ผมมีภาพประทับใจ ลิงขาวกับลิงดำ เพื่อนรักหักเหลี่ยมกันขนหิน จากโขนพระราชตอนจองถนน เมื่อเจอเรื่อง “ลิงเมากัญชา” อีกลีลาของลิง บริวารพระรามในรามเกียรติ์จากหนังสือจารึกของแผ่นดิน (สำนักพิมพ์สยามปริทัศน์ จำกัด พ.ศ.2562) ก็รีบอ่าน

นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว เกริ่นว่า เดินเหิน เล่าเรียน ทำงานอยู่ศิลปากรร่วม 20 ปี เข้าวัดพระแก้วดูจิตรกรรมรามเกียรติ์บ้างอย่างฉาบฉวย ไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลือติดหัวติดตามากน้อย

จนเมื่อไปดูจิตรกรรมรามเกียรติ์ฝาผนังวัดพระแก้ว กลางกรุงพนมเปญ บันทึกภาพลิงเขมรวิ่งคึกคักปราดเปรียว จิกกัด
เกาก้น ถลกแข้งขา น่าหัวร่ออยู่ในกองทัพพระราม ถึงได้ฉุกคิดว่า เมืองไทยก็มีกองทัพลิงสยาม

กลับไทยก็ขวนขวายไปดู อยากรู้ลิงไทยจะออกอาการมันส์เช็ดสะเด็ดยาดสักแค่ไหน

อุแม่เจ้า! เหลือคิดเหลือคาด ลิงวัดพระแก้วมันส์จริง ทำได้ทุกอย่างเกินเชื่อ เกินบรรยาย

มีทั้งลิงคาดเชือกชกมวย ลิงเล่นว่าว ลิงถือไม้รวกต้อนเป็ด ลิงเล่นหมากรุก ลิงชักเย่อ ลิงไถนา ลิงนั่งรถเจ๊กให้คนลาก ลิงแม่ค้าหาบของถูกตำรวจลิงด่าไล่ หนีหกคว่ำข้าวของกระจัดกระจาย

แล้วก็มีสาวลิงหาหมอดูทายดวง ลิงเมียงอนผัวจูงลูกลิงหนี มีกระทั่งพระลิงตามไก่ (ไม่ใช่พระลอตามไก่) ลิงคุณยายนั่งร้อยอุบะดอกไม้ ลิงหามกระบอกน้ำตาลเมา ฯลฯ

เรียกว่าทุกลักษณาการที่คนยุคร่วม 80 ปีก่อนเคยทำอะไรไว้ ปู่ลิงวัดพระแก้วสำแดงได้ทุกอย่าง

หากเปรียบแล้ว ลิงวัดพระแก้วเมืองเขมร ออกอาการได้แค่ลิงป่า แต่ลิงสยาม ศิวิไลซ์กว่า มีทั้งชีวิต เมืองบ้านๆ แต่ที่เด็ดสุด นิพัทธ์พรประทับใจมั่กๆ คือภาพปู่ลิงกำลังนั่งหั่นกัญชา อีกตัวถือบ้องกัญชาพ่นควันตาปรือ

นิพัทธ์พรปล่อยก๊ากกับลิงวัดพระแก้วแล้วรำพึงว่า วัฒนธรรมกัญชาในชีวิตชาวบ้านไทย ฝังลึกเป็นเลือดเนื้อเดียวกันมายาวนาน กลางเมืองเพชรบุรี บ้านเธอมี ภาพหนุ่มชาวบ้านอัดกัญชา บนฝาผนังวัดมหาธาตุ บนจิตรกรรมคอสองศาลาการเปรียญวัดเกาะ วัดนาพรม

...

จากกรุงเทพฯไปเพชรบุรี แล้วนิพัทธ์พร ก็ย้อนกลับมากรุงเทพฯ เธอเล่าถึงวรรณกรรมมีเรื่องกัญชาอยู่คับคั่ง ที่คุ้นๆ
กันดี ก็ระเด่นลันได ของพระมหามนตรี (ทรัพย์) ซึ่งแต่งในสมัยรัชกาลที่ 3

ตัวเอกฝ่ายชาย ทั้งวณิพก ระเด่นลันได กับท้าวประดู่คนเลี้ยงวัว ล้วนเมากัญชาเป็นกิจวัตร

หลังจาก “เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย...” แล้วยอดชายนายระเด่นก็ “บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี ภูมีซบเซาเมากัญชา”

ส่วนนางประแดะหูกลวงดวงสมร เมื่อผัวรักคือท้าวประดู่ภูร “เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว” นางประแดะ ก็ขมีขมัน บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว ไม่ขาดตกบกพร่อง

ผมปิ๊ง เรื่อง “ภูมีซบเซาเมากัญชา” ที่นิพัทธ์พร เขียนมากก็ตอนนี้

นึกได้ว่า วังท้าวประดู่ นั้น...กาญจนาคพันธุ์ ท่านบอกว่า อยู่บริเวณสี่แยกคอกวัว ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่กำลังเป็นเหมือนเส้นขนานที่ 38 แบ่งเกาหลีเหนือเกาหลีใต้

ข้อเขียนวันนี้ อ่านเอาสนุกนะครับ อย่าคิดมากลากเข้าหาการเมือง ที่มีคนเป็นห่วง หากฝ่ายใดเผลอล้ำเส้นขนาน จะเกิดเรื่องบานปลายใหญ่โต.

กิเลน ประลองเชิง