คนเลี้ยงม้าที่ราชบุรีหวั่นวิตก "กาฬโรคแอฟริกา" ระบาด เร่งพ่นฆ่าเชื้อคอก เช็ดน้ำยาไล่แมลงหยุดเชื้อ รับรายได้หดลงช่วงโควิด-19 แต่ต้องกัดฟันอดทนหวั่นม้าที่เลี้ยงมาตาย
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 63 นายสนธยา สื่อออก เจ้าของฟาร์มม้าแห่นาค อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลล่าสุดของกรมปศุสัตว์พบว่า มีม้าป่วยตายแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา 115 ตัว ประจวบคีรีขันธ์ 10 ตัว ชลบุรี 5 ตัว และเพชรบุรี 1 ตัว รวม 131 ตัว ในส่วนของ จ.ราชบุรี มีม้าประมาณ 1,000 ตัว แบ่งเป็นม้าแห่นาค ม้าสตั้นท์ และม้าชั้นเรียน โดยเฉพาะม้าแห่นาคและม้าสตั้นท์ ที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่เริ่มคลอดออกมา
กระทั่งฝึกฝนเรียนรู้จนสามารถรับงาน และสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 - 3 ปี มูลค่าม้าเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท แม้ในช่วงที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบทำให้ขาดรายได้ เนื่องจากต้องหยุดรับงานแห่นาค งานแสดง และการโชว์ตัวต่างๆ ตามมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ
...
ทั้งนี้ สิ่งที่กลุ่มผู้เลี้ยงม้าทุกคนกำลังหวาดกลัวมากที่สุดในขณะนี้คือ การแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า ที่ทำให้ม้าต้องตายแบบเฉียบพลันในพื้นที่หลายจังหวัด แม้ว่ากรมปศุสัตว์จะมีมาตรการควบคุม และประกาศเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชั่วคราวชนิดกาฬโรคแอฟริกาในม้าแล้วก็ตาม แต่ตนและกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพก็ยังคงวิตกกังวล
เนื่องจากจังหวัดราชบุรี เป็นทางผ่านในการขนส่งและพักม้าระหว่างจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่แมลงดูดเลือดจะเป็นพาหะนำโรคเข้าพื้นที่ ทางกลุ่มทำได้เพียงช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งข่าวการย้ายเข้าออกของม้าแต่ละฟาร์ม
นอกจากนี้ พวกเราพยายามหาทางป้องกันเบื้องต้นเท่าที่จะทำได้ ทั้งการกางมุ้ง การใช้สารป้องกันแมลงชุบผ้าเช็ดทำความสะอาดตามตัวม้า การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นรอบพื้นที่ และการรมควันไล่แมลง รวมทั้งงดให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมฟาร์ม แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากก็ตาม