ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สรุปดราม่า "ชาบูนางใน" สู่ saveคุณลุงวันเลิด ต้นตำรับสุดใจดี แต่ถูกทำเสียชื่อ

    ไทยรัฐออนไลน์10 ก.ย. 2563 15:00 น.
    SHARE

    กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังร้านชาบูชื่อดังโพสต์แจงดราม่า ขอคิดเงินลูกค้าเพิ่มในการกินบุฟเฟต์ครั้งต่อไป เนื่องจากสั่งเนื้อมากินอย่างเดียว พร้อมยันไม่ได้มีเจตนานำกฎหมายมาขู่ ก่อนโดนชาวเน็ตถล่มคอมเมนต์เพจร้านอย่างดุเดือด "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ขอเรียบเรียงเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้

    • เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2563 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความหลังไปทานชาบูที่ร้านดังแห่งหนึ่ง โดยไปเขียนรีวิวในเพจร้านดังกล่าว โดยระบุว่า "เสียความรู้สึก เพิ่งเคยเจอร้านบุฟเฟ่ต์ที่เจ้าของร้านขู่จะคิดเงินเพิ่ม เพราะอ้างว่าเรากินเยอะเกินไปจนร้านไม่ได้กำไรจากเรา ถ้ามีความคิดแบบนี้อย่าเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ดีกว่า"
    • ต่อมา แอดมินเพจชาบูดังกล่าวได้มาโพสต์ตอบว่า "การทานบุฟเฟ่ต์แปลว่าทานหลากหลาย ไม่ใช่ทานแต่เนื้อกับกุ้ง แล้วไม่ทานอย่างอื่นเลย แบบนี้เรียกว่าทานเนื้อและกุ้งลวก ไม่ใช่ชาบู คุณลองทำธุรกิจแล้วหากเจอพฤติกรรมแบบนี้มาตลอด ถ้าเป็นครั้งคราวเรารับได้ ถ้าคุณคิดว่าไม่ยุติธรรมกับคุณและมันยุติธรรมกับเราเหรอคะ ถ้ายังโพสต์ให้ร้านเสียหายเราขอใช้กฎหมายตัดสินแล้วกันนะคะ"
    • จากนั้น ลูกค้าคนดังกล่าวได้แคปหน้าจอมาโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง พร้อมระบุข้อความว่า "นานๆ จะเจอแบบนี้สักที ขอความเห็นเพื่อนๆ หน่อย เรื่องมีอยู่ว่าไปกินบุฟเฟต์ที่ร้านนี้ ซึ่งไปกินบ่อยมาก โดยปกติก็กินเยอะทุกร้านที่ไป พอดีวันนี้เจ้าของร้านเดินเข้ามาบอกว่า เรากินแต่เนื้อกับกุ้งไม่กินผักจะขอคิดเงินเพิ่ม จริงๆ แล้วความพอใจในการกินอะไรมันอยู่ที่เรานะ เมื่อเจอแบบนี้ก็ไปคอมเมนต์ตามความเป็นจริง ลองดูคำตอบของร้านสิ มีขู่ด้วย เจอกันที่ สคบ."
    • กระทั้งมีคนแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงร้านชาบู ทำให้มีคนเริ่มติดแฮชแท็ก #ชาบูนางใน ในโลกทวิตเตอร์ และถูกพูดถึงอย่างมากในเฟซบุ๊ก
    • ต่อมา ร้านชาบูดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ชาบู ชาบูนางใน สาขาพระรามเก้า 43" โดยระบุว่า "เรื่องขอปรับราคาสำหรับลูกค้าที่ทานแต่เฉพาะเนื้อ อย่างลูกค้าท่านนี้ คือลูกค้าท่านนี้มาบ่อย มาเป็นระยะเวลา 3 ปีกว่าแล้ว ช่วงไหนมาบ่อยก็เดือนละ 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ เราดีใจที่คุณเค้ามาอุดหนุนอยู่เป็นประจำ และเชื่อว่าที่มาอุดหนุน ก็ด้วยสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราขายบริการร้านชาบู เช่น วัตถุดิบ ความสะอาด ความอร่อยและบริการ"
    • "แต่ด้วยความชอบที่จะรับประทานของลูกค้าคือ เนื้อล้วน เราจึงขออนุญาตแจ้งว่า ถ้าลูกค้าต้องการทานแบบเดิม คือทานแบบไม่อั้น ที่เราให้บริการ เรายินดี แต่คราวหน้าหลังจากวันนี้ เรามีนโยบายขอขึ้นราคาบุฟเฟต์เนื้อแบบไม่อั้น ทานเนื้ออย่างเดียว หรือรวมกุ้งล้วนอย่างเดียวเป็นราคา 549 หรือ เพิ่มจากเดิม 200 บาท และไม่จำกัดเวลาเช่นเดิม"
    • "วันนั้นที่ลูกค้ามาทาน เราเดินเข้าไปชี้แจง และชี้แจงว่า เราไม่สามารถขายในราคาเดิมได้เพราะอะไรให้ลูกค้าเข้าใจ ซึ่งเราก็ไม่ได้มีการข่มขู่ หรือเก็บเงินเพิ่ม ลูกค้านั่งทานปกติ สั่งปกติต่อไป ซึ่งเราไม่ทราบว่าลูกค้าไม่เข้าใจ หรือมีคำถามอื่นๆ ในใจอีกไหม แต่ลูกค้าไม่ถาม แต่มีการรีวิว เข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ของลูกค้าว่าจะทานอะไรมันก็อยู่ในราคาบุฟเฟต์แล้ว เราเข้าใจดีและบริการด้วยดีมาตลอด แต่ในวันนั้นเราก็แค่ขออนุญาตแจ้งการปรับเปลี่ยนราคาเท่านั้น ก็แล้วแต่ทางลูกค้าจะพิจารณาว่าครั้งต่อไปจะมาทานหรือไม่"
    • "สุดท้ายที่แอดมินเขียนไปว่า ถ้ายังโพสต์ให้ร้านเสียหาย จะพึ่งพากฎหมายนั้น ก็ด้วยแอดมินกลัวว่า ลูกค้าจะโพสต์ในพื้นที่สาธารณะ ทำให้ร้านเสียหาย และทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดร้านได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเสียชื่อเสียงของร้าน ที่เราตั้งใจในการให้บริการตลอดมา ไม่ได้มีเจตนานำกฎหมายมาขู่ลูกค้าแต่อย่างใด จึงเรียนชี้แจงมาให้ทราบ"
    • หลังจากการชี้แจงของทางร้าน ยิ่งทำให้โลกโซเชียลเดือดกว่าเดิม ส่งผลให้แฮชแท็ก #ชาบูนางใน ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ มีคนแห่เข้าไปรีวิวร้านอย่างดุเดือด จนในที่สุดทางร้านก็ปิดเพจไปแล้ว
    • เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชาบูนางในสาขาอื่นๆ ทำให้ต่างพากันโพสต์ชี้แจงว่า "ชาบูนางใน" แต่ละสาขาถึงแม้จะใช้แบรนด์ร่วมกัน แต่เป็นอิสระต่อกัน เจ้าของคนละคนกัน และสาขาของตนยังยืนยันให้ลูกค้าทานได้ไม่อั้น โดยไม่มีการเพิ่มราคาเช่นเดิม
    • ต่อมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความ #saveคุณลุงวันเลิด ซึ่งเป็นเจ้าของชาบูนางในตัวจริง และคือต้นตำรับ หลังเรื่องราวดังกล่าวเริ่มบานปลายและส่งผลกระทบถึงสาขาอื่นๆ รวมถึงมีการเข้าใจผิดว่าร้านที่มีเรื่องคือร้านของลุงวันเลิด เนื่องจากร้านตั้งอยู่ใกล้กัน คือร้านที่มีเรื่องตั้งอยู่ซอยพระรามเก้า 43 ส่วนร้านลุงวันเลิด อยู่พระรามเก้า 41
    • พร้อมเล่าว่า "10 กว่าปีที่แล้ว เธอเป็นลูกค้าประจำร้านชาบูร้านหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่พระราม 9 ซอย 41 ร้านนี้จะมีคุณลุงหน้าตาใจดีออกมาต้อนรับลูกค้าเสมอ ซึ่งก็คือคุณลุงวันเลิดนั่นเอง โดยเป็นร้านที่มากินบ่อย เนื่องจากบริการดี ของสด สะอาด และที่สำคัญอร่อยมาก 
    • "จนเริ่มมีคนไปขอแฟรนไชส์คุณลุง ด้วยความที่เราเป็นลูกค้าประจำ จึงอยากขอเปิดบ้างเลยเข้าไปคุย สิ่งแรกที่เซอร์ไพรส์ คือคุณลุงไม่ได้คิดค่าแฟรนไชส์ สอนทุกสิ่ง บอกหมดไม่มีกั๊ก โดยไม่หวังผลอะไรเลย พร้อมสอนให้ยึดคติขอบคุณลูกค้าทุกคน ให้เขากินได้เต็มที่ กินให้รู้สึกคุ้มค่า แล้วเขาจะกลับมากินร้านเรา"
    • "เหตุผลที่โพสต์เรื่องนี้ เพราะเห็นสาขาของคุณลุงได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีคนเข้าใจผิด จึงต้องออกมาปกป้องคนดีอย่างคุณลุง ผู้ช่วยเหลือและสร้างอาชีพให้คนมามากมาย แต่ไม่ยอมออกสื่อใดๆ และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของใครหลายๆ คน".
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชาบูนางในชาบูsaveคุณลุงวันเลิดสรุปดราม่าสรุปดราม่าชาบูนางในต้นตำรับชาบูนางในลุงวันเลิศ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 09:27 น.