ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โครงการ ช่วยชุมชน ช่วยช้าง ช่วยชาติ

    ข่าวประชาสัมพันธ์10 ส.ค. 2563 15:40 น.
    SHARE

    สืบเนื่องมาจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ดำเนินงาน 3 แนวทางหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวช้างอย่างยั่งยืนและใส่ใจต่อสวัสดิภาพช้าง หรือ Elephant Care Tourism ได้แก่ C1-Communication สื่อสาร และนำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องช้าง C2-Collaboration ผลักดันให้เกิดความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช้างไปในทิศทางที่ใส่ใจต่อสวัสดิภาพช้าง และ C3-Compromise แสวงหาทิศทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยที่ผ่านมา ททท. ได้ดำเนินงานเพื่อการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องช้างเพื่อการท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มได้ผลตอบรับในทิศทางที่ดีขึ้น

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2563 รัฐบาลหลายประเทศประกาศมาตรการการควบคุมการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ จากวิกฤติครั้งนี้ จึงทำให้เกิดการชะงักงันของการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบถึงปางช้างต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งปางช้างหลายแห่งต้องปิดตัวลง ไม่เพียงแต่เจ้าของปางช้างจะขาดรายได้แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อช้าง ควาญช้าง พนักงานที่ทำงานภายในปางช้าง เจ้าของช้าง ชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกและส่งอาหารช้าง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ อาทิ กลุ่ม โรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รถนำเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในชุมชน จากการศึกษาวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช้างสามารถสร้างรายได้กว่า 2 ล้านบาทต่อเชือกต่อปี โดยช้างในธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 3,000 เชือก อาศัยอยู่ในปางช้างจำนวน 250 ปางช้างในเขต 22 จังหวัด ช้างจึงสร้างรายได้ให้กับประเทศรวมกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

    ด้วยเหตุนี้ ททท. จึงได้จัดทำโครงการ “ช่วยชุมชน ช่วยช้าง ช่วยชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาพันธมิตรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัญหาภัยแล้ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการธุรกิจปางช้างเพื่อการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาฟื้นฟูธุรกิจ และให้ ททท. สามารถดำเนินงานด้านการตลาดและสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องช้าง เพื่อการท่องเที่ยวในทิศทางที่ถูกต้องต่อไป

    เพื่อให้การจัดการโครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ ททท. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารโครงการ โดยมี นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เป็นประธาน คณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้แทนจากสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ สถาบันวิจัยบริการสุขภาพช้าง กรมปศุสัตว์ องค์การสวนสัตว์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องเรื่องช้างเพื่อการท่องเที่ยวของหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษาเพื่อพิจารณาคัดเลือก และตรวจสอบเอกสารหลักฐานของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยคณะทำงานบริหารโครงการได้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และช่องทางในการรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 – 7 มิถุนายน 2563 และมีการขยายเวลาถึง 12 มิถุนายน 2563 ผ่าน TAT E-form https://eform.tourismthailand.org/public/elephant-community โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องเป็นสถานประกอบการเพื่อการท่องเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และช้างที่เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่อยู่ในความดูแล หรือได้รับความช่วยเหลือด้านงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐอยู่แล้ว

    โดยมีสถานประกอบการปางช้าง ซึ่งผ่านการพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานของช้างแล้ว จำนวน 109 ราย จาก 16 จังหวัดทั่วประเทศ มีช้างในความดูแลจำนวน 1,454 เชือก ในการเข้าร่วมโครงการฯ ททท. ได้ให้ความช่วยเหลือปางช้างในเรื่องอาหารช้าง และการจัดการที่เกี่ยวข้องกับอาหารช้างกับสถานประกอบการเป็นมูลค่า 9,500 ต่อเชือก ภายในระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคม 2563 โดยมีเงื่อนไขว่าอาหารช้างจะต้องมาจากเกษตรกรชุมชนผู้เพาะปลูกอาหารช้างซึ่งปางช้างได้ลงทะเบียนไว้ในโครงการฯ คาดหวังว่า จะช่วยเยียวยาความเดือดร้อนได้อีกทางหนึ่ง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ททท.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยElephant Care Tourismการดูแลช้างปางช้างข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 00:47 น.