สรุปประเด็น พ่อแม่ "ชมพู่" เปิดใจสงสัย "ลุงพล" บอกไทม์ไลน์ไม่ชัดเจน และพูดไม่ตรงกันกับ "สะดิ้ง" ลูกสาวอีกคนที่อยู่กับน้องคนสุดท้าย ก่อนน้องหายตัว มีคุยกัน ต้องแยกชมพู่จากลุงพล เพราะน้องติดลุงมากเกินไป
รายการ "ถามตรงๆ กับจอมขวัญ" โดยพิธีกร จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ออกอากาศทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 16.10 น. วันนี้ เป็นการพูดคุยกับ นายอนามัย และนางสาวิตรี พ่อและแม่ของ "น้องชมพู่" เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่หายออกจากบ้าน ก่อนจะพบเป็นศพเสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งผ่านมา 58 วันแล้ว ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้
ขณะที่กระแสสังคมตั้งคำถามมากมาย หลัง "ลุงพล" ซึ่งเป็นลุงเขยของน้องชมพู่ ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ แล้วตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นเกี่ยวกับตัวพ่อและแม่ของชมพู่ เนื่องจากก่อนหน้า แม่ของชมพู่ให้สัมภาษณ์ว่า สงสัยในตัว "ลุงพล"
อย่างไรก็ตาม วันนี้ในรายการ "ถามตรงๆ กับจอมขวัญ" พ่อและแม่ของน้องชมพู่จะเปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นหลังเกิดดราม่าขึ้นบนโลกโซเชียลตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในรายการได้สรุปประเด็นที่แม่และพ่อ สงสัยในตัวลุงพล มาให้ดังนี้
- แม่บอกว่า ทุกคนคือผู้ต้องสงสัย ยกเว้นชมพู่ โดยตำรวจจะเป็นผู้พิสูจน์ว่าใครคือคนร้าย
- แม่เริ่มสงสัยลุงพล ตั้งแต่งานศพน้อง ว่าทำไมลุงพล และป้า หลังๆ ไม่มางานศพเลย แต่แม่ก็ไม่ได้บอกพ่อ เพราะกลัวว่าจะไปจับผิดลุงพล แล้วทำให้ทะเลาะกัน
- ลุงพล ออกสื่อ หลายครั้งที่พูดไม่ตรงกัน เพราะสะดิ้งบอกกับแม่ว่า ยังไม่ได้บอกใครว่าน้องหาย จนเดินไปถึงบ้านป้าแต๋น ซึ่งตอนนั้นเหลือแค่ป้ากับลูกของป้า แต่ลุงพลออกมาบอกว่า เจอสะดิ้ง แล้วสะดิ้งบอกว่า น้องชมพู่หายไป ซึ่งข้องใจว่า รู้ก่อน หรือหลัง ไปรับพระกันแน่ เพราะพูดไม่ตรงกับสะดิ้งที่บอกว่าไม่เจอลุงพลที่บ้าน ซึ่งแม่เชื่อว่า สะดิ้งจำไม่ผิด และพูดตรงกันทุกครั้ง อีกทั้งสะดิ้งยืนยันว่า ไม่ได้โกหก
...
- สรุปแล้วลุงพล รู้ว่าชมพู่หายไปก่อนหรือหลังไปรับพระ และช่วงเวลาที่ลุงหายไปรับพระ นานไปหรือไม่ ลุงพลกับป้าแต๋นบอกว่า ออกจากไร่ 09.22 น. มาถึงบ้าน 09.30 น. ก่อนจะรีบอาบน้ำ และไปรับพระ พระบอกลุงพลไปรับตอน 10.10 น. ซึ่งระยะทางสั้นมาก ใช้เวลาไม่นาน เวลาน่าจะเหลือ
- เรื่องที่ลุงพลบอกว่า ที่ช้าเพราะแวะคุยกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่เจอลุงพล 2 ใน 3 คน พูดตรงกัน บอกว่าเจอลุงพลหลังจากที่รับพระแล้ว ไม่ใช่ว่าก่อนไปรับพระ
- น้องๆ คนอื่นก็สงสัยเช่นเดียวกัน โดยตอนแรกทุกคนก็ดูจากข่าว กระทั่งมานั่งคุยเปิดใจกัน ว่าสงสัยลุงพลเหมือนกันใช่ไหม ช่วง 2-3 วันก่อน ที่จะพูดเรื่องนี้ ซึ่งแม่เองสงสัยมาก่อนแล้ว ตนเลยบอกให้มานั่งคุยกัน แต่ไม่ได้บอกป้าแต๋น เพราะคุยเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเห็นว่าไม่มางานศพน้อง จึงเชื่อว่าคุยเรื่องนี้กับป้าแต๋นไม่ได้
- แม่คิดว่าช่วงเวลาที่ลุงพลหายไป ระยะหนึ่งนั้น สามารถก่อเหตุได้ หากดูตามข่าวอื่นๆ ที่ผ่านมา (ยังไม่มีการสรุปว่า น้องเสียชีวิตที่ไหน และเวลาใดกันแน่)
- เมื่อถามว่าสังคมตั้งข้อสงสัยว่าแม่ไม่เสียใจที่น้องจากไป แม่อธิบายว่า แม่ได้มานั่งเสียใจออกทีวี เราต้องทำใจ และต้องรีบหาน้อง ตอนเย็นก่อนจะเจอศพน้อง เรากำลังจะไปทำพิธีหาน้อง และอีกอย่าง มีตำรวจมาหาเราตลอด เราก็ไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ผ่านสื่อ
- เมื่อถามว่าเจอรองเท้า ทำไมไม่ขึ้นภูไป แม่บอกว่า ตอนนั้นมีร่างทรงมาบอกเราว่า ให้ทำพิธี บอกว่า ถ้าทำแล้วจะได้ลูกคืนตอน 1 ทุ่ม ซึ่งระหว่างนั้นมีคนนำรูปรองเท้ามาให้เราดู ด้วยความที่เราอยากได้ลูกคืน เราก็รีบไปทำพิธี พอลงมาก็เห็นว่าคนกรูกันไป และมารู้ว่าเจอน้องแล้ว ตอนนั้นตนได้ยินจากวิทยุของเจ้าหน้าที่อุทยานว่าเจอน้องแล้ว ยายก็บอกว่าไม่ต้องไป เพราะกลัวว่าจะไม่ไหว เดี๋ยวคนจะหามลงมาอีก เนื่องจากเราไม่ได้กินข้าวกินน้ำกันเลย ซึ่งยังต้องมีพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน เราจึงนั่งรอที่บ้าน ระหว่างนั้นพ่อก็โทรหาเพื่อนที่ขึ้นไปบนภู เพื่อนก็บอกให้ทำใจว่า น้องไม่อยู่แล้วนะ ตอนนั้นเราเชื่อคำทำนาย ดูเหมือนจะจริง ไม่ได้คิดเรื่องขึ้นเขา และไม่คิดด้วยว่าจะตาย คิดว่าลูกเราจะกลับมาเป็นๆ ตอนนั้นเราจะไปนะ แต่ตากับยายห้ามไม่ให้ไป
- เมื่อถามว่า ลองคิดแทนคนที่สงสัย พ่อกับแม่ต้องไม่รอ และอยากไปหาลูกด้วยตัวเองหรือ พ่อกับแม่บอกว่า ยายกับตาห้ามไว้ ซึ่งเราก็จะไปอยู่ ความคิดเรา คือลูกยังอยู่
- เมื่อถามว่า แล้วจะรอให้เขาพาลูกมา แม่ไม่อยากขึ้นเขาไปหาลูกเหรอ แม่บอกว่า เขามันสูงมากนะ ซึ่งพ่ออธิบายเสริมว่า เราไม่ได้พักผ่อนมา 3-4 วันแล้ว ช่วงแรกเราเชื่อหมอธรรมที่มาทำพิธี ว่าให้ไปจุดธูปตรงนั้น ตรงนี้
- เราไม่ได้ขอให้ลุงพลทำทุกอย่างตามที่ลุงพลบอก แม่ขอให้ลุงพลพาน้องไปผ่าศพครั้งสุดท้ายจริง เพราะช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบเราทุกวัน และถูกสอบวันละหลายชั่วโมง จึงให้ลุงพลพาน้องไป ตนปลุกทุกคน ไม่ได้เฉพาะลุงพลคนเดียว
- การที่ทำศพเร็ว เผาเครื่องใช้ของชมพู่ แม่อธิบายว่า เป็นประเพณีของหมู่บ้านแถวนั้น ต้องเผาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไปด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้เก็บเอง และไม่ได้เก็บหมด ญาติๆ เป็นคนเก็บให้ เนื่องจากต้องเตรียมบ้านเพื่อทำพิธี ซึ่งยายก็บอกให้เหลือไว้ดูต่างหน้าด้วย
- แม่เริ่มสงสัยลุงพล จากไทม์ไลน์ แต่ก็มองไม่ออกว่า เหตุจูงใจคืออะไร
- ขณะที่พ่อตอบคำถามสังคม เรื่องที่หลายคนสงสัยว่า วันที่น้องหายไป พ่ออยู่ที่ไหน โดยพ่อระบุว่า วันนั้นพ่อไปไถนา พ่อออกจากบ้าน 07.30 น. ไปถึงนา มีคนเลี้ยงควาย เห็นพ่ออยู่ตลอดเวลา และอีก 3 คนก็มาบอกว่า จะเป็นพยานให้ว่า เห็นพ่อชมพู่ไถนาอยู่ตรงนั้น ซึ่งพยานไปแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเรียบร้อย
- พ่อบอกว่า "ไทม์ไลน์ลุงพล ทำไมไม่ตอบให้ชัดเจน เพราะของผมชัดแล้ว และมีพยานด้วย ซึ่งก็อยากให้ลุงพล ตอบให้ชัดเจนด้วย"
นอกจากนี้ แม่กับพ่อก็อยากเคลียร์ลุงพล เพราะเค้าเป็นญาติเรา ถ้าไม่ใช่ เราจะได้ตัดออกไป ก็อยากให้ลุงตอบเรื่องไทม์ไลน์ ซึ่งแม่ก็ยังนึกไม่ออกว่า ลุงจะทำเพื่ออะไร แม่คิดว่า ลุงพล รักลูกเรามากเกินไป ก่อนที่น้องจะหาย ยังพูดกับพ่อเลยว่า จะต้องให้น้องถอยออกมาบ้างแล้ว เพราะน้องติดลุงมาก แม่ก็ไม่รู้ว่าเขารักลูกเราแบบไหน เขารักลูกเรามาก จนสัญชาตญาณความเป็นแม่ต้องดึงลูกกลับคืนมา ซึ่งเป็นความสงสัยตั้งแต่ก่อนน้องหายได้ประมาณเดือนกว่าๆ ถึงขั้นเขาประกาศผ่านรายการว่า ถ้าเราไม่เลี้ยง จะขอลูกเราไปเลี้ยง หลังๆ ลุงพลมาชวนไปไหน ไปตลาด ก็จะไม่ได้ให้ไปทุกครั้ง ให้ไปบางครั้งเท่านั้น
"เราไม่ได้ปรักปรำลุง แค่สงสัย และอยากให้ลุงเคลียร์ เพราะเราต้องอยู่ด้วยกัน" แม่ชมพู่ บอก.