50 ปีในชีวิตนักข่าว มีข่าวพญานาคในความจดจำสามข่าว บั้งไฟพญานาคแม่น้ำโขง ทุกปียังมีคนแห่ไปดูพญานาคในวังใต้ บ้านคำชะโนด เมืองอุดร...ก็ยังอยู่
ส่วนพญานาคกลางแม่น้ำปิง หน้าเมืองกำแพงเพชรนั้นโผล่ขึ้นมาทั้งตัวกลางดึก แล้วก็จมหาย
จนป่านนี้ยังไม่มีใครได้เห็นอีกเลย
วันที่ 27 ธันวาคม เป็นวัน “กำพล วัชรพล” ผอ.ไทยรัฐของพวกผม ปีนี้มีงานวันที่ 25 ธันวาคม ที่ชั้นเก้าอาคารเก้า แต่เจอ
โควิด-19 จึงต้องขอยกเลิก ขออภัยผู้ใหญ่ที่นับถือทุกๆท่าน
นึกถึงข่าวพญานาคโผล่กลางแม่น้ำปิง แล้วก็ต้องนึกถึงท่าน
ข่าวถูกส่งเข้ามาจาก ขทร.กำแพงเพชรครับ ผมจำชื่อได้ ประสูติชัย แสงประทีป น้าลัคนัย กุลมา หัวหน้าข่าวอาชญากรรม เป็นคนรับแล้วก็เขียนข่าว ยื่นให้ หัวหน้าข่าวหน้าหนึ่ง ระวิ โหลทอง เอาขึ้นพาดหัวยักษ์
ตอนนั้นไทยรัฐกรอบแรก 1 ดาว เริ่มพิมพ์ราวสามโมงเช้า
พี่มานิจ สุขสมจิตร อ่านข่าวแล้วก็ยิ้มๆ เนื้อหาข่าวมาจากคำร่ำลือของชาวบ้าน ลือกันปากต่อปากแล้วก็แตกตื่นกันไป
ในข่าวลือนั้น ลือกันว่า ตัวพญานาคโตเท่าต้นตาล โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำปิง ราวเที่ยงคืน ตาสีเขียว ส่วนหน้าเห็นหนวดยาว (เอ๊ะ! อุตส่าห์เห็น?) เสียงคำรามที่ออกมาฟังเหมือนเสียงหมา
เนื้อข่าวพิลึกกึกกือ นี่ล่ะกระมัง พี่มานิจบอกให้ผมเอาไปเขียนใหม่ ให้ทันพิมพ์ไทยรัฐกรอบสองดาว
ผมจำไม่ได้ว่าเขียนไปยังไง...แต่ก็เขียนไปแล้ว ข่าวที่คนอ่านแล้วตั้งคำถาม เชื่อหรือไม่...ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องสืบสาวเอาความจริง เราส่งนักข่าว ทวีป แก่นทับทิม ช่างภาพ มานิตย์ กฤษณะเทวินทร์ ไปติดตาม
ผมเข้าเวรรีไรเตอร์ (รับข่าว) รอบใหม่ ราวทุ่มกว่าๆ ทวีป ก็ส่งข่าวเข้ามา
...
บริเวณริมแม่น้ำปิง หน้าเมืองกำแพงเพชร มีคนแห่แหนกันไปเบียดเสียดกันรอดู มีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ ร้านขนมขายมากมาย ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงต้องรายงานว่า คนไปดูยังกะไปดูคอนเสิร์ต “ตูน บอดี้สแลม”
ใครยึดที่ริมน้ำได้ หลายคนมีสปอตไลต์ เตรียมส่องให้เห็นกับตา ถ้าพญานาคจะโผล่ขึ้นมาจริงๆ
“ราวทุ่ม 15” สุ้มเสียงทวีปไม่ตื่นเต้น “มีเสียงคนตะโกน โผล่แล้วๆ” ทันทีนั้น แสงสปอตไลต์ก็ฉายสาดเข้าไป คนที่ได้ยินก็เบียดเข้าแย่งดู มีเสียงคนตกน้ำให้ได้ยิน
ภาพในความมืดกลางแม่น้ำ พอจะมโนได้ เห็นเป็นเค้าเงาท่อนไม้สักท่อน...ที่ลอยน้ำ ก็เท่านั้น
ส่งข่าวจบ ทวีปก็บ่น ทำข่าวแบบนี้ไปได้ยังไง...แล้วก็วางหู ผมเข้าใจอารมณ์นักข่าว บอกหัวหน้าข่าวหน้าหนึ่งว่า นักข่าวเขาว่าไม่ไหว ผมไม่เขียนข่าวแล้วนะพี่
พี่ระวิ ผู้แสนดี ก็พยักหน้า
แต่ข่าวพญานาคที่มีเค้าว่าจะจบแค่นั้น ก็จบไม่ได้ สองทุ่มกว่า มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา พี่วิไม่ได้พูดอะไร นอกจากครับๆๆ และอีกหลายครับ เมื่อวางหู ก็บอกผมว่า ผอ.บอกว่า หนังสือขายดี ให้เขียนข่าวต่อ
พาดหัวฉบับเช้าวันรุ่งขึ้น โผล่แล้วพญานาค ผมผ่านแผงหนังสือฝั่งธนฯ ตั้งแต่ดาวคะนอง วงเวียนใหญ่ บางแค ไปถึงคิวรถไปบางบอน ตอนบ่ายสองโมง ไม่มี “ไทยรัฐ” เหลือขายเลยสักเล่มเดียว
นี่คือ ปาฏิหาริย์พญานาค ที่ตอนนั้นแม้จนตอนนี้ ผมก็ยังไม่แน่ใจ ข่าวนี้มีคุณค่าในทางวิชาการมากน้อย...แต่ที่รู้ก็คือ ผอ.กำพล ท่านแน่ใจว่า ข่าวนี้มีราคาแค่ไหน
ผมไม่แปลกใจ ทำไม ผอ.จึงรวยเอารวยเอา เพราะท่านขายข่าวเป็นนี่เอง.
กิเลน ประลองเชิง