ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หมายเหตุประเทศไทย : เริ่มเที่ยวบินในประเทศวันนี้ ผู้โดยสารต้องกักตัว 14 วันหรือไม่

    ลม เปลี่ยนทิศ1 พ.ค. 2563 05:14 น.
    SHARE

    วันนี้ แอร์เอเชีย ไทยไลอ้อนแอร์ นกแอร์ เริ่มกลับมาให้บริการบินในประเทศใหม่อีกครั้ง ยกเว้น การบินไทย และไทยสไมล์ ที่ยังหยุดบินต่อไปจนถึงสิ้นเดือน การกลับมาบินใหม่ครั้งนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทั้ง แอร์โฮสเตส และผู้โดยสาร จะเกิดวิถีชีวิตใหม่ หรือ New Normal ที่ทุกคนไม่คุ้นเคย เพื่อป้องกันไวรัส “โควิด-19” ที่สร้างความหายนะรุนแรงต่อชาวโลกและเศรษฐกิจโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน

    การเปิดให้บริการบินใหม่ในประเทศวันนี้ ผมยังสงสัยอยู่นิดนึงว่า ผู้โดยสารข้ามจังหวัด จะต้องมีการ กักตัว 14 วัน ตามมาตรการใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่

    เมื่อวันอังคาร ครม.เห็นชอบให้ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ถึง 31 พฤษภาคม ตามที่ สภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ แต่ให้คงมาตรการ 4 ข้อเดิมไว้ ดังนี้

    1.จำกัดการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ (ทางอากาศให้ขยายเวลา ห้ามอากาศยานบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวอีก 1 เดือนไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม)

    2.ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานระหว่าง 22.00-04.00 น. (เคอร์ฟิว)

    3.งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด 4.งดกิจกรรมในคนหมู่มาก เช่น ประชุมสัมมนา

    แต่การกลับมาบินของ 3 สายการบิน มีการเปิดเส้นทางบินข้ามจังหวัด วันละ 92 เที่ยวบิน เป็นของ นกแอร์ 24 เที่ยวบิน แอร์เอเชีย 18 เที่ยวบิน ไทยไลอ้อนแอร์ 4 เที่ยวบิน รวม 46 เที่ยวบิน บินไปกลับรวมเป็น 92 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 3-4 พันคน

    ที่น่าเป็นห่วงก็คือ การบินข้ามจังหวัดวันละ 92 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารเคลื่อนที่ข้ามจังหวัดวันละ 3-4 พันคน ศบค.จะควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนวันละ 3-4 พันคนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร จะปฏิบัติตามมาตรการข้อที่ 3 ให้งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดโดยไม่จำเป็นได้อย่างไร และ ผู้เดินทางข้ามจังหวัดต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันหรือไม่ เพราะไปจาก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจังหวัดเสี่ยงสีแดง บินไป เชียงใหม่ ก็ต้องถูกกักตัว 14 วัน บินกลับ กรุงเทพฯ ก็ต้องถูกกักตัวอีก 14 วันหรือไม่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ถ้าบินไปกลับภายในวันเดียวกัน ต้องกักตัวด้วยหรือไม่

    ก็ฝากเป็นการบ้านให้ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ตอบก็แล้วกันนะครับ

    ปัญหาต่อมาก็คือ ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อเดินทางไปกับสายการบิน คงไม่มีความสะดวกสบายเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เริ่มตั้งแต่ การเช็กอินที่สนามบินดอนเมือง จะมีทางเข้าเพียง 2 ประตูที่ติดตั้งเทอร์โมสแกน ผู้โดยสารทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปในอาคารผู้โดยสารตลอดเวลา ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 เมตร ตั้งแต่ รอเช็กอินตั๋วโดยสาร ไปจนถึง การขึ้นเครื่องบินที่ประตูเครื่องบิน ถ้าไม่ใส่หน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่สายการบินมีสิทธิไม่ให้ขึ้นเครื่องบินได้ การขายตั๋วโดยสารก็ต้องขายแบบที่นั่งเว้นที่นั่ง ห้ามนั่งใกล้ชิดกัน

    เมื่ออยู่บนเครื่องบิน ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา ห้ามถอดออกเด็ดขาด บนเครื่องไม่มีการขายนํ้าหรืออาหาร และ ห้ามนำนํ้าหรืออาหารส่วนตัวขึ้นไปกินบนเครื่องด้วย ต้องนั่งนิ่งเงียบอย่างเดียว กระเป๋าให้นำขึ้นเครื่องได้เฉพาะ กระเป๋าถือ หรือ กระเป๋าคอมพิวเตอร์ หนักไม่เกิน 5 กก. 1 ใบ สัมภาระอื่นให้โหลดหมด แอร์สจ๊วตก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ และ เฟซชิลด์ เพื่อป้องกันตัวหนาแน่นตลอดเส้นทางบิน

    เก๋กว่าเพื่อนก็คือ แอร์เอเชีย มีการออกแบบเครื่องแบบแอร์สจ๊วตใหม่ ในรูปแบบสปอร์ตผสมปลอดภัย ถือเป็นเครื่องแบบมาตรฐานใหม่ของแอร์เอเชียทั้งเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ ส่วน นกแอร์ มีการ แจกผ้าคลุมที่นั่ง (seat cover) ผ้าคลุมที่วางแขนที่นั่ง แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อนำไปคลุมพนักพิงหลังและที่วางแขน ทุกอย่างเป็น New Normal หมด นี่แค่ เที่ยวบินในประเทศ เท่านั้น ถ้าเป็น เที่ยวบินต่างประเทศ เที่ยวบินข้ามทวีป คงมีอะไรที่สนุกกว่านี้แน่นอน.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศสายการบินแอร์เอเชียโควิด-19ไวรัสโคโรนาNew Normal

    คุณอาจสนใจข่าวนี้