เรื่องเล่าของแม่เลี้ยงเดี่ยว ฝ่าฟันวิกฤติโควิด-19 ลำบากขออดทน แม่อดแต่ลูกต้องอิ่ม หลังออกไปขายของตามตลาดนัดไม่ได้ เงินสะสมที่มีก็ร่อยหรอ หวังเงินเราไม่ทิ้งกันแค่ 5 พันเดือนเดียวก็ไม่ได้
แฟนเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา ได้เผยแพร่ภาพและข้อความของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่ง อายุ 33 ปี อยู่ที่จังหวัดชุมพร โดยระบุว่า เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แยกกันอยู่กับแฟน เลี้ยงลูกคนเดียว ตอนนี้ลูกอายุ 3 ขวบ พ่อเขาก็ส่งเงินมาบ้าง มาเยี่ยมบ้างบางครั้ง ตอนนี้เขาตกงาน เราก็ไม่ได้ทำงานมาเป็นเดือนแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เลยลำบากมาก เราอดได้นะ แต่ลูกต้องได้กินทุกวัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ปกติจะขี่มอ'ไซค์พ่วงข้างออกไปขายของตามตลาดนัด ขายยำกับน้ำปั่น บางวันก็เอาลูกไปด้วย ตรงไหนมีตลาดนัด เราก็ขี่รถไปจอดตั้งร้าน วันนึงหักลบต้นทุน ค่าของ ค่าน้ำมัน มีเงินเหลือเข้าบ้านวันละ 400-500 บาท ถือว่าพออยู่พอใช้นะ หาไปใช้ไป ถ้าวันไหนไม่ได้ไปขายของก็ไม่มีรายได้ เรามันคนหาเช้ากินค่ำ
ต่อมาตลาดประกาศให้หยุดขายตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 63 นี่เดือนกว่าแล้ว ที่ไม่ได้ขายของ ไม่มีรายได้เลยสักบาท เงินที่เคยสะสมเป็นทุนหมุนเวียน ก็เอามาใช้หมดแล้ว นี่ค่าเช่าบ้านจะต้องจ่ายเขาสิ้นเดือน 2,200 บาท ก็ยังไม่มี
อย่าว่าแต่ค่าเช่าบ้านเลย ค่ากินทุกวันนี้ยังไม่มีเลย มันไม่มีรายได้จากไหน ยื่นขอเงินช่วยเหลือรัฐบาลเราก็ไม่ได้ เขาแจ้งว่าเงื่อนไขไม่ครบเกณฑ์ ก็ไม่เข้าใจว่าไม่ครบเกณฑ์อะไรตรงไหน อยากให้มาตรวจสอบก็ไม่มีใครมาตรวจสอบ มาดูให้เห็นเลย ว่าเราลำบากจริงๆ ถ้าได้เงิน 5,000 มาบ้าง ไม่ต้องได้ครบ 3 เดือนหรอก เราก็จะอยู่ให้ได้ เลี้ยงลูกให้ได้
"เครียดมากนะ เรามีลูกกับแม่ ที่ต้องดูแล ไม่มีเราไม่กินก็ได้ แต่ลูกยังเล็ก เขาร้องกินทุกวัน เราอธิบาย แต่เขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจนะ เด็กก็ต้องได้กิน ก็ไปเซ็นขนมที่ร้านค้ามาให้ลูกกิน 5-10 บาท ขอเซ็นเขาไว้ก่อน แต่ก็เกรงใจเขา เราคนขายของ รู้ว่าการขายของต้องมีเงินมาหมุนเวียน เซ็นแล้วยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปคืนเขาเพราะยังไม่ได้ทำงาน"
...
ทั้งนี้ วันที่ 21 มี.ค. 63 เราจำได้ขึ้นใจ คือไม่มีกินแล้วจริงๆ เพื่อนมาบอกว่า ให้ส่งข้อความไปที่เพจ มูลนิธิกระจกเงา เขาจะส่งของมาช่วย เราก็ทำได้แค่นั้น ส่งไปหลายที่มาก บางที่เห็นเป็นหมื่นๆ คอมเมนต์ เราก็คิดนะ ว่าเขาจะเห็นข้อความของเราไหม ผ่านไป 2 วัน คือวันที่ 23 มี.ค. มีพัสดุ ส่งมาจากมูลนิธิกระจกเงา เปิดดูเราดีใจมาก
"วันนั้น มันไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อแล้ว ในกล่องพัสดุ มีข้าวสาร อาหารแห้ง นม และขนมสำหรับลูก มันอาจไม่ได้เยอะมากมาย แต่เราขอบคุณมากๆ มันทำให้เราอยู่รอดไปได้อีกหลายวัน เราส่งข้อความไปตามที่ต่างๆ เยอะมากนะ นี่คือที่เดียวที่ส่งของกลับมาให้เรา แต่เราก็เข้าใจทุกหน่วยงานนะ เพราะข้อความคงเยอะมากๆ คนเดือดร้อนแบบเราเยอะ"
เธอเล่าอีกว่า เรายังมีกำลังใจอยู่ได้เพราะเรามีลูก ไม่สู้ไม่ได้ เราต้องทำหน้าที่แม่ อยากฝากให้ทุกคนมีสติในการใช้ชีวิต เราก็ไม่ได้วางแผนไว้นะว่าจะเจอวิกฤติแบบนี้ ไม่ได้ตั้งตัวเลย ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะเกิดผลกระทบกับเราขนาดนี้ แต่ต้องมีสติกับมัน มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปเลย ตอนนี้เราต้องอยู่เพื่อลูก เพื่อแม่ และเพื่อคนในครอบครัวของเราให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิกระจกเงา ยังเปิดรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง นมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ รวมถึงของอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ยังมีคนเดือดร้อนรอความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก โดยสามารถส่งความช่วยเหลือเข้ามาได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ถนนวิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 เพื่อป้องกันตกหล่น โปรดวงเล็บหน้ากล่องว่า อาสามาเยี่ยม หรือร่วมสมทบเข้าบัญชีกองทุนอาสามาเยี่ยม เลขที่บัญชี 202-258297-5 ธนาคารไทยพาณิชย์