"จิตสุภา วัชรพล" ผู้บริหารไทยรัฐ เผยทิศทางสื่อออนไลน์หลัง "โควิด-19" การทำการตลาดออนไลน์เข้มข้นมากขึ้น สื่อเล็ก ใหญ่ ปรับพฤติกรรมเพื่อความอยู่รอด 

นางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี กล่าวถึงทิศทางสื่อออนไลน์หลัง "โควิด-19" ผ่านกิจกรรม Re:learning for the Future 19 ความท้าทายใหม่ในโลกที่(ไม่)เหมือนเดิม ทางเฟซบุ๊ก TKpark อุทยานการเรียนรู้ ว่า ในสถานการณ์นี้มองได้ 3 มิติ สำหรับมิติแรกก็คือ ทักษะเกี่ยวกับดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (Digital Marketing) ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับทุกแบรนด์ ที่ต้องการขายสินค้าให้กับผู้บริโภค

จริงๆ แล้วเรื่องการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่ฮิตกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่บางหน่วยงาน บางองค์กร บางแบรนด์ อาจยังไม่เห็นถึงความสำคัญมากนัก หรือ อาจจะยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จนวันนี้สถานการณ์หลายอย่างถูกบีบบังคับ ทำให้การทำการตลาดบนออนไลน์ถูกหยิบยกขึ้นมา และมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะเกี่ยวกับการซื้อแอดโฆษณา, Target Advertisement, การทำแคมเปญ, การทำโปรโมชั่นสำหรับผู้บริโภคออนไลน์โดยเฉพาะ

...

ในขณะที่ฝั่งแบรนด์เรียนรู้การทำ Digital Marketing ให้ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นแล้ว ทางฝั่งของคนขายเองก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องนี้เช่นกัน เพราะในช่วงโควิด-19 มีหลายแบรนด์ที่เริ่มขยับมาทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งอาจจะยังไม่เข้าใจแพลตฟอร์มต่างๆ จึงเป็นหน้าที่ของฝั่งผู้ขายที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อที่จะให้แบรนด์เอาไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับ Marketing Objectives หรือ วัตถุประสงค์การตลาดของแบรนด์นั้นๆ

นางสาวจิตสุภา กล่าวต่อว่า เนื่องจากสถานการณ์นี้กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การออกโปรโมชั่น สินค้าใหม่ในช่วงนี้จึงต้องออกอย่างระมัดระวังมากขึ้น จะเห็นได้ว่าหลายบริษัทได้ตัดงบโฆษณาลง เพื่อรักษาสภาพคล่องของตัวเอง เพราะฉะนั้นงบสำหรับโฆษณาจึงต้องจ่ายออกไปอย่างระมัดระวัง พร้อมกับหวังผลจากเม็ดเงินโฆษณาเหล่านั้นมากขึ้นด้วย

ดังนั้น การทำโฆษณาออนไลน์จึงต้องนำ Data Analytics มีนำข้อมูลมาวิเคราะห์ให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้เงินที่แบรนด์ยอมซื้อโฆษณาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แต่มีอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงก็คือ เมื่อทุกอย่างมารวมตัวกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็จะทำให้เกิดความแออัด ผู้บริโภคต้องรับข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นแต่ละแบรนด์ จึงต้องมาคิดอีกว่าจะทำอย่างไรให้โฆษณาของตัวเองโดดเด่น น่าสนใจกว่าคู่แข่ง อีกหนึ่งผลกระทบก็คือ เมื่อทุกคนย้ายมาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว อาจจะเป็นการลงโฆษณาเกินความจำเป็น

สำหรับมิติที่ 2 คือเรื่องของกระบวนการทำคอนเทนต์ ทั้งในส่วนของ News และ Non news ไม่ว่าจะสำนักพิมพ์เจ้าเล็ก หรือ สำนักพิมพ์เจ้าใหญ่ รวมไปถึงผู้ผลิตคอนเทนต์อื่นๆ เช่น youtuber, vloger เป็นต้น

ในกระบวนการทำคอนเทนต์ออนไลน์ ก็ค่อนข้างเล็กกะทัดรัดอยู่แล้ว เมื่ออยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กองถ่ายอาจจะต้องถูกลดขนาดลง ลดจำนวนคนเพื่อลดความแออัดหน้างาน รวมไปถึงเป็นการลดต้นทุนในการถ่ายทำด้วย ส่วนการออกแบบรายการใหม่ก็จะมีการคิดนอกกรอบออกไปอีก

"ในช่วงโควิด-19 เหมือนเป็นการท้าทายที่ทุกคนต้องพลิกแพลง หาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ ซึ่งก็ได้เห็นตัวอย่าง เห็นผลลัพธ์ที่เกิดจากสถานการณ์นี้มาสักพักแล้ว จะเห็นดารานักแสดงคิดรายการใหม่ๆ ขึ้นมาสำหรับช่วงนี้โดยเฉพาะ เช่น รายการชวนทำอาหาร รีวิวอาหาร รีวิวสินค้าจากที่บ้าน มีการใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาใช้ในการถ่ายทำ

อย่าง PEEPZ ในเครือไทยรัฐเองก็มี รายการชื่อ ห้องปลดทอล์ก ใช้วิธีการสัมภาษณ์แขกรับเชิญผ่านทางวิดีโอคอล ซึ่งอรรถรสอาจจะลดลง แต่ยังคงให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมได้อยู่"

มิติที่ 3 การเตรียมพร้อมรับมือและการปรับตัวในช่วงโควิด-19 ในมุมของไทยรัฐออนไลน์ ถือว่าโชคดีที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปูทางเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เช่น การให้พนักงาน Work From Home, การประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์, การใช้เครื่องมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางออนไลน์, ระบบการเขียนข่าวขึ้นเว็บไซต์, ระบบการขอลา ซึ่งสามารถใช้งานที่ไหนก็ได้ ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมาก

แต่สำหรับบางบริษัท อาจจะเป็นเหมือนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่วนตัวอยากให้มองเรื่องนี้เป็นโอกาสมากกว่าวิกฤติ และยังมีอีกมุมดีๆ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือพฤติกรรมของคน จะเห็นได้ว่าเมื่อทุกคนมีเวลามากขึ้น ก็จะมีเวลาท่องอินเทอร์เน็ตมากขึ้น หลายคนหาความรู้เพิ่มเติมจากที่เคยศึกษาค้างไว้ ทำให้ในช่วงนี้จะเห็นคลิปให้ความรู้ออกมามากมาย เช่น คลิปสอนทำอาหาร คลิปสอนออกกำลังกาย

ทางไทยรัฐออนไลน์เองก็มีพอดแคสต์ออกมาเหมือนกัน คือ รายการจอมคุยกับจอมขวัญ หากใครสนใจก็ไปหารับชมกันได้.