เมืองไทยกับ ‘สายน้ำ’ นับเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ขาด กิจกรรมมากมายในวิถีชีวิตนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันล้วนมีน้ำมาเกี่ยวพันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยสร้างความ ‘อุ่นใจ’ ให้ประชาชนตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงสังคม ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการใช้งานในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม สร้างความมั่นคงให้กับประเทศในองค์รวม

ด้วยการเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว การจัดการทรัพยากรน้ำให้สามารถหล่อเลี้ยงทุกความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นภารกิจที่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) ให้ความสำคัญเสมอมา ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ ‘อีสท์ วอเตอร์’ มุ่งมั่นกับการพัฒนาด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ด้วยระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบขนาดใหญ่ เพื่อส่งจ่ายให้กับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ครัวเรือนผู้อุปโภคบริโภค ตลอดจนการดำเนินงานภายใต้พันธกิจที่จะรับผิดชอบต่อ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาลในทุกขั้นตอน

3 ทศวรรษแห่งการพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

จุดเริ่มต้นของพันธกิจดังกล่าวต้องย้อนกลับไปถึงปี พศ. 2537 ซึ่งอีสท์ วอเตอร์ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาใช้ดำเนินการตามแนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ในเวลาต่อมาความตั้งใจดังกล่าวได้ถูกต่อยอดสู่กรอบกลยุทธ์ 3 สร้าง 3 พัฒนา เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประชาชนในพื้นที่กับหน่วยงานราชการท้องถิ่นตลอดแนวท่อของบริษัทเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน กระทั่งเกิดเป็น ‘นโยบายการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน’ ที่ควบรวมแนวทางต่างๆ ที่เคยมีมาสู่การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับชุมชนเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศตามศาสตร์แห่งพระราชา

นอกจากนั้น บริษัทยังมีการวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้การสนับสนุนชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ ‘เข้าใจ’ และ ‘เข้าถึง’ ความต้องการต่างๆ อย่างทันท่วงที และประสานความร่วมมือระหว่างกันผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ

- การอบรมอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
- กิจกรรมฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์
- กฐินประจำปี
- การจัดเวทีประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ของบริษัท
- การเชิญกลุ่มชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกันปรับปรุง พัฒนา ต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน
- เพิ่มช่องทางการติดต่อผ่านสื่อออนไลน์ทั้ง Line@ และเฟซบุ๊ก (อีสท์วอเตอร์ CSR) เพื่อความรวดเร็วในการสื่อสารข้อมูลระหว่างบริษัทและชุมชน

โดยกิจกรรมทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายร่วมกันตามแนวทางที่บริษัทมุ่งเน้นเสมอมานั่นคือการทำให้ชุมชนได้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนสร้างจิตสำนึกแก่เยาวชนและชุมชนให้ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเกิดประโยชน์สูงสุด

และไม่เพียงแค่กิจกรรมเท่านั้น บริษัทยังมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งถูกแบ่งไว้ 2 ด้าน ได้แก่ ‘โครงการส่งเสริมสาธารณูปโภคด้านน้ำและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม’ และ ‘โครงการส่งเสริมการเรียนรู้’ ซึ่งเป็นอีกหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างบูรณาการ โดยผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งสองด้าน ทั้งการเข้าไปอนุรักษ์และเรียนรู้ธรรมชาติของพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องทรัพยากรน้ำและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวะ ประชาชนทั่วไป และกลุ่มผู้พิการ ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ผลประกอบการ และการเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง

ด้วยนโยบายการบริหารงานที่เป็นระบบ รวมถึงการเข้าถึงชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ก็ได้สะท้อนกลับสู่ผลประกอบการในรอบปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจ โดยในภาพรวม บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการ รวมทั้งสิ้น 4,204.30 ล้านบาท แบ่งเป็น

- รายได้จากน้ำดิบ 2,473.57 ล้านบาท
- รายได้จากน้ำประปา 1,467.89 ล้านบาท
- รายได้จากค่าเช่าและบริการ 144.67 ล้านบาท
- รายได้ค่าก่อสร้างภายใต้สัญญาสัมปทาน 137.14 ล้านบาท

ในส่วนของต้นทุนมีค่าใช้จ่ายรวม 2,551.08 ล้านบาท จึงทำให้บริษัทมีมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ จำนวน 764.15 ล้านบาท กล่าวได้ว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2562 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ทางด้านอีสท์ วอเตอร์ ก็ยังคงสร้างรายได้อย่างมั่นคง สื่อถึงการไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้น บริษัทยังมีมาตรการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระประชาชน เพื่อสนับสนุนมาตรการของภาครัฐที่จะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวของบริษัท เป็นการร่วมสนับสนุนผ่าน กปภ. ไปยังประชาชนผู้ใช้น้ำของ กปภ. เช่น การลดอัตราค่าน้ำประปา และการคืนเงินประกันการใช้น้ำประปา เป็นต้น