายพื้นที่เปลี่ยนสีจากเดิมเป็นพื้นที่สีแดงกลายเป็นสีส้ม ซึ่งหมายถึงสามารถดื่มสุราเฮฮาได้บ้าง ต่อให้บอกขับรถห้ามดื่มสุรา แต่คนเหล่านี้ไม่ได้ดื่มตอนขับ แต่ไปนั่งฉลองกัน ปีที่แล้วไม่ได้เจอปีนี้เจอพร้อมกัน แค่นี้ก็มีโอกาสเสี่ยงแล้ว และ 3.กรณีเกิดอุบัติเหตุ และถูกนำส่งโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน คงไม่มานั่งถามว่าติดเชื้อหรือไม่ ก็ต้องเร่งรักษาชีวิตไว้ก่อน บุคลากรสาธารณสุขหรือคนรอบข้างที่ช่วยเหลือก็เสี่ยงติดเชื้อ

ดังนั้นสงกรานต์รอบนี้จึงมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ จึงฝากเตือน 4 เสี่ยงอย่าให้เจอกันในสงกรานต์รอบนี้ ประกอบด้วยบุคคลเสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และช่วงเวลาเสี่ยง ซึ่ง 4 เรื่องนี้อาจจะมาพร้อมกันในบางพื้นที่ ซึ่งน่าเป็นห่วง จึงฝากย้ำให้ถามตัวเองว่าให้ระวัง.

ข่าวแนะนำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้ประสิทธิ์ วัฒนาภาศิริราชสงกรานต์บุคลากรทางการแพทย์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 11:22 น.