สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องของเมียหลวงลวงสังหาร ซึ่งก่อให้เกิดประเด็นคำถามขึ้นมามากมายครับ ประเด็นสำคัญที่เมียหลวง อยากทราบมากที่สุด คือ เมียลวงจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่น ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้สาวกับสามีของตัวเอง ได้เท่าไร
ในการตั้งเรื่องฟ้องสามารถทำได้หลายรูปแบบครับ เช่น ฟ้องหย่าสามีอย่างเดียว แบ่งสินสมรส และเรียกค่าทดแทน หรือ ฟ้องชู้อย่างเดียวและเรียกค่าทดแทน หรือจะฟ้องสามีและชู้ไปในคดีเดียวกันพร้อมกับเรียกค่าทดแทนก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก
ในประเด็นเรื่องการกำหนดค่าทดแทนเป็นทุนทรัพย์นี้ มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่างนะครับ เช่น การศึกษา ฐานะทางสังคม อาชีพ ชื่อเสียง การรับรู้เรื่องราวดังกล่าวของสังคมนั้น แพร่หลายไปมากน้อยขนาดไหน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่ศาลจะนำมาพิจารณากำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ทั้งนี้ หน้าที่ในการนำสืบเรื่องของค่าเสียหายตกแก่โจทก์หรือภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่ใช้สิทธิทางศาลฟ้องหย่าสามีหรือฟ้องชู้ โดยศาลจะเป็นผู้กำหนดค่าทดแทนตามสมควรแก่พฤติการณ์อีกครั้ง
ในอดีตเคยมีคดีฟ้องชู้และเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 5,000,000 บาท แต่ศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเพียงแค่ 500,000 บาท เท่านั้น ซึ่งศาลจะกำหนดค่าทดแทน โดยคำนึงถึงฐานานุรูปของโจทก์ จำเลยและพฤติการณ์แห่งคดี อีกทั้ง ทรัพย์สินที่โจทก์ได้รับจากการแบ่งสินสมรส เรียกได้ว่า ถ้าหากเมียน้อยลอยหน้าลอยตาในสังคม โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของโจทก์เลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อับอายขายหน้า หรือเสียใจอย่างหนัก ก็มีโอกาสที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนในส่วนนี้สูงขึ้นตามไปด้วย
...
อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 2498/2552 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1525 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การกำหนดค่าทดแทนกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามีเป็นชู้ หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้ ตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวดๆ มีกำหนดเวลาตามที่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ และวรรคสองบัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้จะต้องชำระค่าทดแทนเป็นคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลคำนึงถึงจำนวนทรัพย์สินที่คู่สมรสนั้นได้รับไปจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่านั้นด้วย
เมื่อโจทก์เรียกค่าทดแทนจากจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสเป็นเงิน 5,000,000 บาท โดยมิได้แสดงพฤติการณ์พิเศษให้เห็นว่าเพราะเหตุใดโจทก์จึงควรได้ค่าทดแทนจำนวนดังกล่าว ศาลจึงต้องกำหนดโดยคำนึงถึงฐานานุรูปของโจทก์ จำเลยและพฤติการณ์แห่งคดี อีกทั้งทรัพย์สินที่โจทก์ได้รับจากการแบ่งสินสมรสตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองตามบทบัญญัติมาตรา 1525 ดังกล่าว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าทดแทนเพราะเหตุจำเลยอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยาเป็นเงิน 500,000 บาท นับว่าเหมาะสมตามควรแก่พฤติการณ์แล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกำหนดค่าทดแทนให้มากไปกว่านี้
สุดท้ายนี้ การจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือเรียกค่าทดแทนอย่างใดๆ ขอให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของเมียน้อยเป็นหลัก ไม่ควรฟ้องเรียกค่าทดแทนตามความสะใจ หากฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนสูงเกินจริง นอกจากจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมสูงขึ้นตามไปด้วยแล้ว ทนายความบางท่านยังใช้หลักการคำนวณค่าวิชาชีพจากทุนทรัพย์ด้วย ซึ่งจะเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเมียหลวงเองทั้งสิ้นครับ
สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK หรือ Instagram : james.lk