ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สองอาชีพต่างด้าว ยุคโควิดกติกาเข้ม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 มิ.ย. 2563 05:05 น.
    SHARE

    “แรงงานต่างด้าว” เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนประเทศ ไทย แรงงานเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างแออัดยัดเยียด แน่นอนว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์การระบาดไวรัส “โควิด-19” เฉกเช่นวันนี้

    แม้ว่า “ประเทศไทย” จะได้รับยกย่องว่าเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่มี ความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดมากที่สุด ทั้งยังถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลกประจำปี 2562 แต่ถ้า “การ์ดตก” ปล่อยปละละเลยก็ยังเป็นเรื่องที่น่าห่วง ไม่ต่างกับหลายๆประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาเรื้อรังอยู่ในขณะนี้

    แน่นอนว่า แรงงานส่วนใหญ่ก็มั่นใจในการช่วยเหลือด้านสุขภาพของบ้านเราตามหลักมนุษยธรรมและตัวระบบ กระนั้นยังเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่ากะพริบตาเช่นกัน

    วันนี้ “กรมการจัดหางาน” ประกาศกำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน โดยออกประกาศ กรมการจัดหางาน เรื่อง เงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกร และงานขายของหน้าร้านกับนายจ้าง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

    กำหนดหลักเกณฑ์การรับคนต่างด้าวเข้าทำงานขายของหน้าร้าน งานกรรมกร ให้ “นายจ้าง”...“คนต่างด้าว” ปฏิบัติตาม เพื่อประโยชน์ ในการรักษาโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย และควบคุมการรับ คนต่างด้าวเข้าทำงานดังกล่าวกับนายจ้างในประเทศให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    โดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติ และความต้องการแรงงานต่างด้าวที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ สุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบายว่า เนื่องจากตามข้อ 5 วรรคสอง ของประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2563

    ได้กำหนดให้อธิบดีกรมการจัดหางานออกประกาศกำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

    โดยมีเงื่อนไขให้ “คนต่างด้าว” ทำงานนั้นได้ก็เฉพาะงานที่มีนายจ้าง และได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาล ไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MOU) ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงแรงงานกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

    โดยที่ก่อนออกประกาศกำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน กรมฯได้รับฟังความคิดเห็นทั้งจากหน่วยงานราชการ...หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้ว

    ย้ำว่า...ประกาศกรมการจัดหางานในเรื่องนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2563 เพื่อกำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน

    โดยงานขายของหน้าร้าน กำหนดคุณสมบัตินายจ้างที่จะรับคนต่างด้าวเข้าทำงานจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์... ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

    หรือในกรณีร้านค้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ให้นายจ้างแสดง ใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ เพื่อประกอบพาณิชยกิจ

    ที่สำคัญ...นายจ้างต้องรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านตามหลักสัดส่วนสูงสุดไม่เกิน 20 คน ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์การชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีภาษี ที่ผ่านมา ที่กำหนดสัดส่วนการรับคนต่างด้าวได้ตั้งแต่ 1-10 คน ตามมูลค่าภาษีเงินได้ที่ได้ชำระแล้ว

    กรณีที่รอบปีภาษีที่ผ่านมาได้ยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้และได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีเงินได้ สามารถรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 1 คน กรณีที่ชำระภาษีเงินได้ตั้งแต่ 1-50,000 บาท สามารถ รับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 3 คน

    ในกรณีที่ชำระภาษีเงินได้เกินกว่า 50,000 บาท ทุกๆ 50,000 บาท...จ้างคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านเพิ่มได้ 1 คน ทั้งนี้ ไม่เกิน 10 คน

    กรณีหากต้องการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเกินกว่า 10 คน ให้นำหลักเกณฑ์การจ้างงานมาใช้พิจารณา คือ นายจ้างที่มีลูกจ้างคนไทย 30 คน สามารถรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเพิ่มได้ 1 คน

    และถ้ามีการจ้างคนไทยเพิ่มทุกๆ 10 คน ให้รับคนต่างด้าวได้อีก 1 คน

    เมื่อรวมทั้ง 2 หลักเกณฑ์แล้ว “นายจ้าง” จะสามารถรับ “คนต่างด้าว” เข้าทำงานขายของหน้าร้านได้ไม่เกิน 20 คน ส่วนการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรนั้นไม่ได้กำหนดเรื่องสัดส่วนจำนวนที่จะรับไว้

    แต่คนต่างด้าวจะมีสิทธิทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้านได้ก็ต่อเมื่อในใบอนุญาตทำงานระบุสิทธิว่า สามารถทำงานกรรมกร หรืองานขายของหน้าร้านได้เท่านั้น

    โดยในงาน “ขายของหน้าร้าน” ต้องระบุ “นายจ้าง” ด้วย

    ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้างต้นนี้ “คนต่างด้าว” และ “นายจ้าง” จะมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

    อีกประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ...ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยคนต่างด้าวจะมีความผิดตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท

    และเมื่อได้ชำระค่าปรับแล้ว ให้ส่งคนต่างด้าวผู้นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร

    ส่วนนายจ้างจะมีความผิดตามมาตรา 9 สำหรับการกระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และหากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

    หรือ...ทั้งจำทั้งปรับ และห้ามผู้นั้นจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลาสามปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ

    ถึงตรงนี้ให้รู้เอาไว้อีกว่า สำหรับกรณีที่ใบอนุญาตทำงานยังไม่ได้ระบุสิทธิว่าสามารถทำงาน “กรรมกร” หรือ “งานขายของหน้าร้าน” ได้ นายจ้าง...สถานประกอบการสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานกรรมกร หรืองานขายของหน้าร้านในใบอนุญาตทำงาน ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด

    หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการ

    หรือโทร.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ “สายด่วนกระทรวงแรงงาน” โทร. 1506 กด 2 “กรมการจัดหางาน”

    ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน ขอเน้นย้ำให้นายจ้าง...สถานประกอบการ กำชับให้แรงงานต่างด้าวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

    ไม่ว่าจะเป็นในการทำงาน หรือ...ใช้ชีวิตประจำวัน ต้องมีการ เว้นระยะห่างทางสังคม...รู้จักป้องกันตัวอย่างถูกต้อง นอกจากตัวเองจะปลอดภัยแล้วยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้คนรอบข้าง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สกู๊ปหน้า 1โควิด-19แรงงานต่างด้าวกรมการจัดหางานคนต่างด้าวอาชีพคนต่างด้าวอาชีพที่คนต่างด้าวทำงานได้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้