ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สรุปดราม่าติดหนี้ กยศ. หมื่นเจ็ด แต่ทำไมบุคคลที่ 3 ถูกยึดบ้าน 2 ล้าน

    ไทยรัฐออนไลน์25 มิ.ย. 2563 20:41 น.
    SHARE

    สรุปดราม่าติดหนี้ กยศ. 17,000 บาท แต่ทำไมถูกยึดบ้านราคา 2 ล้านบาทไปขายทอดตลาด พบบ้านเป็นชื่อพ่อซึ่งไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆ เลย ขณะที่กยศ.ชี้แจงช่วยซื้อบ้านคืน และให้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือ

    - นางสาวกรทิพ วงศ์ตะวัน อายุ 43 ปี ได้พานายสมพร วงศ์ตะวัน อายุ 75 ปี พ่อและน้องสาว คือ นางสาวสมหมาย วงศ์ตะวัน อายุ 38 ปี มาร้องเรียนกับสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ หลังเป็นหนี้กยศ.จำนวนเงิน 17,000 บาท แต่ถูกยึดบ้านราคา 2 ล้านบาท

    - นางสาวสมหมาย ได้กู้เงินกยศ.เพื่อเรียนต่อระดับอาชีวศึกษา โดยมีแม่ คือนางพริ้ง วงศ์ตะวัน เป็นผู้ค้ำประกัน

    - หลังจากนางสาวสมหมาย เรียนจบก็ได้ส่งเงินคืนกองทุน กยศ.มาตลอด ต่อมาได้ย้ายไปทำงานต่างจังหวัด จึงไม่ได้ส่งเงินต่อ ทำให้นางสาวสมหมาย คงค้างหนี้ กยศ.อยู่ประมาณ 17,000 บาท

    - นางสาวกรทิพ สงสัยว่า ทำไมถึงมีการยึดทรัพย์ของพ่อที่เป็นบ้านทรงไทย ทั้งๆ ที่พ่อไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆ ในการกู้ยืมเงินจาก กยศ.

    - นางสาวกรทิพ มีข้อสงสัยอีกว่า ทำไม กยศ. กลับยึดทรัพย์ และฟ้องพ่อ คือ นายสมพรเป็นจำเลยที่ 3 แต่ไม่ได้ฟ้องน้องสาวที่เป็นคนกู้ หรือ แม่ของตน ที่เป็นคนค้ำประกัน

    - พ่อและแม่ คือ นายสมพร กับ นางพริ้ง ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย

    - บ้านเรือนไทยหลังดังกล่าว ติดจำนองอยู่ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวน 1.4 ล้านบาท

    - นางสาวกรทิพ กล่าวหลังจากปรึกษาอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ ว่า เรื่องการดำเนินการต่อไป มี 2 กรณี คือ ทำการไกล่เกลี่ยกับบริษัทที่ซื้อบ้านหลังนี้ไป โดยจะนัดวันไกล่เกลี่ยคือ วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 นี้

    - ทางที่ 2 คือ หาทนายความ เพื่อมาทำเรื่องรื้อคดีใหม่อีกครั้ง ซึ่งทั้งสองแนวทาง ครอบครัวจะต้องสู้เพื่อให้ได้บ้านหลังนี้คืนมาให้ได้  

    กยศ.ขอชี้แจง ติดหนี้หมื่นเจ็ด แต่ทำไมถึงถูกยึดบ้าน 2 ล้าน

    - นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุน กยศ. ได้ตรวจสอบเคสดังกล่าว โดยพบว่า ผู้กู้ยืมถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2551 และศาลได้มีคำพิพากษาให้ชำระหนี้เงินต้น จำนวน 17,868 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่ผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา

    - กยศ. จึงจำเป็นต้องดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดี เมื่อปลายปี 2561

    - ช่วงต้นปี 2562 ผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้เพียงบางส่วน และไม่ได้ติดต่อกองทุนเพื่อทำบันทึกข้อตกลงงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ ซึ่งหากผู้กู้ยืม หรือผู้ค้ำประกันมาติดต่อก็สามารถของดการขายทรัพย์และผ่อนชำระหนี้ได้อีก 6 ปี

    - สำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ได้ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยขายแบบติดจำนอง เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.63

    - โดยมีบุคคลภายนอกซื้อได้ในราคา 30,000 บาท การขายครั้งนี้เป็นการขายครั้งที่ 11 ซึ่งในการขายทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีผู้กู้ยืม และผู้ค้ำประกันมาดูแลการขาย

    - นายชัยณรงค์ กล่าว่า ปกติแล้ว ก่อนที่จะมีการบังคับคดี กยศ.พยายามติดต่อกับผู้กู้ยืม และผู้ค้ำประกันทั้งทางจดหมายและทางโทรศัพท์ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด

    - จนสุดท้ายกยศ.มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกันก่อนที่คดีจะขาดอายุความ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน

    - สำหรับเคสที่แพร่นี้ กยศ.ได้ประสานงานกับผู้ซื้อทรัพย์เพื่อให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยินดีขายทรัพย์คืนให้แก่ผู้ค้ำประกันในราคาซื้อ

    - นายชัยณรงค์ ทิ้งท้ายว่า ขอฝากถึงผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่ถูกบังคับคดี ขอให้มาติดต่อที่กองทุนกยศ.เพื่อจะได้โอกาสในการผ่อนชำระได้อีกไม่เกิน 6 ปี

    - ที่สำคัญขอฝากเรื่องการค้ำประกันการกู้ยืมใดๆ ขอให้ผู้ค้ำประกันตระหนักว่า จะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย โดยขอให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้เป็นปกติเพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้อง จนเดือดร้อนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดาและญาติ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กยศ.ติดหนี้กยศ.ขายทอดตลาดหนี้กยศ.แพร่ยึดบ้านข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 10:50 น.