ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กอร.ฉ.ย้ำไม่อนุญาตให้มีการชุมนุม ฝ่าฝืนดำเนินการตามขั้นตอนยุทธวิธีสากล

    ไทยรัฐออนไลน์18 ต.ค. 2563 13:44 น.
    SHARE

    กอร.ฉ. ยืนยัน การบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยัน ตำรวจดำเนินการยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ด้วยยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ
     

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ต.ค.63 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก แถลงความคืบหน้าประจำวันการปฏิบัติงานของศูนย์ กอร.ฉ.

    พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า กอร.ฉ. ขอย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน กอร.ฉ. จำเป็นต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการของตำรวจดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เราอยู่ในช่วงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งต่างจากการใช้กฎหมายทั่วไป การดำเนินการใดๆ ก็ตาม เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก สามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล ไม่มีการกระทำที่รุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยุทธวิธีที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากลนิยม ส่วนที่มีผู้เรียกร้องให้ตำรวจหยุดดำเนินกับผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนนั้น เรื่องทางคดีทาง บช.น. จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

    ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวถึงกรณีเกี่ยวกับผู้จงใจปล่อยเฟกนิวส์ 2 กรณี ว่า ตามที่มีปรากฏเนื้อหาคำสั่งประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 6/2563 เรื่องกำหนดสถานที่ควบคุมเพิ่มเติม ฉบับลงราชกิจจนุเบกษาเล่มที่ 137 ตอนพิเศษ 244 ง ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 และมีหนังสือสีแดงเขียนว่าโมฆะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวมีการบิดเบือนเรื่องของปี พ.ศ.ที่ประกาศ ซึ่งเป็นปี พ.ศ.2562 โดยประกาศฉบับจริงได้ประกาศลงเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีวันเดือนปีที่ถูกต้อง ผู้กระทำมีเจตนาบิดเบือนให้ผู้อ่านหรือผู้รับข้อมูลเข้าใจว่าประกาศดังกล่าวเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท รวมทั้งยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 อนุ 3 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งนี้ขอความร่วมมืออย่าส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ เพราะผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลต่อ อาจต้องรับโทษด้วย

    ส่วนกรณีมีผู้ส่งต่อภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจก้มหน้าทำท่าฉีดสเปรย์สี คำว่า “ภาษีกู” และโพสต์ข้อความว่าตำรวจจอดรถ และนำกระป๋องสีพ่นกลางถนนห้าแยกลาดพร้าว อย่าเล่นสกปรกมากนะ ผู้ที่เผยแพร่ภาพดังงกล่าวมีเจตนาให้ผู้รับข้อมูลเห็นว่าตำรวจเข้าไปพ่นสีเพื่อสร้างสถานการณ์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงหลังจากเลิกการชุมนุมที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ จนพบข้อความที่ไม่เหมาะสมบนพื้นถนนจึงก้มถ่ายรูปเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา การกระทำในลักษณะนี้ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 อนุ 3 และยังฝ่าฝืน พ.ร.ก.ร้ายแรงอีกด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมชุมนุมแยกปทุมวันกอร.ฉ.กอร.ฉ.แถลงข่าวม็อบข่าวชุมนุมวันนี้แยกราชประสงค์ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 03:05 น.