กัญชาแปรรูปต้องขออย. สธ.ย้ำยังไม่เปิดเสรีครอบครองผิดกฎหมาย

ข่าว

กัญชาแปรรูปต้องขออย. สธ.ย้ำยังไม่เปิดเสรีครอบครองผิดกฎหมาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

27 พ.ย. 2563 05:01 น.

บันทึก

กระทรวงสาธารณสุขสยบความสับสน “ปลดล็อกกัญชา” แจงเพื่อให้นำกิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น ยกเว้นยอดและช่อดอกไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ ย้ำการผลิตแปรรูปต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยาเท่านั้น พกหรือปลูกเสรียังผิดกฎหมาย เผยปลดล็อกเพื่อให้พ้นจากการเป็นยาเสพติด นำเส้นใยใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ สารสกัดใช้ในอุตสาหกรรมยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องสำอาง เมล็ดหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ให้โทษ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. มีมติเห็นชอบจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อก “กัญชา-กัญชง” ออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพตามวิถีพื้นบ้าน จนทำให้สังคมเกิดความสับสนว่า เป็นการเปิดเสรีให้ชาวบ้านปลูกได้นั้น

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงเรื่องนี้ว่า กัญชาทั้งต้น แต่เดิมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การปลดล็อกดังกล่าว เพื่อให้สามารถนำชิ้นส่วนต่างๆ ของต้นกัญชา ไม่ว่าจะเป็นกิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น ยกเว้นยอดและช่อดอก นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพหรือแปรรูปได้มากขึ้น เช่น ใบนำไปทำชา หรือแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน ที่อาจจะนำส่วนประกอบใบหรืออื่นๆไปผสมเป็นสมุนไพร หรือนำไปเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เป็นต้น แต่การผลิตหรือการปลูก รวมไปถึงการสกัดหรือแปรรูปต่างๆ ต้องทำในประเทศไทยห้ามนำเข้าและเป็นไปตามกฎหมายที่ต้องควบคุม ผ่านการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

นพ.ธงชัยกล่าวด้วยว่า ผู้ที่จะผลิตหรือปลูกกัญชาได้ ต้องได้รับอนุญาตโดยมีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 กำหนด ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ กลุ่มวิชาชีพ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้าน สถาบัน

การศึกษา สถาบันอุดมศึกษาและเอกชน วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ที่ทำร่วมกับหน่วยงานรัฐ เดิมวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ จะนำกัญชาทั้งต้น ให้โรงพยาบาลไปศึกษาวิจัยสกัดเป็นยาหรือน้ำมันกัญชาตามวัตถุประสงค์ การสกัดจะใช้ส่วนที่เป็นช่อดอกเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นใบกิ่งก้านจะถูกทำลายทิ้ง เพราะยังถือเป็นยาเสพติด

นพ.ธงชัยกล่าวอีกว่า การออกประกาศกระทรวงปลดล็อกดังกล่าว เอื้อประโยชน์ให้สามารถนำส่วนต่างๆ ยกเว้นยอดและช่อดอก นำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น แต่ทุกกระบวนการต้องผ่านการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ขอย้ำว่าใครจะพกใบกัญชาเสรี ถือว่ามีความผิด เพราะผู้ที่ครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตหรือต้องระบุที่ไปที่มาได้ ส่วนการให้ประชาชนปลูกกัญชา 6 ต้นนั้น อยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 8 ที่จะปลดล็อกมากขึ้น แต่ยังมีเงื่อนไขต้องได้รับการอนุญาตเช่นกัน

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการ อาหารและยา กล่าวว่า ประกาศกระทรวงดังกล่าว สามารถนำแต่ละส่วน พ้นจากยาเสพติดไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพ เช่น ใบ ราก ก้าน ใช้ในตำรับยาแผนไทย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เปลือก แกนลำต้น เส้นใยใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ สารสกัดใช้ในอุตสาหกรรมยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่อง สำอาง เมล็ดหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง ประชาชนที่จะครอบครองและใช้ได้ อย่างถูกต้องต้องเป็นผลผลิตที่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่อนุญาต ให้นำไปใช้ในทางสันทนาการ สามารถตรวจสอบผู้ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ อย. http://cannabis.fda.moph.go.th

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

“ศุภชัย” เหมาสอง พา “บุรีรัมย์” เฉือน “โคราช” 2-1
04:20

“ศุภชัย” เหมาสอง พา “บุรีรัมย์” เฉือน “โคราช” 2-1

ApplicationMy Thairath

วันพฤหัสที่ 18 สิงหาคม 2565 เวลา 00:55 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์