ปรับทัศนคติรับมือโควิด-19

ข่าว

    ปรับทัศนคติรับมือโควิด-19

    หมัดเหล็ก

      3 ก.พ. 2564 05:01 น.


      ไม่น่าเชื่อว่าในระยะเวลาเพียง 2 ปีกับ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะสร้างความเสียหายและเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชากรโลกไปอย่างสิ้นเชิง วิถีใหม่ ในการที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป ความยากอยู่ที่การเปลี่ยนทัศนคติของประชากรและผู้นำ ซึ่งจะเป็นการวัดวิสัยทัศน์และความมีประสิทธิภาพของผู้นำได้ชัดเจนที่สุด

      อดีตผู้นำประเทศหลายคนมาเสียมวยก็ตอนที่โควิดอาละวาดนี่แหละ ยกตัวอย่าง อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เหยียดว่าไวรัสโควิด เป็นโรคกระจอก แนะนำประชาชนไม่ต้องสวมหน้ากาก พาเข้ารกเข้าพง ถ้าวันนั้นมีสติที่จะรับมือกับไวรัสมรณะตัวนี้ ทรัมป์ อาจจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาก็ได้

      เช่นเดียวกับบ้านเรา ผู้บริหารปากไว ดูถูกว่าเป็นโรคกระจอก วันนี้ร้องกันกระจองอแง วัคซีนต้านไวรัสจะมาทันไหม คลายล็อกแล้วจะเป็นอย่างไร เงินจะพอเยียวยาไหมสารพัด

      องค์การอนามัยโลก พยายามเข้าไปตรวจสอบหาต้นเหตุการระบาดของไวรัสที่จุดเกิดเหตุเมือง อู่ฮั่น ประเทศจีน จนบัดนี้ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ ได้แต่ร่ำลือกันว่า เป็นสงครามชีวเคมี ระหว่าง สหรัฐฯกับจีนที่ทำสงครามการค้าโลกมาจนถึงจุดแตกหัก

      ที่แน่ๆเวลานี้ ประชากรโลกติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วถึงร้อยละ 1.3 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 1 คนในทุก 7.7 วินาที หรือจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 6.6 แสนคน สหรัฐฯ อินเดีย บราซิล รัสเซีย และ อังกฤษ ยังติดอันดับที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด

      หลังจากที่ โจ ไบเดน มาทำหน้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเต็มตัว รีบสั่งวัคซีนต้านไวรัสโควิดเพิ่มทันที 200 ล้านโดส เพื่อจะฉีดให้กับ คนอเมริกัน จำนวน 300 ล้านคน และมี คำสั่งด้านสาธารณสุข ให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ ยกเว้นตอนที่ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารเท่านั้น นอกจากนี้ยังกำหนดให้คนที่จะเดินทางเข้าออกประเทศสหรัฐฯ ต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 3 วันก่อนเดินทางหรือแสดงหลักฐานว่าหายป่วยจากโควิดเรียบร้อยแล้ว

      บางประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ มีทีท่าว่าจะ ล็อกดาวน์ประเทศถาวร หลังพบคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน อังกฤษมีผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1 แสนรายไปแล้ว เป็นการเสียชีวิตของคนอังกฤษมากกว่าเมื่อครั้งเกิด สงครามโลกครั้งที่ 2 เสียอีก อินเดีย ก็เหมือนกันมีคนติดเชื้อโควิดประมาณ 10 ล้านคนไปแล้ว ดีที่ว่า อินเดีย สามารถ ผลิตวัคซีนเป็นของตัวเองได้ เลยสามารถที่จะควบคุมการแพร่ระบาดได้บ้าง หลังทดลองฉีดวัคซีนไป ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง

      จะเห็นได้ว่า โควิด ทำให้ ผู้นำประเทศต่างๆ ต้องปรับปรุงตัวเอง หันมาใส่ใจ ชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนมากขึ้น ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล และด้านสุขอนามัยของประชากรเป็นอันดับแรก

      เพราะในท้ายที่สุดแล้ว โควิดสอนให้มนุษย์เรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกัน ด้วยการแบ่งปัน ประเทศไทยมีมหาเศรษฐีติดอันดับโลก แต่ยังไม่สามารถซื้อวัคซีนต้านไวรัสได้ เช่นเดียวกับการที่ผู้นำจะรักษาอำนาจเอาไว้ได้นานแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ายืนอยู่บนซากปรักหักพังและความทุกข์ยากแสนเข็ญของประชาชน จะนอนตาหลับไหม.

      หมัดเหล็ก
      mudlek@thairath.co.th 

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19อู่ฮั่นประเทศจีนองค์การอนามัยโลกสถานการณ์โควิดวัคซีนต้านไวรัสคาบลูกคาบดอกหมัดเหล็ก

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 06:01 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์