ไลฟ์สไตล์
100 year

ความงามของความว่าง

กิเลน ประลองเชิง
26 ก.พ. 2564 05:02 น.
SHARE

อ่านหนังสือวิถีโลก ความสุขของมนุษย์นั้นอยู่ที่ความมี มีมากก็สุขมาก แต่เมื่ออ่านหนังสือวิถีธรรม ตรงกันข้าม ความสุขนั้นอยู่ที่ความไม่มี และหากไม่มีถึงขั้นที่เรียกว่า ความว่าง นั่นคือบรมสุข

ในหนังสือ ชาล้นถ้วย (สำนักพิมพ์ปราณ พ.ศ.2555) ตอนหนึ่งในหัวข้อ ความงามของความว่าง ท่าน ว.วชิรเมธี เขียนว่า ความว่างนับว่ามีคุณค่า ต่อความมี อย่างสูงยิ่ง

ข่าวแนะนำ

ความมีทำให้คุณค่าของความว่างถูกขับเน้นให้โดดเด่นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

มหากวี คาลิล ยิบราน เคยนิพนธ์ไว้ว่า เสาของโบสถ์วิหารนั้น ไม่ได้อยู่ชิดกัน แต่เพราะการอยู่ห่างกันนั่นเอง จึงสามารถรองรับตัวโบสถ์วิหารเอาไว้ได้

และสายพิณนั้นก็แยกกันอยู่ ทว่าเพราะแยกกันอยู่นั่นเอง จึงก่อเกิดสำเนียงอันไพเราะเสนาะซึ้งต่อโสตสัมผัส

ท่าน ว.หันเข้าหาพุทธศาสนา...ความว่างเป็นธรรมชั้นสูงที่เรียกว่าสุญญตา หากนำไปปรับใช้กับชีวิตคู่ ก็จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล จากการที่คนสองคนเรียนรู้ที่จะเปิดที่ว่างให้แก่กัน และกันบ้างนั่นเอง

ท่าน ว. เล่านิทาน ผมขออนุญาตตั้งชื่อเรื่องเองว่า อหังการแห่งก้อนหิน

ก้อนหินก้อนหนึ่ง มีความภาคภูมิใจในตัวเองว่ามีความหนักแน่นเป็นแก่นสารอยู่ภายใน มันรักษาความรู้สึกนี้ไว้เงียบไม่ไหว จึงเที่ยวไปคุยโม้โอ้อวดว่า “ในบรรดาสิ่งที่มีความแข็ง จะมีสิ่งใดแข็งยิ่งกว่าหินอย่างข้า”

เมื่อมีคนฟัง หินก็คุยต่อ “จะมีสิ่งใดที่โดดเด่นไปยิ่งกว่าข้า พระราชวังของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ หากไม่มีหินอย่างพวกข้าจะก่อเกิด ขึ้นมาในโลกนี้ได้อย่างไร”

เจ้าก้อนหินคุยแล้วคุยเล่า จนถูกหมั่นไส้ไปทั่ว

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าก้อนหินก็ไปเจอกับระฆังเงิน วางอยู่เหนือก้อนหินใหญ่ มันจึงออกปากเย้ย

“เจ้าน่ะหรือ คือระฆังเงิน ข้างในเจ้ารึก็กลวงโบ๋ ถูกตีไม่กี่ครั้งก็คงร้าวสู้หินแกร่งอย่างข้าก็ไม่ได้”

ขณะเจ้าก้อนหินแสดงท่ายโส พระกลุ่มหนึ่งก็เดินมาช่วยกันยกระฆังเงินขึ้นไปแขวนบนหอระฆังสง่างาม ที่ที่บรรจงสร้างด้วยหินอ่อน

ระฆังเงินยิ้มรับฐานะใหม่ อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

ส่วนเจ้าก้อนหินที่ได้แต่มอง ก็ยังนึกว่า “เชอะ ก็แค่ระฆัง ถูกตีไม่กี่ครั้งก็คงพังละว้า!”

เจ้าก้อนหินนึกได้แค่นั้น พลันก็มีเหล็กท่อนใหญ่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางตัวมัน แหลกสลายแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเกลื่อนพื้น

พระนั่นเอง เป็นเจ้าของท่อนเหล็กนั้น ส่งเสียงดัง“ เอ้าพ่อเณรน้อยทั้งหลาย ช่วยกันเก็บเศษหินพวกนี้ ไปถมหลุมบนถนนตรงโน้นที รถวิ่งผ่านมาจะได้ไม่ติดหล่ม”

เจ้าก้อนหินจอมอหังการ บัดนี้เปลี่ยนฐานะเป็นเศษหินถมถนน รองรับการวิ่งผ่านของรถบรรทุกใหญ่อยู่ชั่วนาตาปี ครั้งหนึ่งที่มันมองไปยังระฆังเงินที่ลอยเด่นบนหอสูงสง่างาม มันจึงเริ่มเข้าใจ

“เพราะข้างในมันว่างเปล่า เสียงระฆังจึงดังกังวานไปไกลคนเขาจึงวางไว้บนหอสูง”

“ถ้าข้าเลือกได้ ขอข้าเกิดใหม่ ไปเป็นระฆังกับเขาบ้างเถิด”

แต่เจ้าก้อนหิน คงได้แค่คิด เพราะทุกครั้งที่รถบรรทุกหนักวิ่งผ่าน ตัวมันก็ยิ่งถูกฝังลึกลงไป คงไม่มีใครได้รู้ว่า ใต้ผิวถนนนั้น มีก้อนหินบางก้อนที่เคยเผลอผยองว่ายิ่งใหญ่เหนือใครถูกฝังอยู่

จบนิทานเรื่องก้อนหินอหังการ ท่าน ว.วชิรเมธี ไม่มีคำสอนต่อท้าย ปล่อยให้คิดต่อกันเองว่า ความกลวงโบ๋ของระฆังเงินที่ก่อเสียงดัง กังวานไกลนั้น เป็นตัวแทนพลังยิ่งใหญ่ของความว่าง

รัฐมนตรีที่มีคะแนนไว้วางใจน้อย...อ่านแล้ว ถ้ารู้เหมือนที่ชาวบ้านเขารู้ว่า คะแนนที่มากมาจากการซื้อ คงพอจะยิ้มออกประโยชน์ ของคะแนนบริสุทธิ์น้อยกว่า ใช่ว่าจะไม่มี.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงหนังสือชาล้นถ้วยหนังสือวิถีธรรมว.วชิรเมธีพุทธศาสนา

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 17:07 น.