ไลฟ์สไตล์
100 year

เข้มชายแดน 2 ประเทศ "พม่า-มาเลเซีย" โควิดพุ่ง!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

ทั่วโลกยังระทมจากโควิด-19 ที่นับวันยิ่งกลับมาระบาดหนัก โดยติดเชื้อวันเดียวเกินครึ่งล้านคน ส่งผลยอดติดเชื้อสะสมใกล้ทะลุ 46 ล้านคน สหรัฐอเมริการั้งแชมป์ แถมทำสถิติติดเชื้อสะสมสูงสุด วันเดียวกว่า 1 แสนคน ตายเพิ่มเฉียด 1 พันคน ส่วนไทยยังเจอคนติดเชื้อรายใหม่ในผู้เดินทางจากต่างประเทศอีก 5 คน เป็นสาวไทย 3 คน จากบาห์เรน-สหรัฐ-อาหรับเอมิเรตส์ และชาวปากีฯ-อินเดีย ประเทศละ 1 คน ด้าน สธ.ห่วงชายแดนไทย-เมียนมา-มาเลเซีย ให้ 5 แนวทาง อสม.-อสต.ทุกชุมชนเฝ้าระวังป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด หลังเริ่มพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าว

ไทยยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) จากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 5 คนเดินทางมาจากต่างประเทศทั้งหมดและเข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐ แยกเป็นหญิงไทย อายุ 30 ปี มาจากบาห์เรน 1 คน และมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 คน เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี และ 32 ปี ส่วนอีก 2 คนเป็นชาวต่างชาติเดินทางมาจากปากีสถานและอินเดีย ประเทศละ 1 คน รวมผู้ป่วยสะสม 3,780 คน หายป่วยเพิ่ม 5 คน รักษาอยู่ใน รพ.131 คน รวมหายป่วยแล้ว 3,590 คน เสียชีวิตคงที่ 59 คน

ข่าวแนะนำ

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุน บริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนไทยกับเมียนมาและมาเลเซียยังพบการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพฤติกรรมการป้องกัน รวมทั้งช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังบุคคลข้ามแดนทั้งถูกกฎหมายหรือลักลอบข้ามแดน ซึ่งภาครัฐมีฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร เฝ้าระวังคุมเข้ม

นพ.ธเรศกล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ขอความร่วมมือไปยังสำนัก-งานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมประสานขอความร่วมมือให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) ทุกพื้นที่ ทุกชุมชนเฝ้าระวัง ป้องกันตามแนวทาง 5 ข้อ ดังนี้ 1.ให้ อสม.และ อสต.เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเป็นตาสับปะรด สอดส่อง ดูแล อย่างเข้มข้นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ด้วยการค้นหา คัดกรองกลุ่มเสี่ยงแรงงานต่างด้าว เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการหวัด ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ รับกลิ่น/รสลดลง ร่วมกับร้านขายยาในชุมชน 2.ให้ อสม.และ อสต.ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบในการป้องกันโรคโควิด-19 โดยสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง 3.ให้ อสม.และ อสต.สำรวจพฤติกรรมและให้คำแนะนำ กระตุ้นประชาชนให้มีพฤติกรรมในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่เหมาะสม 4.ให้ อสม.และ อสต.สำรวจความเครียด ซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย และร่วมดูแลสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนร่วมพัฒนาศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ศสมช.) และร่วมสร้างตำบลวิถีชีวิตใหม่ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และ 5.ให้รายงานผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันโรคโควิด-19 ในชุมชน เป็นประจำทุกเดือน

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยขณะนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และพบผู้ติดเชื้อในประเทศบ้างเล็กน้อย ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จะเข้าสอบสวนและควบคุมโรคทันทีที่ได้รับแจ้งเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชน รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขได้เข้มมาตรการคัดกรอง ตรวจหาเชื้อในผู้เดินทางจากต่างประเทศและนำเข้าสู่ระบบกักตัวจนครบ 14 วัน และแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายก็จะต้องส่งตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกรายเช่นกัน เพื่อให้สามารถควบคุมจำกัดวงได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ขณะที่ยังไม่มีวัคซีนประชาชนสามารถสร้างวัคซีนป้องกันตัวเองได้ด้วยการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และลงทะเบียนเข้า-ออกเมื่อใช้บริการในสถานที่ต่างๆผ่านแอปฯไทยชนะ รวมทั้งช่วงนี้อากาศเปลี่ยน เริ่มหนาวเย็น หลายสถานที่จัดเทศกาลดึงดูดนักท่องเที่ยว มีคนไปเที่ยวจำนวนมาก หากไม่สามารถเลี่ยงได้ ขอให้เข้มมาตรการ การ์ดอย่าตก ความร่วมมือของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันโรคโควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำ

ต่อมา นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการ แทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีตรวจพบแรงงานชายชาวเมียนมา วัย 26 ปี ในพื้นที่ จ.พัทลุง 1 ราย ติดเชื้อโควิด-19 หลังลอบเดินทางมาจากมาเลเซียว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยรายนี้ ได้แจ้งว่าพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แสดงว่าเป็นการติดเชื้อรายเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และความสามารถในการแพร่เชื้อมีโอกาสน้อยมาก ซึ่งผลการสอบสวนครั้งนี้ คาดว่าผู้ป่วยอาจรับเชื้อมาจากมาเลเซีย ถึงแม้ไม่สามารถระบุแหล่งที่รับเชื้อได้ชัดเจน ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยผลตรวจก็ยังไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 573,520 คน ทำให้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อใกล้แตะ 46 ล้านคน เสียชีวิตเฉียด 1.2 ล้านคน แต่รักษาหายแล้วกว่า 33.2 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก และทำสถิติพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในวันเดียวถึง 101,369 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 9.3 ล้านคน หรือร้อยละ 3 ของประชากรทั้งประเทศ เสียชีวิตอีก 985 คน รวมตาย 235,000 คน ชี้ให้เห็นว่ามีคนติดเชื้อ 1 คนต่อ 1 วินาที หรือทุกๆ 10,000 คน จะมีผู้ติดเชื้อ 272 คน เสียชีวิตราว 7 คน

ขณะที่ในยุโรป ฝรั่งเศส ยังเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุด หลังพบเพิ่มเกือบ 50,000 คน ตามด้วยอิตาลี กว่า 31,000 คน สเปน กว่า 25,000 คน อังกฤษ กว่า 24,000 คน เบลเยียม เกือบ 24,000 คน เยอรมนี กว่า 19,000 คน รวมแล้วทั่วยุโรปที่มี 52 ประเทศ พบผู้ติดเชื้อรวมแล้วกว่า 10 ล้าน คน มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ตามหลังทวีปละติน อเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียน ที่มียอดผู้ติดเชื้อรวม 11.2 ล้านคน และทวีปเอเชีย 10.5 ล้านคนที่สโลวะเกีย ประเทศในภูมิภาคยุโรปกลาง จะเริ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประชากรทั้งหมดราว 5.4 ล้านคน พร้อมกันทั่วประเทศ โดยใช้กำลังพลทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ทหารและตำรวจราว 45,000 คน กระจายไปตามศูนย์ตรวจหาเชื้อราว 5,000 แห่ง ด้วยการใช้วิธี Antigen testที่รู้ผลรวดเร็วใช้เวลาไม่กี่นาที แต่มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าการตรวจแบบ PCR test หรือการตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ หรือโพรงจมูกที่ต้องส่งห้องแล็บวิเคราะห์ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจเสร็จใน 2 เดือน ซึ่งการตรวจครั้งนี้ไม่ได้บังคับ แต่หากใครที่ไม่มีใบตรวจผลเป็นลบ เมื่อถูกตำรวจขอตรวจสอบ ก็จะมีโทษปรับ และหากพบมีผลตรวจเป็นบวก ก็จะถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน

ด้านออสเตรเลีย ที่ประกาศจะร่วมฟื้นฟูภูมิภาคอาเซียนจากการระบาดของโควิด-19 จะใช้จ่ายงบประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 11,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ ในการจัดหาวัคซีนให้กับภูมิภาคแห่งนี้ ขณะที่รัฐวิคตอเรีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 1 คน ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ชาวเมลเบิร์นเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเป็นครั้งแรก นับแต่มีการล็อกดาวน์เมืองนานเกือบ 4 เดือน แต่ยังจำกัดการเดินทางไม่เกิน 25 กม. และอยู่รวมตัวกันไม่เกิน 10 คน คาดทางการจะประกาศผ่อนคลายเพิ่มในวันที่ 9 พ.ย.นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า 1COVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19โควิดวันนี้โควิด 19 ในไทยข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08:38 น.