ไลฟ์สไตล์
100 year

อียูทุ่ม 4 แสนล้านบาท ซื้อวัคซีนโควิดจากบริษัทไฟเซอร์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

สหภาพยุโรปทุ่มเงินกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณกว่า 4 แสนล้านบาท จัดซื้อวัคซีน 545 ล้านโดส จากบริษัทไฟเซอร์สหรัฐฯที่พัฒนาร่วมกับไบออนเทค เยอรมนี หลังมีผลทดสอบว่าสามารถป้องกันไวรัสได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับ ออสเตรเลียที่ทุ่มเงิน 3,200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียหรือกว่า 70,700 ล้านบาท ซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จากบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทคและจากบริษัทโนวาแวคซ์ของสหรัฐฯ บริษัทแอสตราเซเนกา/มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอังกฤษ และวัคซีนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ รวมกว่า 134.8 ล้านโดส ขณะที่สหรัฐฯสถานการณ์โควิด-19 ยังหนักมาก

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ว่า พบผู้ติดเชื้อในวันเดียวทั่วโลก 650,449 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 57.3 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 1.36 ล้านคน โดยที่สหรัฐฯยอดติดเชื้อรวมกลายเป็น 12 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 258,000 คน นายแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวใน 41 เขต ห้ามทำงานที่ไม่จำเป็น ห้ามรวมตัวสังสรรค์หลังเวลา 22.00 น. ส่งผลกระทบต่อประชาชน 40 ล้านคน ขณะที่อินเดีย พบผู้ติดเชื้อรวมทะลุ 9 ล้านคนอย่างเป็นทางการ ส่วนเม็กซิโกกลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลก ที่พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะเกิน 100,000 คน ต่อจากสหรัฐฯ บราซิล และอินเดีย

วันเดียวกัน นายฮานส์ คลุก ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรปองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยข้อมูลว่า 53 ประเทศในยุโรปมียอดติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 15.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 4 ล้านคน เป็นผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบในเดือน พ.ย. เพียงเดือนเดียว เสียชีวิตรวมกว่า 355,000 คน ขณะที่การประเมินยังพบว่าในทุกๆ 17 วินาทีจะมีผู้เสียชีวิต 1 คน แต่เชื่อว่ามาตรการสกัดกั้นเชื้อที่หลายประเทศนำกลับมาบังคับใช้กำลังได้ผล เพราะยอดผู้ติดเชื้อรวมในระยะ 1 สัปดาห์ ลดลงเหลือ 1.8 ล้านคน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า 2 ล้านคน

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหภาพยุโรปว่า สหภาพยุโรปตกลงที่จะซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จากบริษัทเวชภัณฑ์ไฟเซอร์สหรัฐฯ ที่พัฒนาร่วมกับไบออนเทคเยอรมนี ที่ผลทดสอบก่อนหน้าบ่งชี้ว่ามีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยยุโรปตกลงที่จะใช้ งบประมาณทั้งหมด 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 320,000 ล้านบาท ในการจัดซื้อวัคซีน ในราคาโดสละ 18.34 ดอลลาร์ หรือประมาณ 587 บาท เท่ากับว่าจะได้วัคซีนประมาณ 545 ล้านโดส นอกจากนี้ ยังมีการตกลงซื้อวัคซีนจากบริษัทเวชภัณฑ์เคียวแวคของเยอรมนี จำนวน 225 ล้านโดส ในราคาโดสละ 11.84 ดอลลาร์ หรือประมาณ 380 บาท คิดเป็นเงินทั้งหมด 2,664 ล้านดอลลาร์ หรือราว 85,200 ล้านบาท

เช่นเดียวกับรัฐบาลออสเตรเลียได้ใช้งบประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 70,700 ล้านบาท ในการจัดซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทค จำนวน 10 ล้านโดส พร้อมจัดซื้อวัคซีนจากบริษัทโนวาแวคซ์ของสหรัฐฯ บริษัทแอสตราเซเนกา/มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอังกฤษ และวัคซีนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย รวมกันทั้งหมดกว่า 134.8 ล้านโดส

ส่วนสถานการณ์ในไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานตัวเลขผู้ป่วยวันที่ 20 พ.ย.ว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 4 คน เป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้แก่ คนที่ 1 จากเยอรมนี หญิง อายุ 33 ปี อาชีพผู้ช่วยพ่อครัว คนที่ 2 และ 3 มาจากสาธารณรัฐเช็ก เป็นหญิง อายุ 44 ปี เป็นพนักงานนวด และหญิง อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป คนที่ 4 จากประเทศญี่ปุ่นเป็นหญิง อายุ 24 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ไวรัสโคโรนาCOVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19อียูข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 21:07 น.