ไลฟ์สไตล์
100 year

อนาคตเด็กไทย ยุคนิวนอร์มอล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
12 ส.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

ข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ “เด็ก” ในทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ...การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก...การเลี้ยงดูที่ไม่มีคุณภาพของผู้ปกครอง...ข่าวที่เด็กตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นปัญหาเด็กที่สะท้อนออกมาให้เห็นทางสังคม

บางกรณีก็สามารถเก็บเป็นความลับแล้วแก้ไขกันภายในได้ แต่บางกรณีกลายเป็นข่าวใหญ่ผ่านสื่อ...ผ่านสังคมโซเชียลภายในไม่กี่นาทีก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองกันแล้ว แน่นอนว่าถ้าเราไม่ร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขตั้งแต่วันนี้ โอกาสที่เด็กของสังคมเราจะเติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชน...พลเมืองที่ด้อยคุณภาพก็มีมากขึ้น

ข่าวแนะนำ

และ...ในที่สุดสังคมเราก็จะได้แต่ทรัพยากรบุคคลที่ไร้ประสิทธิภาพไปในตัว

จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการและไม่อยากจะให้เกิดขึ้น สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกันดูแลเด็กทุกคนในสังคมเราให้ “พวกเขาได้รับแต่สิ่งที่ดีให้กับชีวิต” ในช่วงที่กำลังเจริญวัยขึ้นมานี้เพื่อให้พวกเขาจะได้เข้าสู่ยุค “วิถีชีวิตใหม่” พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. ย้ำว่า

ทุกคนมีส่วนที่จะช่วยกันดูแลสอดส่องเด็กซึ่งเป็นลูกหลานของสังคมเรา ไม่ว่าพวกเขาจะมีชาติกำเนิดในแห่งหนตำบลใด ในภูมิภาคใดของประเทศพวกเขาก็คือ “คนไทย” ด้วยกันทั้งนั้น พวกเขาพร้อมที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรของสังคม...ของชาติที่ดีและมีคุณภาพตราบใดที่พวกเราได้ให้โอกาส

ที่สำคัญคือ “เรา”...“ผู้ใหญ่” ได้กระจายโอกาสที่ดีให้กับพวกเขาอย่างทั่วถึง นับตั้งแต่การเลี้ยงดูอบรมบ่มนิสัยให้พวกเขาได้รับโภชนาการที่ถูกต้องตามความจำเป็นแก่วัย ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เจริญหูเจริญตา ร่มเย็นเป็นสุข ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ...เรียนรู้ตามวัยที่ควรจะได้รับตามลำดับ

สิ่งสำคัญก็คือ...เด็กๆได้อยู่ในครอบครัวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น พวกเขาเกิดมาแล้วมีความสุขพร้อมที่จะเรียนรู้...รับเอาสิ่งที่ดีให้กับชีวิต ในที่สุดชีวิตของเด็กย่อมมีอนาคตที่งดงาม ย่อมมีความสว่างไสว พร้อมที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับสังคมในวันข้างหน้า

“ข่าวการทำร้ายเด็ก หรือมีส่วนในการทำร้ายเด็กจนต้องเสียชีวิตไปได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง...จากข่าวที่หนึ่งก็กลายเป็นข่าวที่สองพ่วงท้ายกันมาเรื่อยๆ จนได้สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับผู้บริโภคข่าว สร้างความหวาดระแวงให้กับผู้ปกครองเด็ก สร้างความกังขาในเล่ห์กลต่างๆ...”

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กวันแล้ววันเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลายเป็นสังคมที่ไม่มีความปลอดภัยกับเด็ก...ร่วมมือกันป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นการดีที่สุด

นอกจากนี้ การที่ “ครู” หรือ “ผู้ปกครอง” ลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุจนทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกาย...จิตใจก็กลายเป็นข่าวรายวันมาไม่น้อยกว่ากัน ที่จริงการพร่ำสอน...เลี้ยงดูเด็ก เพื่อให้พวกเขาได้รับการอบรม บ่มนิสัย...ถูกชี้แนะในทางที่ถูกที่ควร รวมถึงการลงโทษเด็กก็มีได้ตามลำดับชั้นจากเบาไปหนัก

อย่างเช่น ชี้แนะว่าการกระทำเช่นนี้ “ถูก” หรือ “ผิด”...เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เมื่อผิดพลาด เพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจก็ขอให้ปรับปรุงตนเองใหม่ แต่ถ้าการกระทำผิดพลาดเช่นนี้มีอีกก็จะถูกลงโทษหนักขึ้นไปกว่าเดิม เช่น ไม่ได้รับโอกาสหรือรางวัลที่ควรจะได้รับ หรือถูกตัดการให้ขนม นมกล่อง เครื่องเขียน เสื้อผ้า ของเล่นที่ชอบ

ถ้าหนักไปกว่านั้นอาจจะเป็นการจำกัดพื้นที่เพื่อมิให้เด็กได้ทำสิ่งที่รู้ว่าผิดขึ้นมาอีก จะไม่เกิดโทษกับคนอื่นที่อยู่รอบข้าง ในที่สุดถ้าไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลยก็คือ “การเฆี่ยนตี”

ดังคำโบราณที่ว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ก็ยังมีความจำเป็นและสำคัญอยู่มากทีเดียว

แต่...การเฆี่ยนตีจะต้องชี้แจงเหตุและผลให้เด็กได้ทราบ...เข้าใจ รวมถึงเด็ก “ยอมรับในความผิดที่ตนเองได้กระทำลงไปแล้วพร้อมที่จะรับให้ถูกลงโทษ” แต่ขออย่าได้ลงโทษเด็กโดยที่ผู้ลงโทษยังอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังโมโหฉุนเฉียว เพราะมีแต่จะกลายเป็นเรื่องเลวร้ายขึ้นมา

“ขอให้ลงโทษอย่างมีสติ...ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ การลงโทษเด็กจึงจะได้ผลทั้งในระยะสั้น...ระยะยาว เป็นผลดีต่อการพร่ำสอน การเลี้ยงดูในวันข้างหน้า”

ตรงกันข้าม...การลงโทษที่เกินกว่าเหตุและลงโทษเด็กด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้ มีแต่จะสร้างความหายนะทั้งต่อตัวเด็ก...ผู้ทำโทษ ยิ่งสังคมโซเชียลที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ ตรวจสอบกันด้วยภาพแล้ว จะมาแก้ตัวทีหลังก็ยากเสียแล้ว

“ครูหรือผู้ปกครองจึงจะต้องลงโทษเด็กให้สมเหตุสมผลด้วยหวังว่าจะให้เด็กได้ถูกเลี้ยงดูและได้รับการอบรมบ่มนิสัยเป็นไปในทางที่ดี นั่นคือการร่วมกันให้อนาคตที่ดีแก่เด็กๆ ในสังคมเรา” พระมหาสมัย ว่า

“มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน”...ได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งด้านอาหารและการศึกษา รวมถึงการฝึกอบรมบ่มนิสัยพัฒนาจิตใจเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาสในสังคมทั้งในชุมชนเมือง... ในชนบทถิ่นทุรกันดารมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2527 จนถึงปัจจุบัน มีโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ทั้งหมด 14 โครงการ...

ปัจจุบันมีทั้งเลี้ยงดูอยู่ประจำและมาเช้าเย็นกลับ โดยมีศูนย์กลางจัดกิจกรรมและโครงการอยู่ที่วัดบางไส้ไก่ (วัดลาว) ถนนอิสรภาพ 15 ฝั่งธนบุรีของกรุงเทพมหานครนี่เอง ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ก็จะเลี้ยงดู สอนหนังสือ สอนธรรมะเด็กเล็กก่อนวัยเรียนอายุ 2-4 ปี ทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นลูกหลานคนยากจนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดรอบๆ

เด็กๆ มาจาก 15 ชุมชน...มาเรียนเช้าและเย็นกลับ เลี้ยงดูฟรี สอนหนังสือฟรี สอนธรรมะฟรี โดยหวังว่าจะให้เด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ได้มีโอกาสทางการศึกษา ได้รับการอบรมบ่มนิสัยตั้งแต่วัยเยาว์ ได้รับความร่มเย็นจากร่มเงาใบบุญจากทางวัด...พระพุทธศาสนา มีวัดเป็นศูนย์กลางโน้มน้าวทางจิตใจให้ใฝ่ดี

พลังสำคัญในการเรียนการสอนก็มาจากคนหนุ่มคนสาวที่เข้ามาเป็น “ครูอาสา” ช่วยทำอาหารเลี้ยงเด็ก สอนหนังสือเด็ก ให้ความรักความอบอุ่น มีพระสงฆ์นำพาไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา...ชี้นำในทางที่ดี

ส่วนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ก็จะมีเด็ก...เยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดต่างๆ มาเรียนธรรมะตามโครงการ “อบรมธรรมะวันหยุด” ซึ่งมีทั้งเด็กชายและเด็กหญิงวัย 7-18 ปี เข้ามาเรียน มารับการฝึกอบรมบ่มนิสัย มาอยู่ในสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย “ศีล” และ “ธรรม” ในบรรยากาศที่ร่มเย็นภายในวัดวาศาสนา

ตั้งหวังกันว่า...พวกเขาจะมีความสุข มีอนาคตที่จะสดใส จากพลังความห่วงใยและการทุ่มเทกับการจัดกิจกรรมของพระสงฆ์ร่วมกับคนหนุ่มคนสาวของสังคม

ผู้ใหญ่ใจบุญผู้ที่อยากจะร่วมเป็นหนึ่งในพลัง “จิตอาสาเพื่อส่วนรวม” อย่างแท้จริง หากมีจิตเมตตาและศรัทธาสามารถร่วมด้วยช่วยกันแจ้งบริจาคเป็นปัจจัย เพื่อให้เป็นค่าอาหารกลางวัน...ทุนการศึกษา เด็กหรือเป็นสิ่งของนับตั้งแต่ข้าวสาร อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องเขียน เครื่องกีฬา นมกล่อง ขนม ร่วมสมทบได้ทุกวันที่...

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถนนอิสรภาพซอย 15 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 โทรศัพท์ 0-2465-6165, โทรสาร 0-2472-4212, ไลน์ 06-3232-3874, Facebook ที่เพจ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน บริจาคปัจจัยโอนเข้าบัญชี “มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเจริญพาศน์ เลขที่บัญชี 126-0-36151-2 ประเภทสะสมทรัพย์

ใบอนุโมทนาบัตรของมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีรายได้ประจำปีตามประกาศของกระทรวงการคลัง ลำดับที่ 788 ได้ ทุกวันไม่มีวันหยุด 08.00-16.00 น.

“อนาคตเด็กไทย” ยุค “นิวนอร์มอล” ผู้คนในสังคมไทยสามารถร่วมสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1เด็กไทยวัดบางไส้ไก่มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนพระมหาสมัย จินฺตโฆสโกนิวนอร์มอลสังคมไทย

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:01 น.