ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รับมือ "ปลดล็อก" เฟส 5 เข้มมาตรการคุม "ร้านเกม-อ่าง-ผับ-บาร์"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.ค. 2563 05:01 น.
    SHARE

    พลันที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 โดยอนุญาตให้เปิดกิจการและกิจกรรมต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เปิดโรงเรียนทั้งหมดทั้งภาครัฐและเอกชน, ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้ มอลล์ ปิดเวลา 22.00 น. ส่วนร้านสะดวกซื้อเปิดได้ 24 ชั่วโมง, เปิดร้านเกม อินเตอร์เน็ต, สถานบันเทิง ได้แก่ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ไม่เกิน 24.00 น. และเปิดโรงน้ำชา และอาบอบนวดโดยห้ามมีการขายประเวณี

    ความกังวลว่า หากมีการผ่อนปรนสถานที่ต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยงการระบาดของโรคเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้การระบาดระลอกสองของโควิด-19 มาเร็วกว่าที่คิดได้

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จึงได้จัดประชุมเทเลคอนเฟอเรนซ์ มอบนโยบายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ทั่วประเทศ ควบคุมกำกับติดตามให้กิจการต่างๆที่ได้รับการผ่อนคลายดำเนินการตามมาตรการหลักและมาตรการเสริมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

    นายอนุทิน บอกว่า ในส่วนของการเปิดโรงเรียนได้มอบหมายให้นายแพทย์ สสจ.ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไปให้คำแนะนำกับทางโรงเรียน ชี้แนะเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรการหลักและมาตรการเสริมได้ถูกต้องครบถ้วน ทั้งในเรื่องของการคัดกรองเด็กป่วยเป็นไข้ ไอ จาม เน้นให้กำชับเรื่องการสวมหน้ากาก ล้างมือ อย่างเคร่งครัด และให้จัดห้องเรียนไม่ให้แออัด ระบายอากาศได้ดี ในส่วนของร้านเกมอินเตอร์เน็ตเน้นให้จำกัดจำนวนไม่ให้เกิดความแออัด และมีมาตรการป้องกันโรคตามคำแนะนำ รวมทั้งดูอายุของผู้ใช้บริการ เปิดปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

    “แม้จะมีการปลดล็อกระยะที่ 5 แล้ว แต่มาตรการต่างๆที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ และทำให้เราประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค ก็ยังต้องคงไว้ ในทุกๆส่วนที่ได้รับการผ่อนปรน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน สถานบันเทิง ไปจนถึงอาบอบนวด”

    รมว.สาธารณสุข ย้ำว่า ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานบันเทิง เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่มีโอกาสแพร่โรคได้มาก เนื่องจากมีการใช้เสียงมาก คนจำนวนมากอยู่รวมกันในที่แคบ อากาศเย็น ต้องกำชับให้ผู้จัดการปฏิบัติตามคำแนะนำในทุกมาตรการอย่างจริงจัง ส่วนโรงน้ำชา และอาบอบนวด ต้องพิจารณามาตรการเฝ้าระวัง และอาจจะเตรียมการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มพนักงาน เมื่อมีการป่วยด้วยอาการของโรคทางเดินหายใจ

    “ในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขจะประสานกับฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามกำกับการดำเนินงานตามมาตรการของกิจการต่างๆ อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง หากพบประเด็นปัญหา ต้องรีบดำเนินการแก้ไข ป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงโดยเด็ดขาด”

    นายอนุทิน บอกอีกว่า ที่ต้องมีมาตรการเคร่งครัด การ์ดไม่ตกอีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่รัฐบาลเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติที่จะเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยผ่านช่องทางเข้า-ออกประเทศ อาจมีนักธุรกิจและนักลงทุนส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาทำภารกิจในประเทศไทย เป็นระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วัน โดยพิจารณาจากประเทศที่มีการควบคุมโรคโควิดได้ดีแล้ว แต่ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการของไทย

    “มีหลายกลุ่มที่เราต้องควบคุม กำกับ ดูแลอย่างใกล้ชิด แม้แต่นักเรียนในโรงเรียนตามแนวชายแดน และแรงงานต่างด้าวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย อาจจะมีความเสี่ยงต่อการนำเชื้อเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งต้องใช้มาตรการป้องกันที่เข้มงวด บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ต้องสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือประชาชน เพื่อเร่งสร้างความตระหนักในการป้องกันโรค”

    รมว.สาธารณสุข ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ด้วยมาตรการที่รัฐแนะนำในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการวัดไข้ สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง ล้วนเป็นมาตรการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนภายในประเทศ และชาวต่างชาติในส่วนของโรงพยาบาล นายอนุทิน บอกว่า แม้จะยังไม่มีการระบาดระลอกที่ 2 หรือ 3 แต่ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม โดยได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมทางด้านการแพทย์ สำรวจเวชภัณฑ์ ชุดป้องกันและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพราะการผ่อนคลายในระยะที่ 5 นี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นการเปิดกิจการที่มีความเสี่ยงมากกว่าระยะที่ 4

    “เป้าหมายในการควบคุมกำกับดูแลอย่างเข้มงวดนี้ ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลนะครับ แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในประเทศไทย หากทำได้ทุกที่ ทุกคน จะสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ไม่ให้กลับมาแพร่ระบาดใหม่ได้ ผมจึงขอฝากภารกิจสำคัญนี้ไว้กับพวกเราทุกคน และผมเชื่อมั่นว่าเราจะทำได้สำเร็จด้วยความร่วมมือร่วมใจกันครับ”

    ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสริมว่า ได้เน้นย้ำเรื่องการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่ โดยโรง-พยาบาลต้องให้ความสำคัญกับผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบที่ไม่สามารถระบุสาเหตุ หรือผู้ป่วยปอดอักเสบที่แพทย์สงสัยโรคโควิด ให้มีการส่งตรวจ lab หาเชื้อก่อโรคโควิด-19

    ในส่วนของโรงเรียนหรือสถานที่เสี่ยงที่เปิดให้บริการ หากพบผู้ป่วยอาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไปภายในสัปดาห์เดียวกัน ในสถานที่เดียวกัน เช่น ห้องเรียน หอพัก หรือสถานประกอบกิจการ ก็ให้มีการสอบสวนหาสาเหตุและทำการควบคุมโรคโดยเร็ว เพื่อไม่ให้มีการระบาดต่อเนื่องในพื้นที่

    ด้วยมาตรการและการกำชับ กำกับ ดูแล อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าน่าจะเป็นการลดความเสี่ยงในการระบาดของโควิด-19 ในระลอก 2 ได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ปลดล็อก เฟส 5ร้านเกมอาบอบนวดผับบาร์THE NEW NORMALข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้