ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หมายเหตุประเทศไทย : ความฝันของแผ่นดิน 2020

    ลม เปลี่ยนทิศ6 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    วันเสาร์สบายๆ หน้าฝนวันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านย้อนหลัง 25 ปีไปอ่าน “ความฝันของแผ่นดิน 2020” กันนะครับ ช่วงอยู่บ้านปลอดเชื้อเพื่อชาติทำให้ผมมีโอกาสรื้อกองหนังสือเก่ามากมาย เล่มหนึ่งที่เพิ่งเจอสัปดาห์ก่อนก็คือ “ความฝันของแผ่นดิน” เป็นหนังสือที่ประกาศถึง “วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020” จากงานสัมมนาระดับชาติเรื่อง “ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2539 มี ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีศึกษายุค “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานคณะศึกษา เปิดอ่านแล้วก็อึ้ง คนสมัยนั้นคิดทันสมัยกว่าคนสมัยนี้เสียอีก

    ในหนังสือเล่มนี้ อาจารย์สิปปนนท์ ได้แทรก จดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนคนไทย เรียกร้องให้ทุ่มเทกำลังทรัพยากรกับการพัฒนาเด็กไทยอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า “การวางรากฐานชีวิตที่ดีให้เด็กคือการรักษาอนาคตที่ดีให้บ้านเมือง” ต้องทุ่มเทตั้งแต่ ด้านอาหารการกิน สุขภาพอนามัย ที่วิ่งเล่น ที่พักผ่อน ไปจนถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมากับใคร หรือยู่ในภาวะยากลำบากอย่างไร ให้ชีวิตน้อยๆที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยทุกชีวิต เปี่ยมด้วยโอกาสและความหวังอย่างเท่าเทียมกันทุกคน

    อาจารย์สิปปนนท์ เรียกร้องให้มีการ “เปลี่ยนวิธีคิด” เกี่ยวกับการจัดการศึกษาเป็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ยกระดับการศึกษาและ “ความสามารถในการเรียนรู้” ของคนไทยด้วยการ ขยายการศึกษาพัฒนาการนอนของครู การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อนำการเรียนรู้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงการพัฒนาฝีมือแรงงานทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยในทุกภาคการผลิตและภาคบริการ เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพ

    ความฝันของแผ่นดินครั้งนั้น เกิดขึ้นจากการประชุม “วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020” ในเดือนพฤษภาคม 2539 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากการระดมความคิดของนักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ นักวิชาการกว่า 5,000 คน และได้ประกาศ “วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020” เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยตลอด 25 ปีข้างหน้า หรือ พ.ศ.2563 ก็คือปีนี้นั่นเอง

    ไปดู ความฝันของคนไทย 25 ปีก่อน ที่ระดมสมองสร้างฝันอนาคตประเทศไทย เขาอยากเห็น “ประเทศไทยปี 2020 พ.ศ.2563” ในปีนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง

    “1.ประชากรทั้งหมดกว่า 70 ล้านคนของไทยจะปลอดจากความยากจน

    2.เด็กไทยจะได้เรียนขั้นต่ำถึงมัธยมปลายทุกคน และกว่าร้อยละ 50 ได้เรียนถึงมหาวิทยาลัย

    3.ไทยจะขยับไปอยู่อันดับที่ 16 ของโลกในเชิงความสามารถทางเศรษฐกิจ และจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งในด้านอุตสาหกรรม คมนาคม การเงิน การท่องเที่ยว และการบริการ กลายเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศอย่างหลากหลาย

    เรายังฝันให้ คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีโอกาสพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และการขยับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเท่าเทียม ฝันให้เมืองไทยจะเป็นสังคมแห่งความเป็นมิตร มีความเอื้ออาทรต่อกัน สามารถร่วมกันแก้ปัญหาทุกเรื่องได้โดยสันติและสร้างสรรค์ ฝันให้เมืองไทยมีระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ มีระบบราชการและข้าราชการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ”

    เขายังฝันให้คนไทยในวันนี้มี “ชีวิตแห่งการเรียนรู้” ที่เป็นการศึกษาตลอดชีวิต ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อเป็น “ทรัพยากรมนุษย์” ในระบบเศรษฐกิจเท่านั้น เขาฝันให้สังคมไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้เกิด “ครัวเรือน on-line” “ชุมชน on-line” และ “โรงเรียน on-line” เพื่อนให้ “...คนเก่งในอนาคต มิใช่คนที่รู้หรือจำข้อมูลได้มากมาย แต่เป็นคนที่รู้ว่า ในสถานการณ์ใดจะต้องใช้ข้อมูลอะไร และจะไปหา ข้อมูลนั้นได้ที่ไหน...” ถ้ายุติการศึกษาเท่าที่บังคับ 12 ปี 15 ปี ก็คือการ “ตายก่อนกำหนด” เป็นการ “ตายทางปัญญา” ที่ทำให้บุคคลผู้นั้นยากจะมีชีวิตที่ทรงคุณค่าในสังคมได้

    วันนี้ผ่านไป 25 ปีพอดี “ความฝันของแผ่นดิน” ก็ยังเป็น “ความฝัน” แถมยังมี “ฝันร้าย” เข้ามาแทรกความฝันอันงดงามของแผ่นดินตลอด 25 ปีอีกด้วย.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศความฝันของแผ่นดินหนังสือน่าอ่านความฝันฝันร้ายอนาคตประเทศไทย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้