วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เม.ย. ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว หลายคนก็ถือโอกาสนี้กลับบ้าน เพื่อรดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แต่ในปี 2563 นี้กิจกรรมในวันสงกรานต์ต้องงดไปโดยปริยาย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ก็เอาเป็นว่างดไปก่อนสักปี หากสถานการณ์ดีขึ้นค่อยมาว่ากันใหม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไทยกำลังให้ความสำคัญไม่แพ้ประเด็นอื่นๆ นั่นก็คือ การให้ความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ เห็นได้จากนโยบายหลายๆ อย่างที่มุ่งวางแผนรองรับกลุ่มคนสูงวัยที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัยทำงานที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 5-10 ข้างหน้านี้  

นอกจากปัจจัยด้านกายภาพแล้ว เรื่องของจิตใจของผู้สูงอายุก็สำคัญ ผู้สูงอายุ หรือ สว.หลายคนกลายเป็นคนไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน หรือบางคนก็มีความรู้สึกห่างเหินกับลูกหลานในบ้าน เนื่องจากภาระงานและหน้าที่ของลูกๆ หลานๆ ที่ต้องแบกรับในแต่ละวัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้ามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมา ฉะนั้นเราในฐานะลูกหลานที่ใกล้ชิดกับเหล่า สว.ก็ควรดูแลเอาใจใส่ท่านบ้าง แต่ก็ยังมี สว.อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ และเชื่อว่าจะช่วยปลุกพลังบวกให้เหล่าบรรดา สว.เห็นคุณค่าในตัวเอง

...

"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พูดคุยกับ ลุงพันธ์ หรือ นายจักรพันธ์ ช้อยสุชาต อายุ 65 ปี เชื่อว่าหลายคนที่เห็นลุงพันธ์ก็ต่างมอบนิยามวัยเก๋าให้กับลุงว่า "แก่ยังเฟี้ยว" ที่ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเหงา และมองหากิจกรรมสร้างรายได้ในวัยเกษียณด้วยการขี่แกร็บส่งอาหาร ซึ่งคนย่านนนทบุรี โดยเฉพาะแถวห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสเกต คงคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

ลุงพันธ์ เล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมลุงก็คุมงานก่อสร้าง หรือที่เรียกว่าโฟร์แมน ไม่ได้สังกัดบริษัทอะไร มีงานจ้างที่ไหนก็ไป บางครั้งเราก็ต้องลงมือเองก็ทำไปเรื่อยๆ จนอายุ 60 ปีก็เกษียณด้วยความอายุเพิ่มขึ้นเวลาลงหน้างานก็ไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่นั้นมาก็อยู่บ้านเป็นหลัก

"ภรรยาผมเขาอายุ 45 ปี เขายังรับราชการสังกัด กทม.มีลูกด้วยกัน 1 คน ก็กำลังเรียนอยู่เหมือนกัน เวลาที่อยู่บ้านผมก็จะรับหน้าที่ดูแลความสะอาดบ้าน ทำอาหาร รอลูกและภรรยากลับบ้าน มันก็เหงา ก็เบื่อเหมือนกันนะ ผมเลี้ยงสุนัขไว้ 2 ตัว คือ อยู่กับสุนัขมากจนจะพูดภาษาเดียวกับหมาแล้ว"

จากนั้น ลุงพันธ์ ก็เข้าสู่วงการโซเชียล เล่นเฟซบุ๊ก เล่นไลน์ ศึกษาหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนมาเจอข่าวว่าแกร็บรับสมัครคนวิ่งส่งอาหาร ไม่จำกัดอายุก็เลยลองไปสมัครดูหาอะไรทำฆ่าเวลา ช่วงรอภรรยากลับบ้าน พอแกร็บรับ ลุงดีใจเลย จะได้มีอะไรทำแล้ว อีกอย่างแอปพลิเคชันของแกร็บใช้งานไม่ยาก เรียนรู้ไม่นานก็ชำนาญ

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ลุงพันธ์ ก็วิ่งแกร็บมาประมาณ 7 เดือนแล้ว รู้สึกสนุก ไม่เหงาด้วย ส่วนใหญ่จะวิ่งรับงานแถวนนทบุรีไม่ไกลจากบ้านมากนัก วันหนึ่งก็รับประมาณ 10 เที่ยวโดยประมาณ ทำงาน 6 วันตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. 

"สำคัญคือร่างกายเรา ทำงานได้แต่ต้องพักผ่อน ผมก็ทานอาหารครบ 5 หมู่ จริงๆ ภรรยาผมทำงาน 7 วันไม่ได้หยุดนะ ผมเลยหยุด 1 วันเพื่อทำงานบ้าน ซักผ้า แทนภรรยา เพราะไม่อยากให้เขาเหนื่อยมากไปกว่านี้ อยากตอบแทนความรัก และน้ำใจของเขาที่มีให้ผม สมัยก่อนงานโฟร์แมนก็ไม่ได้มีทุกวัน วันไหนไม่มีงานก็ต้องคอยรบกวนภรรยา เขาก็ลำบากกับเรามา ไม่เคยทิ้งเราไปไหน ผมก็ไม่อยากให้เขาเหนื่อยอีก" 

ลุงพันธ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ภูมิใจที่ตัวเองแม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังทำประโยชน์ให้กับครอบครัว อีกอย่างมันก็มีความภูมิใจเล็กๆ เวลาไปไหนมาไหนคนเห็นเราทำงานเขาก็ชื่นชม ลุงโครตรเฟี้ยวเลย แบบแก่ยังฟี้ยวให้กับเรา บางครั้งไปส่งอาหารให้ลูกค้า เขาก็ชื่นชมเราว่า ขยัน น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง คำชมหรือความมีน้ำใจเหล่านี้ก็ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น ก็ตั้งใจว่าจะขับต่อไปเพราะทุกวันนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

"จริงๆ ผมก็ไม่อยากให้คนแก่ หรือ คนสูงวัยเหมือนผม มีความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่เป็นที่ต้องการของใคร สำคัญเลยพวกเราต้องปรับทัศนคติตัวเองก่อน เราต้องพาตัวเองออกจากมุมนั้น หากิจกรรม หาอะไรทำก็ได้ เช่น ออกไปพบปะผู้คน ทำงานหารายได้ หรือหาความสุขเล็กๆ เล็กๆ สร้างคุณค่าให้กับตัวเราเอง อย่าคิดน้อยใจ แม้จะอายุมาก็จริงแต่โลกนี้ยังมีอะไรให้เราออกไปค้นอีกเยอะแยะ" ลุงพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย