ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ติด “ไวรัส” ลดฮวบ แค่ “38 คน” (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 เม.ย. 2563 05:30 น.
    SHARE

    หายป่วย-31 ราย เพิ่มแล็บทุก จว.เลื่อนเปิดเทอม

    น่าดีใจ ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 38 ราย ถือว่าต่ำกว่าร้อยต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แม้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมตายสะสม 27 ราย ขณะที่ยอดผู้รักษาหายรวม 824 คน สธ.ปรับเกณฑ์ขยายคำนิยามผู้ได้สิทธิ์ตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรี หวังให้ครอบคลุมและหาตัวผู้สงสัยป่วยได้เร็วขึ้น หลังตลอดสามเดือนตรวจเชื้อไปแล้วเกือบ 7.2 หมื่นราย ตั้งเป้าจากนี้เร่งตรวจให้ได้วันละ 2 หมื่นราย พร้อมเพิ่มห้องแล็บทุกจังหวัดในสิ้นเดือนนี้ ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดในยุโรป-สหรัฐฯ ยังรุนแรง โดย “นายกฯ อังกฤษ” ถูกส่งเข้าไอซียูหลังอาการแย่ลง

    คนไทยเริ่มใจชื้นเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) รายใหม่ ในสัปดาห์นี้ลดจำนวนลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเกือบครึ่ง โดยลดลงจากหลักร้อยกว่าเหลือไม่เกินร้อยต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และจำนวนผู้รักษาจนหายป่วยก็เพิ่มขึ้น แม้จะยังมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่องรายวันก็ตาม

    น้อมนำพระราชดำรัสแก้โควิด

    ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่าวันที่ 6 เม.ย. พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพระราชทานพระบรมราโชบายเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งเราจะทำหน้าที่ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา เพื่อให้โรคที่เราเผชิญลดน้อยถอยลงไป

    ติดเชื้อเพิ่ม 38 ราย ตาย 1

    สำหรับสถานการณ์ในไทย โฆษก ศบค. กล่าวว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,258 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 31 ราย หายป่วยสะสม 824 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมสะสม 27 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 27 เป็นชายไทย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนหน้านี้ไปงานเลี้ยงสังสรรค์หลาย แห่ง โดยเฉพาะสถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 13 มี.ค. และวันที่ 14 มี.ค.เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนมีอาการหนักมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อเอกซเรย์พบว่าติดเชื้อปอดอักเสบรุนแรง และเสียชีวิตในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อดูจากอายุผู้เสียชีวิตตอนนี้ทุกคนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้น

    อย่าเพิ่งดีใจคนติดเชื้อลด

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 38 ราย ทำให้หัวใจพองโต ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ป่วยรายใหม่เริ่มทรงตัว หลังประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ถึงวันนี้ 5 วัน แม้บางส่วนจะอยู่ในช่วงฟักตัวแต่ถือเป็นแนวโน้มที่ดี ถ้าทุกคนร่วมมือทำให้การแพร่ระบาดลดลงเราพึงพอใจ ประเมินว่าเหตุที่ตัวเลขลดมาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศเคอร์ฟิว 2.การควบคุมกันเองในประเทศ การเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย และ 3.การควบคุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้อยู่ในสถานที่รับรองให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจะลดลงไม่ใช่ดีใจแล้วเลิก ดูอย่างบางประเทศ มีคุณป้าคนหนึ่งออกไปงานบางงาน แต่กลายเป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ การ์ดห้ามตก ตกเมื่อไหร่โดนต่อยน็อกได้เลยทีเดียว ต้องตรึงแบบนี้ตลอดไป ทั่วโลกยังมีเชื้ออยู่อาจเป็นพาหะมาสู่เรา ไม่ใช่ให้รังเกียจแต่ให้ระมัดระวัง ถ้ายืนระยะตัวเลขไปแบบนี้เรื่อยๆ เราจะชนะ แม้ตัวเลขที่ออกมายังไม่รวมกลุ่มบุคคลที่ จ.ภูเก็ต อยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีกเป็นร้อยราย แต่ถือว่าตัวเลขดี ต้องชื่นชมผู้ว่าฯ ฝ่ายปกครองและคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะให้ดีตัวเลขต้องลดลงเรื่อยๆ ถ้าผู้ติดเชื้อน้อยลงแบบนี้ เชื่อว่าผู้บริหารคงไม่ใช้มาตรการที่เข้มกว่านี้ ถ้าอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเรายังมีเสรีภาพอยู่ ช่วยกันกดตัวเลข เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิม

    ตรวจเชื้อเฉียด 7.2 หมื่นราย

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งคำถามตัวเลขที่ลดลง เพราะตรวจได้น้อยหรือมีประสิทธิภาพการตรวจลดลงหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เมื่อเช้าผู้ใหญ่หลายคนก็ตั้งคำถามเช่นนี้ มีการวิเคราะห์ตัวเลขเราไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ขณะนี้มีตัวเลขการตรวจในห้องปฏิบัติการสะสม 71,860 ราย ยังเป็นตัวเลขที่ไม่น่าพอใจ จะต้องหาหนทางเพิ่มการตรวจให้ได้มากกว่านี้ ขณะนี้ทั่วประเทศตรวจได้วันละ 2 หมื่นราย จะพยายามเพิ่มให้ได้มากขึ้นเหมือนบางประเทศที่ตรวจได้แสนรายต่อวัน เราไม่กลัวที่ยิ่งตรวจเยอะจะเจอเยอะ เพราะเตรียมเตียงไว้หลายระดับทั้งเบาและไอซียู

    ยอมรับที่กักตัวยังไม่พอ

    เมื่อถามว่า มีรายงานว่าอาคารรับรองสัตหีบต้องพักห้องละ 3 คน ไม่สอดคล้องกับการเว้นระยะห่าง จึงเสนอให้เหลือห้องละ 1 คน นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การกักตัวถ้าได้ห้องละ 1 คนดีที่สุด แต่สถานที่ไม่เพียงพอจึงต้องจัดให้เป็นคู่หรือ 3 คน การมาเป็นกลุ่มต้องใช้เจ้าหน้าที่ดูแลกี่คน ถ้าต้องเพิ่มสถานที่แบบเดียวกับสัตหีบอีก 10 แห่ง ต้องใช้คนเท่าไร ความเหมาะสมเราก็คำนึง ความสะดวกสบายเราก็คำนึง แต่อดทนกันสักนิด ถ้ามาวันละ 200 คน 5 วัน 1,000 คน จะอยู่ห้องละ 1 คน มันไม่ง่าย เป็นภาระหน้าที่ของพวกเราที่จะพยายามดูแลรายละเอียดทุกอย่าง บางครอบครัวชื่นชมด้านดี แบบนี้ทำไมไม่เปิดเผยกันบ้าง

    ตกค้างอินโดฯรักษาให้หายก่อนกลับ

    นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การดูแลคนไทยที่อยู่ระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย หลังการขยายเวลาห้ามอากาศยานบินเข้าสู่ประเทศเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 18 เม.ย. มีผู้ได้รับผลกระทบหลายคน ศบค.ประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เท่าที่ได้รับรายงานมีติดค้างที่ญี่ปุ่น 15 คน เกาหลีใต้ 60 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน สหราชอาณาจักร 1 คน กาตาร์ 14 คน ทุกคนกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะดูแล พร้อมกันนี้ได้รับแจ้งว่าวันที่ 7 เม.ย. เวลา 20.30 น. จะมีเครื่องบินจากฝรั่งเศสมารับคนชาติตัวเองที่สนามบินภูเก็ต จะมีคนไทย 14 คนมากับเที่ยวบินดังกล่าวด้วย และวันเดียวกันจะยังมีอีกเที่ยวบินจากสหรัฐฯ มีคนไทย 60 คน มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 21.45 น. ส่วนวันที่ 8 เม.ย. เวลา 15.30 น. จะมีเที่ยวบินจากญี่ปุ่น มีคนไทย 22 คน มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ รัฐบาลจะดูแลอย่างดี ส่วนที่มีคนไทยบางส่วนติดค้างอยู่ที่อินโดนีเซีย ไม่สามารถกลับมากับกลุ่มวันที่ 6 เม.ย. ได้เพราะไม่สบาย สงสัยว่าจะติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้บอกว่าเป็นโควิด-19 คนกลุ่มนี้ต้องรักษาที่อินโดนีเซียให้หายก่อน เป็นมาตรการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนอื่นบนเครื่อง

    สธ.สั่งตรวจเชื้อทุกเที่ยวบิน

    ต่อมาที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 เพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมารัฐบาลรักษาผู้ป่วยและตรวจผู้เข้าข่ายสงสัยป่วยโรคโควิด-19 ฟรีในทุกสิทธิ์รักษา แต่จากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ปรับนิยามขยายเกณฑ์ผู้ป่วย และผู้สงสัยจะติดโรคโควิด-19 ที่สามารถตรวจรักษาฟรีเพิ่มขึ้น โดยปรับนิยามตรวจหาผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน ทุกประเทศ และทุกช่องทางระหว่างประเทศ สแกนวัดอุณหภูมิ หากเกิน 37.3 องศา ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย ถือว่าเข้าเกณฑ์ต้องตรวจและสอบสวนโรคทันที

    ปรับเกณฑ์คนเข้าข่ายตรวจฟรี

    อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ส่วนนิยามผู้ป่วยที่โรงพยาบาลใช้ 37.5 องศา คู่กับมีปัจจัยเสี่ยง คือ ช่วง 14 วันก่อนเริ่มป่วยมีประวัติเดินทาง หรือทำงานเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทุกประเทศ เกี่ยวกับสถานที่เสี่ยงติดโรคโควิด-19 ผู้มีประวัติไปในสถานที่แออัด ติดต่อกับคนจำนวนมาก เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ ผู้มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันสามารถตรวจหาเชื้อได้ทุกราย ส่วนเกณฑ์ผู้สงสัยป่วยในส่วนของบุคลากร มีการปรับเน้นเป็นพิเศษ ใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่เพิ่มเติมคือมีประวัติสัมผัสผู้ป่วย ผู้สงสัยป่วย หรือแพทย์วินิจฉัยให้ตรวจทุกรายได้ฟรีทันที เพื่อให้ครอบคลุมและสามารถตรวจพบผู้ป่วยสงสัยป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมมั่นใจหากดำเนินการอย่างเข้มข้นไม่ให้เชื้อเข้ามาจากต่างประเทศ และทุกคนในประเทศร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ แยกของใช้ และการเว้นระยะห่างทางสังคม หากมีอาการเข้าเกณฑ์ให้รีบแจ้ง อย่าโกหก เพื่อจะได้รีบนำเข้าระบบ ก็จะทำให้ถึงวันที่ 15 เม.ย.ไม่เป็นไปตามที่ผู้รู้คาดการณ์ที่ว่าไทยจะมีผู้ป่วยถึง 7,500 ราย

    เพิ่มห้องแล็บตรวจเชื้อทุกจังหวัด

    ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรม วิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการขยายการคัดกรองผู้ป่วยต้องสงสัยติดโรคโควิด-19 มาตลอด ขณะนี้ตรวจแล้ว 71,860 ตัวอย่าง และมีการขยายเกณฑ์การตรวจคัดกรองเพิ่ม ดังนั้นในส่วนของห้องปฏิบัติการด้วยวิธีเรียลไทม์ พีซีอาร์ ก็มีการขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้น ปัจจุบันในกรุงเทพฯมีกว่า 40 แห่ง สามารถตรวจได้วันละ 10,000 ตัวอย่าง ส่วนต่างจังหวัดก็มีกว่า 40 แห่ง สามารถตรวจได้วันละ 10,000 ตัวอย่างเช่นกัน โดยเบื้องต้นโรงพยาบาลศูนย์ในจังหวัดใหญ่มีครบแล้ว และตั้งเป้าจะขยายให้ได้ 110 แห่ง ภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ส่วนน้ำยาตรวจนั้นกรมวิทยาศาสตร์ฯ สามารถผลิตได้เองไม่ได้นำเข้าและเชื่อว่าจะมีเพียงพอ ทั้งนี้ ในสิ้นเดือน เม.ย.นี้จะมีเพิ่ม 100,000 ชุด และถ้าการระบาดยังมีมากก็จะผลิต 1,000,000 ชุดใน 6 เดือน ส่วนของภาคเอกชนจะนำเข้าน้ำยากันเอง และจะมีการปรับระบบการรายงานผลผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสอบสวนโรค (PUI) เป็นแบบออนไลน์ภายใน 24 ชั่วโมงด้วย

    พิษณุโลกติดเชื้อรายที่ 5

    สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นพ.รัฐภูมิ ชามพูนท รักษาการนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก รศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนายวิรัช ประวันเตา รักษาการ ผอ.สำนักงานควบคุมโรค เขต 2 ร่วมแถลงยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 5 เป็นชายไทย อายุ 59 ปี เป็นบุคลากรสังกัดมหาวิทยาลัยนเรศวร มีประวัติไปเฝ้าไข้มารดาเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคหลอดเลือดสมองที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23-25 มี.ค. ต่อมามารดามีอาการเหนื่อยหอบและตรวจพบเชื้อโควิด-19 ส่วนผู้ป่วยเข้าตรวจเมื่อวันที่ 5 เม.ย.มีผลเป็นบวก ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาและสอบสวนโรคผู้ใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังรวมยอดสะสม 170 ราย นอกจากนี้ กรณีมี อสม.วัย 61 ปี เป็นลมเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ขอแสดงความเสียใจและจะช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ รวมถึงย้ำให้ดูแล อสม.สูงอายุ หากมีอาการป่วยให้งดออกปฏิบัติงาน หากอายุ 70 ปีขึ้นไป ให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทนเพราะมีความเสี่ยงต่อการติดโรค รวมถึงสุขภาพไม่เอื้อต่อการอยู่ด่านชุมชน

    โควิด-19 กระทบช้างรุนแรง

    ด้านนางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม และเจ้าของศูนย์อภิบาลช้างภาคเหนือ หรือ “เอลลิเฟนท์เนเจอร์ปาร์ค” ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า การระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเจ้าของปางช้างอย่างรุนแรง เพราะปางช้างแต่ละแห่งขาดรายได้ไม่มีเงินไปซื้ออาหารให้ช้าง ทำให้เจ้าของช้างต้องนำช้างกลับบ้าน วันนี้ช้างกำลังย้ายถิ่นจำนวนมาก เมื่อไปถึงบ้านพวกเขาทั้งช้างและเจ้าของช้างจะอยู่กันอย่างไร อาจ ต้องไปเร่ร่อนเหมือนในอดีต อยากวิงวอนให้รัฐบาลไทยหามาตรการช่วยเหลือช้างและเจ้าของช้างด้วย หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ช้างไม่ได้กินน้ำและอาหารจะอยู่ได้แค่ 7 วัน และจะล้มเพราะเป็นสัตว์ใหญ่

    โคราช-ร้อยเอ็ดป่วยเพิ่ม

    ที่ศูนย์บัญชาการตอบโต้เชื้อไวรัสโควิด-19 จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 2 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 18 ราย สำหรับผู้ป่วยรายล่าสุดเป็นหญิงอายุ 41 ปี และ 57 ปี ทั้งสองคนทำงานอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเดินทางกลับมาไทยพร้อมกัน เมื่อวันที่ 24 มี.ค. จากนั้นเริ่มมีอาการป่วย เมื่อวันที่ 5 เม.ย.เข้ารับการรักษา รพ.มหาราชนครราชสีมา นอกจากนี้พบผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยทั้งสองราย 20 คน จะมีการตรวจคัดกรองตามกระบวนการต่อไป ส่วน จ.ร้อยเอ็ด มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 173 ราย พบผู้ป่วยยืนยันโรค 3 ราย กลับบ้านแล้ว 1 ราย ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 164 ราย และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 6 ราย

    โวยแห่ต่อวีซ่าไร้การป้องกัน

    จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาแรงงาน จากประเทศเพื่อนบ้านอาศัยอยู่ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนหลายร้อยคน เดินทางมา ตม.จ.อุดรธานี ถนนโพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อยื่นคำขออยู่ต่อในราชอาณาจักร หลังหยุดทำการ 3 วัน โดยไม่มีการจัดระเบียบให้บริการ อาทิ เก้าอี้นั่ง จุดล้างมือ และการตรวจวัดอุณหภูมิ ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงและแรงงานต่างด้าวรู้สึกหวาดกลัวในการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 เพราะมีความแออัดเป็นอย่างมาก ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จ.อุดรธานี มียอดผู้ป่วยสะสม 8 ราย มีกลุ่มเสี่ยงรับการกักตัวที่บ้านอีก 16,332 ราย

    ชาวบ้านฮือต้านกลุ่มเสี่ยง

    ที่บริเวณหน้าอาคารประชุม ลีลาวดี โรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ต บ้านท่าด่าน ต.เกาะปันหยี อ.เมืองพังงา นายบุญเติม เรณุมาศ รอง ผวจ.พังงา เข้าเจรจากลุ่มชาวบ้านท่าด่าน รวมตัวกันคัดค้านเจ้าหน้าที่ ขณะนำตัวผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากต่างประเทศ มากักตัวในพื้นที่บ้านท่าด่าน ทั้งนี้ นายบุญเติม ขอให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในระบบการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และขอความร่วมมือหากไม่นำตัวเข้ากักตัวในพื้นที่ทางราชการกำหนด จำเป็นต้องให้ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงกักตัวเองภายในบ้าน เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัวได้ อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างไม่ยินยอมเพราะมีความกังวลเรื่องของการแพร่ระบาด กระทั่งได้ข้อสรุปคือเจ้าหน้าที่จะย้ายผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่ ส่งผลให้ชาวบ้านพอใจและเดินทางกลับ

    กลับจากอินโดฯ ป่วย 5 ราย

    กรณีคนไทยที่เดินทางกลับจากการไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่นำไปตรวจคัดกรองและกักตัว 14 วัน ที่ศูนย์สังเกตอาการระดับอำเภอเมืองยะลา ตั้งอยู่ภายในศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา จำนวน 8 คน ผลตรวจทั้งหมดไม่มีอาการไข้ แต่กลุ่มที่นำไปเฝ้าสังเกตอาการที่โรงเรียนแสงธรรม หมู่ 3 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จำนวน 7 ราย ตรวจพบ มีอาการไข้ 5 ราย เจ้าหน้าที่จึงแยกตัวเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

    ตั้งโลงศพรณรงค์ให้อยู่บ้าน

    ส่วนที่ จ.พังงา นายสาโรจน์ บุญแนบ เลขานุการชมรมชาวสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จัดซื้อโลงศพพร้อมพวงหรีดติดป้ายระบุข้อความ “อยู่บ้านหรือนอนในโลง” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนพักอาศัยอยู่ในบ้านเป็นการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 และนำไปตั้งบริเวณเกาะกลางถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็นเส้นทางสัญจรหลักของคนในพื้นที่ จ.พังงา หากทุกคนพักอาศัยอยู่บ้านการแพร่เชื้อดังกล่าวจะลดลงและหมดไปในที่สุด โดยหากไม่ช่วยกันหยุดอยู่บ้านการแพร่เชื้อจะเกิดขึ้นเรื่อยๆและขยายวงกว้างมากขึ้น การเสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

    ยิ่งดื่มเหล้าภูมิคุ้มกันยิ่งลด

    ด้านนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันรณรงค์เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ให้ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้อยู่กับบ้าน ทานอาหารร้อน หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย อยู่ห่างๆกัน และพยายามเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายของทุกคนให้มากที่สุด ด้วยการนอนให้พอ ออกกำลังกาย ทานวิตามินเสริม และวิธีการใดก็ตามที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายของเราลดลง เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง และหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงได้ ได้แก่การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ถ้าอยู่นอกร่างกายมีฤทธิ์ในการกำจัดโควิด-19 แต่ถ้าดื่มเข้าไปผลจะตรงข้าม เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่ายขึ้น

    คนไทยกลับเข้าประเทศอีก 74 คน

    วันเดียวกันที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงสาย มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมวางแผนในการรองรับคนไทยในต่างประเทศที่ตกค้างตามสนามบินเมืองต่างๆ เดินทางกลับประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศประสานช่วยเหลือเดินทางกลับมาได้ 74 คน ในจำนวนนี้ เป็นคนไทยตกค้างที่สนามบินในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ จำนวน 14 คน และคนไทยตกค้างที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 60 คน มาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 19.00 น. และ 21.45 น.ตามลำดับ โดยกลุ่มคนไทยทั้งหมดที่เดินทางมาถึง เมื่อผ่านกระบวนการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ และด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ถูกนำไปกักตัว ณ พื้นที่กักตัวที่รัฐบาลกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล

    ทยอยอพยพชาวยุโรปกลับ

    ส่วนบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งวันยังคงเงียบเหงาต่อเนื่อง มีแต่เพียงชาวยุโรป ส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ กว่า 250 คน มารอขึ้นเครื่องบินพิเศษเช่าเหมาลำของรัฐบาลเยอรมัน จัดมารับพลเมืองชาวเยอรมัน และพลเมืองประเทศสมาชิกอียูบางส่วน ที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย เดินทางกลับประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมันจัดเช่าเหมาลำเครื่องบินของสายการบินคอนดอร์แอร์ไลน์ จำนวน 12 เที่ยวบิน อพยพชาวเยอรมันกลับประเทศ มาตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศส เช่าเหมาลำเครื่องบินของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ บินมารับพลเมืองชาวฝรั่งเศส มาตั้งแต่วันที่ 3-4 เม.ย.ที่ผ่านมา และในคืนวันที่ 7 เม.ย.นี้

    เลื่อนเปิดเทอมไป 1 ก.ค.

    นอกจากนี้ วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอให้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2563 ออกไป จากเดิมที่จะเปิดเทอมในเดือน พ.ค.2563 ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ที่ทั้งครูและนักเรียน โดยจะแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียกการสอนที่จะใช้รองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดังกล่าวด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ในเดือน พ.ค. จะเริ่มออนแอร์การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบทีวีดิจิทัล เพื่อให้เด็กปรับตัวกับการเรียน และทดลองสัญญาณในการออกอากาศ โดย ศธ. เตรียมที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนเพื่อใช้ในการเรียนการสอนด้วย นอกจากนี้ ยังกำหนดว่าจะไม่มีปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือน ต.ค.2563 และภาคเรียนที่ 2 ในเดือน เม.ย.2564 เนื่องจากมีการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ล่าช้าไปกว่า 2 เดือน ดังนั้น จะต้องมีการจัดการเรียนการสอนให้ครบตามหลักสูตรที่กำหนด ส่วนการรับสมัครนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 คาดว่าจะสามารถเริ่มรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ในเดือน พ.ค.นี้

    หุ้นดี๊ด๊าเด้งรับยอดติดเชื้อลด

    ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงาบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า มีแรงกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นไทยดันราคาหุ้นทะยานขึ้นทั้งกระดาน โดยมีปัจจัยมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหญ่เริ่มลดลง ขณะที่รัฐบาลยังออกมาตรการดูแลและเยียวยาเศรษฐกิจระยะที่ 3 ออกมาโดยใช้เงินมากกว่า 1.9 ล้านล้านบาท ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ติดลบรุนแรงเหมือนที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งหุ้นไทยถือว่าปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีหุ้นไทยมาปิดทำการที่ระดับ 1,214.95 จุด บวก 76.11 จุด ท่ามกลางมูลค่าหารซื้อขายหนาแน่นเหยียบแสนล้านบาท ที่ 98,954.92 ล้านบาท ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับตัวลงรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้ ทะยานกลับขึ้นมาร้อนแรง

    ย้ายนายกฯอังกฤษเข้าไอซียู

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในฟากยุโรป ที่ยังคงรุนแรงแทบไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษ ที่เมื่อวันที่ 7 เม.ย. มีรายงานถึงอาการป่วยของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษวัย 55 ปี ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.และรักษาตัวอยู่ที่บ้าน แต่กลับมีอาการหนักขึ้นจนถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเซนต์ โธมัส อยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ฝั่งตรงกันข้ามอาคารรัฐสภากลางกรุงลอนดอนตั้งแต่ช่วงคืนวันอาทิตย์ 5 เม.ย.ปรากฏว่าอาการป่วยของผู้นำอังกฤษยิ่งแย่ลง มีไข้สูง และไอตลอด ทำให้ต้องย้ายเข้าไปห้องผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) และให้ออกซิเจนช่วยหายใจอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งแพทย์ต้องเฝ้าติดตามอาการป่วยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้นำอังกฤษยังทวีตข้อความว่ามีขวัญและกำลังใจดี รวมถึงมอบหมายให้นายโดมินิค ราบ รมว.ต่างประเทศ ทำหน้าที่รักษาการฯ ไปพลางๆ ขณะที่เหล่าผู้นำโลก รวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ต่างแสดงความห่วงใยและขอให้ผู้นำอังกฤษหายป่วยโดยเร็ว ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วอังกฤษ ประมาณ 52,000 ราย ผู้เสียชีวิตราว 5,400 ราย

    ควีนอังกฤษทรงให้กำลังใจ จนท.

    นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสวันอนามัยโลก-“World Health Day” วันที่ 7 เม.ย. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงส่งพระราชสาส์นแสดงความปรารถนาดีและให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกที่ต่างทำงานปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยทั่วโลกท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญต่อชาวโลก

    อิตาลี-เยอรมนี-สหรัฐฯ ยังหนัก

    ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เยอรมนี เพิ่มขึ้นตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเลขเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,834 ราย รวมผู้ติดเชื้อทั้งประเทศมากกว่า 103,375 ราย ผู้เสียชีวิตกว่า 1,810 ราย ส่วนกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส แถลงยอมรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ยังไม่ถึงจุดสูงสุด รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการ “ล็อกดาวน์” ห้ามผู้คนออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นต่อไป ส่วนผู้ติดเชื้อในฝรั่งเศส อยู่ที่ 98,010 ราย ผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน ขณะที่อิตาลี ผู้ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ 132,547 ราย ผู้เสียชีวิตราว 16,523 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อรวมในสหรัฐฯ เพิ่มเป็นเกือบ 370,000 คน เสียชีวิตเกือบ 11,000 คน และที่นคร ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์พบว่าไวรัสกระทบคนผิวสีหนักกว่าคนกลุ่มอื่นๆ คนผิวสีติดเชื้อราวครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรวมและเสียชีวิตร้อยละ 70 ของผู้เสียชีวิต รวมในชิคาโก ส่วนรัสเซียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันเกิน 1,000 ราย เป็นครั้งแรก ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมราว 8,000 ราย ผู้เสียชีวิต 58 ราย ส่วนอิหร่าน ถือว่าระบาดหนักที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ผู้ติดเชื้อพุ่งเป็น 62,589 คน เสียชีวิต 3,872 คน

    ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉิน

    สถานการณ์โควิด-19 ในเอเชีย ในที่สุด นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น ก็ประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและเมืองท่า “โอซากา” กับอีก 5 จังหวัด คือ ชิบะ คานากาวะ ไซตามะ เฮียวโหงะและฟุกุโอกะ บังคับใช้ 1 เดือน เริ่มวันที่ 8 เม.ย.นี้ โดยเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจได้ แต่ไม่มีอำนาจสั่งประชาชนอยู่แต่บ้าน โดยยอดผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นขณะนี้ทะลุเกิน 4,000 คน ผู้เสียชีวิตมี 93 คน

    เน้นล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว

    เช่นเดียวกับในหลายประเทศที่ใช้มาตรการเข้มงวดมาสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ อาทิ อินเดีย อาจขยายมาตรการ “ล็อกดาวน์” ห้ามผู้คนทั่วประเทศออกนอกบ้านในบางพื้นที่จนถึง วันที่ 15 เม.ย.หลังพบผู้ติดเชื้อราว 5,000 ราย ผู้เสียชีวิต 136 ราย ส่วนซาอุดีอาระเบีย ขยายเวลา “เคอร์ฟิว” ช่วงกลางวัน เป็น 24 ชม.ใน 9 จังหวัดและเมืองใหญ่ รวมทั้งกรุงริยาดห์ หลังมีผู้ติดเชื้อ 2,523 คน เสียชีวิต 38 คน ส่วนอิสราเอล มีผู้ติดเชื้อเกือบ 9 พันคน เสียชีวิต 57 คน ประกาศล็อกดาวน์โดยสิ้นเชิงในช่วงฉลองเทศกาลสำคัญ “พาสโอเวอร์” เริ่มเย็นวันที่ 8 เม.ย.นี้

    ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 1.3 ล้านคน

    ทั้งนี้ หากรวมจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรวมใน 209 ประเทศ หรือดินแดนทั่วโลก เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกอยู่ที่ 1,358,950 คน ผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 75,897 คน รักษาหายดีแล้ว 293,454 คน ส่วนที่จีน ซึ่งเป็นประเทศต้นตอการแพร่ระบาด ล่าสุด ไม่พบผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ถือเป็นข่าวดีก่อนที่รัฐบาลจีนประกาศยกเลิกมาตรการห้ามเข้าออกเมืองอู่ฮั่น พื้นที่แพร่ระบาดของเชื้อในช่วงแรก ในวันที่ 8 เม.ย.เป็นต้นไป หลังมีการปิดเมืองอู่ฮั่นมาตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อ 6 เม.ย.อยู่ที่ 32 ราย ลดลงจากวันก่อน ทั้งนี้ จีนมีผู้ติดเชื้อสะสม 81,740 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,331 ราย ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีใต้ ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อ 10,331 ราย ผู้เสียชีวิต 192 ราย และเริ่มมีความหวังในการรักษาโรคมากขึ้นเมื่อแพทย์ในกรุงโซลอ้างว่าได้ใช้พลาสมาของผู้ที่หายป่วยมารักษาผู้ป่วยสูงวัยสองรายจนหายดีด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรนาไวรัสอู่ฮั่นCOVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้