ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ยา-วัคซีนสู้โรคใหม่ รับสงครามเชื้อโรค

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ค. 2563 05:05 น.
    SHARE

    ในยามที่ “เชื้อโรค” ประกาศสงครามกับ “มนุษย์” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโคโรนาไวรัสที่ดาหน้ากันมา ตั้งแต่หวัดมรณะ ...ซาร์ส เมอร์ส โควิด-19 และแม้แต่ตัวที่เป็นประจำถิ่นเป็นหวัดน้ำมูกไหลยังก่อให้เกิดสมองอักเสบรุนแรง รวมกระทั่งปอดอักเสบรุนแรง เช่น NL63 OC43

    และ...เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีการผสมควบรวมประกอบร่างจากสายพันธุ์ต่างๆที่มาจาก คน นก หมู ตั้งแต่ปี 2554 ที่ประเทศจีนพบไข้หวัดหมูตลอดและหนาตาขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบัน G4 (PNAS 2020)...เป็นที่จับตาว่าจะมาจากคน จนกระทั่งติดต่อระหว่าง “คนสู่คน” หรือไม่?

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ สภากาชาดไทย บอกว่า บทเรียนต่างๆเหล่านี้รวมกระทั่งถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 H1N1 ที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการพัฒนารูปแบบของยาที่สามารถครอบคลุมได้หลายตัวพร้อมๆกัน ไม่ใช่แต่ไวรัสที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน

    แต่...รวมถึงต่างครอบครัวด้วย และแน่นอนคือ “วัคซีน” ซึ่งในกรณี ของไข้หวัดใหญ่ต้องสามารถป้องกันทั้งไข้หวัดใหญ่ประจำถิ่น และ...ไข้หวัดนก และ...ไข้หวัดใหญ่แบบต่างๆ

    ตัวอย่างที่ทำสำเร็จไปแล้วในหนูคือ Pangenotypic LAN vaccine เป็น universal fluvaccine จดสิทธิบัตรไปแล้วตั้งแต่ปี 2559 และขณะนี้เป็นการทดลอง โดยได้รับทุนวิจัยจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 5 ปี

    ในกรณีของวัคซีนโควิด-19 ที่เราพูดกันขณะนี้แม้ว่าจะเป็นชนิด ทำจากใบยา plant based. DNA. mRNA เป็น Conventional approach ทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นรูปแบบวัคซีนชัดเจนที่ในอนาคตต้องการ

    ทั้งยารักษาและวัคซีนจะเล็งเป็นเป้าหมายกว้างที่ “โฮสต์” หรือ “ไวรัส” เช่น กรณีของโรคไวรัสตับอักเสบดีจะโจมตีที่ prenylation site เช่น การใช้ยา lonafarnip ผ่านการพิสูจน์ จนกระทั่งถึงเฟส 3 ในมองโกเลีย

    ถึงตรงนี้คงต้องย้ำทิ้งท้ายว่า “ยาและวัคซีนที่ต้องการ ควรต้องเป็นรูปแบบ ครอบคลุมได้มากกว่าหนึ่ง และยังได้ผลไม่ว่ามีการกลายพันธุ์ หรือไม่ก็ตาม” ในวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การป้องกัน” การ์ดอย่าตก...โดยมีการเตือนภัยอย่างเข้มงวดและรัดกุม ขอให้ทุกคนปลอดภัย

    “วัคซีน-ยา” สู้ “โควิด-19” คนทั่วโลกต่างก็เฝ้ารอด้วยใจตั้งหวัง อีกเรื่องสำคัญที่เป็นหนึ่งในความหวัง “คนไทย” เช่นกัน ก็คือเรื่อง “การเมือง” ที่เชื่อมโยงสะท้อนไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และอื่นๆ

    ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส

    “พยากรณ์การเมืองใหม่ที่จะมาถึงในไม่ช้า” ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เปิดประเด็น บอกว่า พยากรณ์ได้ว่าการเมืองใหม่จะมาถึงในไม่ช้า เพราะ หนึ่ง...ประชาชนเอือมระอากับการเมืองเก่าๆเต็มที สอง...วิกฤติ โควิดแสดงให้เห็นว่าการเมืองเก่าๆที่ไม่มีคุณภาพไม่สามารถนำประเทศพ้นวิกฤติได้

    “ด้วยสองเหตุปัจจัยข้างต้น แน่นอนว่าไม่ช้าไม่นานคงจะมีการยุบสภาฯให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อหาทางออกจากสภาวะเก่าอันไม่โสภา ...การเมืองใหม่เริ่มจากกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ได้จากมติเป็นเอกฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร”

    ตรงนี้เองที่เป็น “การเมืองใหม่” เพราะใช้วิถี “ทางสายกลาง” ซึ่งเป็นทางแห่งความเป็นเหตุเป็นผลล้วนๆ หรือ...ทางสายปัญญา ไม่มีการแบ่งข้างแบ่งขั้ว กล่าวย้ำไปหลายช่วงหลายเวลาแล้วว่า...เราไปเอาอย่างฝรั่งเสียนาน ฝรั่งคิดแบบตายตัวจึงแยกส่วน นำไปสู่การแบ่งข้างแบ่งขั้ว ขัดแย้งและรุนแรง

    “ประวัติศาสตร์ของยุโรปจึงเต็มไปด้วยสงครามการเมืองแบบแบ่งข้างแบ่งขั้วสุดๆก็เห็นได้ในการเมืองของสหรัฐอเมริกาซึ่งพิกลพิการแล้ว วุฒิสภาโหวตสนับสนุนทรัมป์เพราะเป็นพวกเดียวกัน เป็นการโหวตโดยความเป็นพรรคหรือพวกมากลากไป”

    ไม่ใช่แต่ละคนมีอิสระที่จะใช้ความเป็นเหตุเป็นผล และวิจารณญาณของตนเอง

    “บุคคล” ถ้าตกอยู่ในสภาพการณ์ถูกอำนาจบีบบังคับ จะใช้สมองส่วนหลังซึ่งเป็น “สมองสัตว์เลื้อยคลาน” ทำหน้าที่เพื่อความอยู่รอด หนีภัย หลอกลวง แต่ถ้าบุคคลมีอิสระที่จะใช้วิจารณญาณของตนเองจะใช้สมองส่วนหน้าซึ่งอยู่หลังหน้าผาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับสติปัญญา วิจารณญาณ ศีลธรรม ก้าวข้ามตัวตน

    “รัฐสภา” ต้องเป็นสภาฯที่ใช้สมองส่วนหน้า ไม่ใช่สมองส่วนหลัง จึงจะเป็นการเมืองใหม่

    เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้า ส.ส. แต่ละท่านใช้วิจารณญาณของตนเอง จะใช้ สมองส่วนหน้าและตัดสินใจในเรื่องดีๆได้ แต่ถ้าต้องทำตามมติของพรรคหรือของกลุ่ม ก็ไม่ต้องใช้สติปัญญาอะไร เพียงแต่ถูกต้อนไปโดยนายทุนพรรค หรือนายทุนกลุ่ม เพื่อต่อรองเอาอำนาจทางการเมือง

    “การเมืองเก่าเป็นอย่างนี้ จึงไม่มีคุณภาพเรื่อยมา เป็นปัจจัยให้ประเทศวิกฤติ”

    ฉะนั้น การเลือก “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” จึงควรให้ ส.ส. แต่ละท่านใช้วิจารณญาณของตนเองโหวตหลายรอบจนกระทั่งได้มติเป็นเอกฉันท์ แบบที่สภาพระคาร์ดินัลโหวตเลือกพระสันตะปาปาในวิหารซิสทีน

    “ประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่ประชาธิปไตยเสียงข้างมากเท่านั้น แต่มีประชาธิปไตยที่เป็นเอกฉันท์ด้วย” เมื่อนายกฯคนใหม่เป็นที่ยอมรับของส.ส. ทั้งสภา การเมืองก็หมดความเป็นข้างเป็นขั้ว แต่ดำเนินไปด้วยความเป็นเหตุเป็นผลและวิจารณญาณ ได้คนดีมีคุณภาพที่สุดไม่ใช่ขึ้นกับโควตา ของกลุ่มต่างๆของพรรคการเมือง

    “ระบบโควตาของกลุ่มในพรรคการเมือง...ไม่อาจการันตีได้ว่าจะได้คนดีที่สุดมาบริหารบ้านเมือง”

    “การเมืองใหม่” เคารพสิทธิของประชาชนที่จะได้คนที่ดีที่สุดมาบริหารประเทศ เลิกการยอมรับสิทธิของกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี...การเมืองสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนศีลธรรมไม่ใช่แบบนั้น

    ประเด็นน่าสนใจที่ต้องเน้นย้ำ...การเมืองใหม่อีกอย่างหนึ่งคือ “การแก้รัฐธรรมนูญ” หรือ “ออกพระราชบัญญัติกำหนด” ให้มี การประชุมสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตยและบ้านเมืองอย่างก้าวกระโดด

    อธิบายคร่าวๆได้ว่า...“การเมือง” เป็นเรื่องของการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ เป็นความเจริญหรือความเสื่อมของประเทศ ขึ้นกับว่าเป็นนโยบายสาธารณะที่ดีหรือไม่ แน่นอนว่าการได้มาซึ่งนโยบายสาธารณะที่ดีเป็นเรื่องยาก เพราะมีบุคคลและคณะบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก อีกทั้งยังมีความอ่อนแอทางวิชาการ...“การเมืองใหม่” จึงต้องสัมพันธ์อยู่กับ “กระบวนการนโยบายสาธารณะ” ที่ดี

    ซึ่ง...เป็นกระบวนการทางปัญญาและความดีสูงสุดของประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่แท้และประชาธิปไตยอรรถประโยชน์ เรียกว่า “กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม”

    “การที่ฝ่ายการเมืองรับไปปฏิบัติ มีการติดตามช่วยเหลือผู้ปฏิบัติให้ปฏิบัติได้...มีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลป้อนกลับมาพัฒนานโยบายให้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดเหล่านี้...จะเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ใช้สติปัญญาสูงสุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณะเป็นการเมืองใหม่”

    รายละเอียดในเรื่องนี้ซับซ้อนลึกซึ้ง สามารถสืบค้นหาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “สมัชชานโยบายสาธารณะแห่งชาติ : เครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตยและประเทศชาติอย่างก้าวกระโดด”

    ถึงตรงนี้สรุปสั้นๆเข้าใจง่ายๆได้ว่า...“ถ้านักการเมืองถึงทางตันหันมาใช้วิถีทางสายกลางทางการเมือง สร้างการเมืองใหม่ โดย หนึ่ง...เลือกนายกรัฐมนตรีด้วยมติเป็นเอกฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร สอง...ออกกฎหมายสร้างระบบสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะแห่งชาติ”...ก็จะครบภาพจิ๊กซอว์สำคัญ

    อันเป็นเครื่องมือพัฒนา “ประชาธิปไตย” และ “ประเทศชาติ” อย่างก้าวกระโดด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สกู๊ปหน้า 1โควิด-19COVID-19วัคซีนโควิด-19สุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้