อธิบดีกรมการแพทย์ เผยแนวทางการรักษา 4 กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ตั้งแต่ไม่มีอาการ กระทั่งเป็นผู้ป่วยอาการหนัก
วันที่ 5 เม.ย. 2563 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า เรื่องของการรักษาผู้ป่วย โควิด-19 นั้น ในประเทศไทยมีการพยายามปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาไปตามผลการศึกษาและวิจัยจากทั่วโลก ในรอบเดือนที่ผ่านมานี้ ทางเราได้เปลี่ยนเรื่องของแนวทางการรักษาไปแล้ว 2 ครั้ง
สำหรับอาการของผู้ที่ป่วย โควิด-19 จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. ไม่มีอาการ ประมาณ 20%
- ใช้วิธีรักษาโดยการให้สังเกตอาการในโรงพยาบาล 7 วัน
- ถ้าหากว่าเอกซเรย์ปอดพบว่าไม่มีอาการป่วยใดๆ จะย้ายคนไข้จากโรงพยาบาล เพื่อเป็นการประหยัดเตียง ไปที่ Hospitel (หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19) ต่ออีก 7 วัน
ซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 แห่ง รวม 600 ห้อง คือ
1. ที่กรมการแพทย์ดูแล เป็นโรงแรมแถวดินแดง มี 270 ห้อง
2. หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต 308 ห้อง
3. โรงแรมแห่งหนึ่งย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 40 ห้อง
2. อาการไม่รุนแรง ประมาณ 65%
- จะมีปัจจัยเสี่ยง หรือ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็ตาม จะมีการให้ยาคือ ยาต้านไวรัสบางตัว
- จะให้รักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ถ้าอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ไอนิดหน่อย ก็จะย้ายคนไข้ไปนอน Hospitel
3. ปอดอักเสบไม่รุนแรง ประมาณ 12%
- จะมีการให้ยาต้านไวรัส กับ ยาต้านมาลาเรีย ซึ่งการให้ยาจะมีมากขึ้น
- แต่ถ้าอาการแย่ลง ก็จะเริ่มให้ยา ฟาวิพิราเวียร์ เพิ่มเข้ามาด้วย
- รักษาในโรงพยาบาลประมาณ 2-4 สัปดาห์
...
4. ปอดอักเสบรุนแรง ประมาณ 3%
- จะมีการให้ยาต้านไวรัสทุกตัว อาทิ ยาต้านไวรัสเอดส์ ฟาวิพิราเวียร์
- โดยจะให้คนไข้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่มีการย้ายคนไข้ไป Hospitel เนื่องจากมีอาการรุนแรง
สำหรับกลุ่มปัจจัยเสี่ยง การเกิดอาการปอดอักเสบ ตามแนวทางการดูแลรักษาโรคโควิด-19 (ล่าสุด 30 มี.ค.)
1. อายุมากกว่า 60 ปี
2. ภาวะอ้วน
3. ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
4. โรคปอดอุตตันเรื้อรัง หรือถุงลมโป่งพอง
5. โรคไตวายเรื้อรัง
6. ตับแข็ง
7. โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
8. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
9. โรดหลอดเลือดสมองตีบ หรืออัมพาต