เคลียร์กันชัดๆกรณี “สปสช. ยกเลิกสัญญา 64 หน่วยบริการใน กทม.” แต่ไม่ได้ยกเลิกสิทธิ “บัตรทอง”

ประเด็นที่หนึ่ง...ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” ไม่ได้ถูกล้มเลิก ผู้มีสิทธิยังใช้บริการได้ตามปกติ สอง...เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเฉพาะในเขต กทม. ส่วนที่ต่างจังหวัดไม่เกี่ยว ไม่มีผลกระทบ

สาม...สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยกเลิกสัญญาเฉพาะหน่วยบริการที่ทุจริต ส่วนหน่วยบริการอื่นๆยังเปิดให้บริการต่อ ประเด็นที่สี่...ก่อนหน้านี้ สปสช.เคยยกเลิกสัญญาหน่วยบริการทุจริตมาแล้ว สามารถจัดหาหน่วยบริการทดแทนให้กับผู้ใช้สิทธิได้ ไม่มีปัญหา ห้า...ล่าสุด สปสช. พบ 64 หน่วยบริการทุจริต จึงต้องตัดขาด ไม่ประนี-ประนอมกับคนโกง หก...มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 8 แสนราย

เจ็ด...ผู้ที่รักษาอยู่ใน 64 หน่วยบริการ กรณีที่ไม่ได้ป่วย ให้รอประมาณ 2 สัปดาห์ สปสช.จะย้ายสิทธิไปยังหน่วยบริการใหม่ให้อัตโนมัติ แปด...กรณีไม่อยากรอ สามารถย้ายหน่วยบริการเองได้ ทาง ไลน์ @nhso หรือไปที่ 19 สำนักงานเขต เก้า...กรณีที่ป่วยอยู่ ไม่ต้องตกใจ สปสช.จัดเตรียมแนวทางปฏิบัติไว้ให้แล้ว ดังนี้

...

“ผู้ป่วยเร่งด่วน”...เช่น มีนัดผ่าตัด อายุครรภ์เกิน 32 สัปดาห์มีนัดรับเคมีบำบัด ฟอกไตด้วยเครื่อง ให้โทร.ปรึกษาสายด่วน 1330, “ผู้ป่วยไม่เร่งด่วน”...ให้ใช้บริการที่โรงพยาบาลรัฐ สถานบริการของรัฐใกล้บ้านไปพลาง

“กรณีที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลที่ถูกยกเลิก” ยังไม่ต้องย้ายออกจนกว่าจะปลอดภัย สปสช.จ่ายค่ารักษาให้อยู่เหมือนเดิม, “เจ็บป่วยฉุกเฉิน”...เข้าได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ในเครือข่ายบัตรทอง

แต่...ถ้าป่วยเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP) สามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ 72 ชั่วโมง เข้าโรงพยาบาลรัฐได้ทุกกรณี ประเด็นสุดท้าย...คิดอะไรไม่ออกให้ โทร.1330 แต่ใจเย็นๆหน่อยนะ... ช่วงนี้สายไหม้ ถ้าไม่เร่งด่วนให้อินบ็อกซ์สอบถามที่ fb : “สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

กรณีภาพข่าวจากสื่อที่มีประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ กทม. เดินทางไปที่สำนักงานเขตเพื่อทำเรื่องขอย้ายหน่วยบริการประจำหลังจากที่หน่วยบริการเดิมถูก สปสช. ยกเลิกสัญญาเนื่องจาก “ทุจริต” การเบิกจ่ายเงิน รายการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนก สิทธิของประชาชนในการได้รับการรักษาพยาบาลไม่ได้ถูกยกเลิกตามไปด้วยและ สปสช.ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องรีบไปที่สำนักงานเขตเพื่อทำเรื่องขอย้ายหน่วยบริการ

มาตรการแก้ไขปัญหา...รอบแรก ดูแลประชาชน 2 แสนราย สปสช.จัดหาหน่วยบริการแทนให้ รอบสอง...ดูแลประชาชน 8 แสนราย สปสช.กำหนดให้เป็นสิทธิว่าง

และรอบสาม...ดูแลประชาชน 1.2 ล้านราย สปสช.กำหนดให้เป็นสิทธิว่าง

คำว่า “สิทธิว่าง” ในกรณีนี้หมายถึง กรณีที่สถานพยาบาลประจำตัวของท่านถูกยกเลิกสัญญาในรอบที่สองและรอบที่สาม...“สิทธิว่าง” คือ “สิทธิพิเศษ” ที่ทำให้ท่านสามารถไปรับบริการในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมกับ สปสช.ได้ทุกแห่ง

อย่างไรก็ตาม การให้ “สิทธิว่าง” ดังกล่าวนี้จะเป็นไปอย่าง “ชั่วคราว” เท่านั้น จนกว่า สปสช.จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนหน่วยบริการประจำใหม่อีกครั้ง

นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช. เสริมว่า จากจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ตัวเลขไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เจ็บป่วยและต้องรับการรักษา

“สปสช.ไม่คาดฝัน...ไม่คิดว่าจะมีคลินิกเอกชนที่ต้องถูกยกเลิกสัญญามากขนาดนี้ ทำให้หน่วยบริการภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในระบบฯต้องเข้ามาอุ้มเพื่อให้ระบบหลักประกันฯอยู่ได้ ขอให้ความมั่นใจว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้คงไม่นาน เป็นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเท่านั้น”

เราจำเป็นต้องทำและ สปสช.เองก็ไม่มีทางเลือกเพราะเป็นการทำทุจริต เราสัญญาว่าจะพยายามหาเครือข่ายหน่วยบริการภาคเอกชนมาร่วมมือโดยเร็วที่สุด แต่ต้องไม่ได้ผู้ประกอบการที่ทุจริตรายเดิม

นพ.ศักดิ์ชัย บอกอีกว่า เรื่องทุจริตเรายอมไม่ได้ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ในกองทุนบัตรทองเป็นเงินภาษีประชาชน ยืนยันว่า สปสช.จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดในการจัดหาหน่วยบริการใหม่มารองรับประชาชนภายใน 1-2 เดือน เพื่อให้ระบบบริการสู่ภาวะปกติ

การยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการที่ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1 ล้านคน ในส่วนของ 18 คลินิก ที่ถูกยกเลิกสัญญาใน ลอตแรก มีผู้ได้รับผลกระทบ 2 แสนคน ในส่วนนี้ สปสช.ได้จัดระบบรองรับเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่เพิ่งยกเลิกสัญญาใน ลอตที่ 2 จำนวน 64 แห่ง มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 8 แสนคน...ในจำนวนนี้ มีผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล...ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแล...รับยาต่อเนื่องประมาณ 30% ส่วนอีก 70% คือผู้มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในตอนนี้

ในส่วนของผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยนัดผ่าตัด ผู้ป่วยล้างไต...ฟอกไต หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ สปสช.มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน...ได้มีการประสานไปยังผู้ป่วยโดยตรงแล้ว

เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง แต่หากเกิดปัญหาขัดข้อง ไม่ได้รับการติดต่อจาก สปสช.สามารถส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือเฟซบุ๊ก รู้จริงสิทธิบัตรทอง สปสช. กทม. เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อกลับโดยเร็ว

ส่วนกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับการดูแลต่อเนื่อง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สปสช.ร่วมมือกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระยะสั้นก่อนระหว่างรอหน่วยบริการใหม่

เบื้องต้นผู้ป่วยเรื้อรังที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่งโดยไม่จำเป็นต้องขอใบส่งตัวหรือกลับไปขอประวัติการรักษาจากหน่วยบริการเดิม เพราะบุคลากรทางการแพทย์ของศูนย์บริการสาธารณสุขสามารถเรียกดูข้อมูลประวัติการรักษาจากฐานข้อมูลของ สปสช.ได้อยู่แล้ว

ในส่วนของกลุ่มที่เหลืออีก 70% ที่สุขภาพยังแข็งแรงดี เมื่อหน่วยบริการประจำเดิมถูกยกเลิกสัญญาไปแล้ว สถานะของคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นสิทธิว่าง สามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการในเครือข่าย สปสช.ที่ใดก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่อย่างใด...

“ค่าใช้จ่าย” ที่เกิดขึ้น “หน่วยบริการ” จะเรียกเก็บค่าบริการมาที่ สปสช.เอง

ผู้ที่เป็นสิทธิว่างสามารถค้นหาข้อมูลสถานพยาบาลจากลิงก์ https://reghosp.nhso.go.th/hospital_search/  โดยพิมพ์ชื่อสถานพยาบาลได้เลย รวมทั้งสามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทาง สายด่วน สปสช. 1330 หรือ ไลน์ @ucbkk และ @nhso

“เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ให้บริการ ทำให้ผู้ให้บริการที่ยังอยู่ในระบบมีภาระงานเพิ่มขึ้น เรา สปสช.ไม่อาจปฏิเสธและต้องขอโทษหน่วยบริการสำหรับภาระงานที่เกิดขึ้นฉับพลันและขอขอบคุณผู้ให้บริการที่ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่าน” นพ.ศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้าย.